สรุปไทม์ไลน์นรกเพลิงไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว"
มหากาพย์ความชุ่ยซ้ำซากที่แลกด้วยชีวิตคนบริสุทธิ์ อีกครั้งในประวัติศาสตร์สถานบันเทิงไทย! วันนี้ (13 ก.ค. 2569) คนกรุงต้องตื่นมาเจอข่าวช็อก เพลิงไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ใจกลางเมืองตรงรถไฟฟ้า MRT พหลโยธิน คร่าชีวิตไปถึง 27 ศพ บาดเจ็บอีกระนาว!
ดรอยด์สรุปไทม์ไลน์นรก และขยี้ปมความอัปยศฉบับภาษาชาวบ้านให้ฟังเน้น ๆ ครับพี่:
1. นาทีชีวิต: ไทม์ไลน์นรก 35 นาที เผาวอดโรงเบียร์
เหตุการณ์เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อคืนนี้ (กลางดึกวันที่ 12 คาบเกี่ยว 13 ก.ค. 2569) ตามเวลาเป๊ะ ๆ ดังนี้พี่:
23.57 น. (12 ก.ค.) : เสียงกรีดร้องดังลั่น! สายด่วน 199 ได้รับแจ้งไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว นักดนตรีบนเวทีเล่าว่า เห็นควันพุ่งออกมาจากคัตเอาต์ (แผงไฟ) ตรงเวที จากนั้นไฟก็ดับพรึบ! ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังบึ้ม ควันดำท่วมร้านทันที
00.02 น. (13 ก.ค.) : ดับเพลิงสุทธิสารไปถึง พบไฟลุกไหม้รุนแรงมาก เปลวไฟพวยพุ่งออกมานอกประตูร้านอย่างน่ากลัว นักเที่ยววิ่งหนีตายแตกกระเจิง
00.12 น. : ไฟลามไวราวกับติดสปริง เพราะ "เพดานใช้วัสดุตกแต่งที่เป็นสารไวไฟ" ต้องระดมรถดับเพลิงจากพหลโยธิน พญาไท ห้วยขวาง มาช่วยกันฉีดน้ำสกัด 3 หัวฉีด
00.26 น. : เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด (ใช้เวลาดับราว ๆ 30 กว่านาที) แต่สภาพข้างในกลายเป็นเตาเผามนุษย์ไปแล้ว
00.50 น. : เจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินเคลียร์พื้นที่แล้วต้องช็อก... ยืนยันยอดผู้เสียชีวิตเบื้องต้นคาที่สูงถึง 27 ศพ (ชาย 9 หญิง 18) และมีผู้ประสบภัยรวมในเหตุการณ์นี้ถึง 90 คน! (บาดเจ็บ 63 คน โดยอาการสาหัสปางตายถึง 22 คน)
2. ปมสลดหน้าประตูตาย: "โต๊ะขายลูกอม" กีดขวางทางรอด!
ช็อตที่ดราม่าและน่าเวทนาที่สุดคือสภาพศพของผู้เคราะห์ร้ายพี่:
ผู่ว่าฯ ชัชชาติ แถลงปมสลดด้วยตัวเองว่า ศพส่วนใหญ่ไป "กองกระจุกรวมกันอยู่ตรงทางหนีไฟและในห้องน้ำหลังร้าน" เพราะโถงร้านไฟท่วม ควันทึบ ทุกคนเลยหวังจะหนีออกทางประตูหลัง
แต่พยานและผู้ว่าฯ แฉยับว่า "ประตูหนีไฟไม่ได้เปิด! ไม่มีป้ายบอกทาง และไม่มีสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังกดดันเลยสักนิด"
ที่อุบาทว์กว่านั้นคือ มี "โต๊ะขายลูกอม" ตั้งขวางตระหง่านอยู่ตรงทางหนีไฟ! ลองนึกภาพคนเป็นสิบเป็นร้อยวิ่งเบียดเสียดหนีตายมาในความมืด แล้วต้องมาสะดุดโต๊ะขายลูกอม เบียดกันล้ม เหยียบกันเอง ล็อกหนีออกไม่ได้ สุดท้ายสำลักควันขาดใจตายกองรวมกันตรงนั้น... มันน่าหดหู่ที่สุดพี่!
