แข้งดัทช์ลีก
Status:

: 0 ใบ

: 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 May 2020
ตอบ: 1188
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Jul 17, 2026 00:40
The Odyssey เข้าใจเลยว่า ทำไมโนแลนเลือกมาเล่นเป็น "เฮเลน"
จำได้ว่า ในบอร์ดก็เถียงกันหนักอยู่เหมือนกัน ถึงขนาดจำได้ว่า จะไม่ไปดูเลย ส่วนผมตอนนั้นก็คิดว่า โนแลนต้องมีเหตุผลสักอย่างแน่ๆ แล้วพอมาดูจริง ๆ ก็คิดแบบนั้นเลย และผมเห็นด้วยว่าที่ ลูพิต้ามาแสดงบทนี้
ผมคิดว่าความเห็นผมจากนี้น่าจะไม่สปอยเนื้อหานะ
ส่วนตัวมองว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของโนแลนเฉียบคมมาก เขาไม่ได้เลือกเธอมาขายความสวยตามพิมพ์นิยมแต่เลือกเพราะความสง่างามและออร่าความแข็งแกร่ง ซึ่งลูพิตาถ่ายทอดพลังตรงนี้ออกมาได้แบบเอาอยู่จริงๆ
เช่น มันสามารถฉีกกฎความงามแบบเดิม การลบภาพจำว่าเฮเลนต้องผิวขาวแบบตะวันตก ช่วยปลดแอกตัวละครจากการเป็นแค่สมบัติล้ำค่าหรือถ้วยรางวัลของผู้ชายได้อย่างแนบเนียน
แล้วพอหนังลดทอนความสวยแบบอุดมคติลง มันบังคับให้คนดูต้องละสายตาจากรูปลักษณ์ภายนอก แล้วหันไปโฟกัสที่บาดแผล ความซับซ้อน และการตัดสินใจของเธอแทน ทำให้ตัวละครนี้มีเลือดเนื้อและดูจริงสุดๆ
นี่ยังคิดอยู่ จำได้มีความเห็นหนึ่งบอกว่า อยากให้ ซิดนีย์ สวีนนีย์ มาแสดง ผมมาคิดด้วยซ้ำว่า ถ้าเป็นเธอแสดงน่าจะขับความเป็นมนุษย์ของเฮเลนออกมาแบบในกวีไม่ได้แน่ๆ
เฮเลนเวอร์ชันนี้ไม่ใช่แค่อารมณ์ผู้หญิงหนีตามผู้ชายแบบหนังรักโรแมนติกทั่วไป แต่มันให้ฟีลลิ่งของการดิ้นรนต่อสู้เพื่อปลดแอกตัวเองจากโครงสร้างอำนาจที่กดทับ มิติความโกรธแค้นและการประกาศอิสรภาพตรงนี้ กระแทกใจและเดือดกว่าการเป็นแค่เจ้าหญิงที่รอให้คนมาช่วยหลายเท่าตัว
แคสติ้งดีจัด ทุกตำแหน่งเลย ให้ตายสิ แต่ละคน ออกมาแต่ละซีนคือ น้อยมาก แต่เยอะมาก ก็อย่าง เฮเลน ที่แสดงโดวย ลูพิต้า เนี่ยล่ะ โนแลน ตีความ เฮเลนได้ไปอีกมิติหนึ่งเลย
เหมือนตอนทำให้โจ๊กเกอร์ เป็นตัวละครที่มีมิติมากๆ
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