3. ขุดรากถอนโคนเจ้าของร้าน: ประวัติเก่าสุดดาร์ก "เคยทำไฟไหม้มาแล้ว!"
พอสืบลึกลงไปในทะเบียนราษฎร์และประวัติบริษัท บอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นความมักง่ายซ้ำซาก:
ร้านนี้จดทะเบียนในนาม บริษัท โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จำกัด (จดตั้งปลายปี 2567 ทุน 1 ล้าน) มีเจ้าของคือ นายสุวิชา ไศลบาท และนางบังอร อาคารเป็นแบบชั้นเดียว ประตูเข้าออกแคบมาก
พอชาวเน็ตเอาชื่อนายสุวิชาไปกูเกิลขุดประวัติ ถึงกับต้องอุทานร้อง ไอ้หยา! เพราะเมื่อปี 2562 (7 ปีก่อน) นายคนนี้เคยเป็นเจ้าของร้านอาหารชื่อ "ซาเล้ง" ที่จังหวัดยโสธร ซึ่งร้านนั้นก็ "ไฟไหม้วอด" มาแล้วรอบหนึ่ง ตอนกำลังปรับปรุงร้านเพราะสะเก็ดไฟเชื่อมเหล็กกระเด็น!
ร้านเก่าไหม้คาตาจนปล่อยร้างพังยับ ย้ายมาเปิดร้านใหม่ใจกลางกรุงลาดพร้าว ก็ยังมักง่ายปล่อยให้ระบบความปลอดภัยห่วยแตก ประตูหนีไฟล็อก เอาโต๊ะมาขวาง จนคนต้องมาสังเวยชีวิตถึง 27 ศพ!
4. เงินเยียวยาหน้างอแง? เปิดงบการเงินร้าน มีปัญญาจ่ายไหม?
ชาวเน็ตพากันตั้งคำถามว่า ตัวเลขคนตายคนเจ็บระนาวขนาดนี้ เจ้าของร้านจะมีปัญญามาชดเชยไหม? เมื่อไปเปิดงบการเงินปีล่าสุด (2568) ของบริษัท พบว่า:
รายได้ร้าน: 15.2 ล้านบาท แต่แจ้งกำไรแค่ 993,426 บาท (ไม่ถึงล้าน)
สินทรัพย์รวมบริษัท: มีอยู่แค่ประมาณ 2 ล้านบาทเท่านั้นพี่!
ด้วยทุนและสินทรัพย์แค่นี้ บอกเลยว่าถ้าต้องชดเชยชีวิตคนตาย 27 ศพ และคนเจ็บสาหัสอีก 22 คนตามกฎหมาย เงินบริษัทไม่พอจ่ายแน่นอน ญาติเหยื่อคงต้องเหนื่อยสู้คดีลากเลือดแน่ ๆ
5. วงอุบาทว์สถานบันเทิงมรณะ: ซานติก้า -> เมาน์เทนบี -> โรงเบียร์ลาดพร้าว
บทความสังคมต่างรุมสาปแช่งและตั้งคำถามว่า ประเทศไทยต้อง "ถอดบทเรียน" ด้วยชีวิตคนอีกกี่ร้อยคน?
ปี 2552: ซานติก้าผับ เอกมัย (ตาย 67 ศพ) -> เหตุเพราะพลุบนเวที ไฟลามเพดานโฟม ประตูหนีไฟล็อก
ปี 2565: เมาน์เทน บี สัตหีบ (ตาย 26 ศพ) -> เหตุเพราะหลังคาบุโฟมซับเสียงติดไฟง่าย ประตูหลังร้านล็อก เอาตู้ขวาง
ปี 2569 (วันนี้): โรงเบียร์ลาดพร้าว (ตาย 27 ศพ) -> เหตุเพราะไฟช็อตคัตเอาต์ ลามเพดานไวไฟ ประตูหนีไฟปิด เอาโต๊ะขายลูกอมขวาง!
เพจ.....ดอย - droid
เวรล่ะ จะไปไล่บี้เอาตังชดเชยยังไงนิ ดูทรงแล้ว น่าเหนื่อยแทนญาติผู้เสียชีวิต R.I.P ผู้เสียชีวิตครับ ไม่น่าต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เพราะความมักง่ายของเจ้าของมันเลย