[RE: ทฤษฎีวันหยุดยาว กับเศรษฐกิจไทยตอนนี้]
Spoil
-Quantum- พิมพ์ว่า:
ผมไม่ค่อยเข้าใจคอนเซปแนวคิดที่อธิบายเลยแฮะ ไม่ค่อยได้อ่านเรื่อง eco มากนัดเลยไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
แต่คือโอเค ผมเห็นด้วยแหละ การที่ทุนจีนเข้ามาเยอะเกินไปมันสร้างผลเสีย อันนี้ทราบดี
แต่ตัวอย่างที่ยกมาเช่น ความคับคั่งของตลาด พ่อค้าแม่ค้าลดลง มันพูดมา มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจไม่ใช่รึ
ซึ่งการที่เรา คลั่งจีน ซื้อสินค้าเค้าเยอะ ปล่อยทุนจีนทำอะไรชิวๆ มันเป็นการปล่อยเงินออกประเทศ สูญเสียโอกาสสร้างงานในชาติ อันนี้จริง
แต่ประเทศมันก้ยังคงจุดแข็ง เช่น การท่องเที่ยว ที่น่าจะยังดีสุดในอาเซียน หรือ การส่งออกสินค้าที่ไทย ก้น่าจะทำได้ดีระดับนึงอยู่ไม่ใช่รึ
มันก้จะเอาไปเข้าสมการเงินเข้าบวกลบเงินออกประเทศ ซึ่งถ้าจุดแข็งตรงนั้นยังไม่พังและยังทำเงินได้ดี ชาติจะยังไม่ล้ม
แต่ถ้าจะคุยเรื่องจำนวนคนตกงานมากขึ้น จนรู้สึกว่าเห็นได้ชัด
ผมมองว่า มันเป็นเรือ่งของการเปลี่ยนโครงสร้างของอาชีพของคนในชาติมากกว่า ที่ต้องใช้เวลา และรัฐบาลต้องให้ความใส่ใจ ในการผลักดันสายอาชีพที่ถูกต้อง
ส่วนการล้มหายตายจาก ผู้ค้าปลีกรายย่อย เป็นเรื่องปกติและอาจจะเรียกได้ว่า เป็นกลไกที่เลี่ยงไม่ได้ก้ได้นะ ในยุคปัจจุบัน
เพราะทุนนิยม แข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ซึ่งผมก้ไม่ได้มองว่ามันเป็นเรื่องของ คนรวยรังแกคนจน หรอกนะ
บางที ทุนนิยม มันได้รับการผลักดัน เพราะมันจำเป็นต้องโต เพื่อเพิ่มศักยภาพ ให้ในประเทศสามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ ก็เป็นได้
ที่ต้องถามจริงๆคือ คบจีนเนี่ยมันมีข้อดีอะไรบ้าง หรือ มันไม่มีข้อดีเลย มีแต่เสียอย่างเดียว
ผลประโยชน์ของสินค้า หรือ บริษัทจีนที่มาตั้ง มาช่วยนำเงินเข้าให้ประเทศขนาดไหน มันหักล้างเงินออกประเทศได้มากแค่ไหน
การซื้อสินค้าจีนหรือเอาเงินให้พี่จีนเยอะ มันทำให้ได้สินค้าที่คุณภาพถือว่าพอได้ ราคาดี เวลารวดเร็ว
มีผลทำให้เพิ่มศักยภาพการส่งออกไทยในภาพรวมได้เยอะ จริงรึเปล่า
ทุกอย่างมี 2 ด้านอะ ถ้ามันแย่ทุกอย่าง ภาพแย่ๆที่เราเห็นมันจะชัดเจนกว่านี้อีก อันนี้ผมยังว่า ประเทศมันยังพอปรับปรุง ปรับเปลี่ยนได้หลายอย่างอยู่
ผมจะตั้งต้นจากจุดที่คุณยอมรับก่อนแล้วกันนะ
- สมการ GDP คือ GDP = C + I + G + (X - M) ซึ่งคุณเข้าใจถูกว่า ถ้า X > M ก็ถือว่าเงินเข้ายังมากกว่าเงินออก
- เงินจากธุรกิจท่องเที่ยวถือว่าเป็นการส่งออก และถูกต้องท่องเที่ยวยังถือว่าทรงๆประมาณ90%ของช่วงก่อนโควิด แต่80% ของเงินที่ได้จากการท่องเที่ยวไปลง 5 จังหวัดใหญ่ กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, ชลบุรี(พัทยา), เชียงใหม่ และสุราษฎร์ธานี(สมุย) ซึ่งเงินมันไหลไปหานายทุนเป็นหลัก เช่นเชนโรงแรมข้ามชาติ,การบิน
>>> ดังนั้นท่องเที่ยวประเทศได้เงินจริง แต่เงินส่วนใหญ่จะไหลไปหากลุ่มทุน ยอมรับตรงนี้ก่อนนะ
- พวกโรงงานอันนี้คุณเข้าใจแล้วว่ามันล้มเพราะมันไม่มีนวัตกรรม ผมข้ามละกัน แต่พื้นฐานคือภาคอุตสาหกรรมเงินไหลไปชนชั้นกลาง+sme มากกว่าภาคการท่องเที่ยว ดังนั้นถ้าอันนี้แย่ชนชั้นกลางจะแย่ด้วย
- จะเห็นได้ว่าไม่ว่ารูปแบบไหนเงินก็ไหลไปหากลุ่มทุนมากกว่าทั้งนั้น และไม่ใช่แค่เราเป็นทุกประเทศ แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือรัฐ(ผู้มีหน้าที่บังคับใช้กฏหมายของไทย) มักสร้างความได้เปรียบให้กลุ่มทุนมากขึ้นไปอีก เช่น กลต.ไม่กำกับเรื่องปั่นหุ้น/ผลประโยชน์ทับซ้อน, หลีกเลี้ยงภาษี, การออกใบอนุญาต, การให้บริการสาธารณะ
- สรุปคือที่ประเทศไทยเป็นอยู่คือ ปัญหา2มาตราฐาน ที่มันถ่างความเหลื่อมล้ำมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขระดับบนอาจจะยังโอเค แต่ฐานรากแย่ เงินมันก็ไม่หมุนในประเทศ(คนรวยคนจนมันก็กินพอๆกัน) เพราะเงินไปอยู่ที่ทุนใหญ่แต่พอทุนใหญ่เลิกลงทุนในไทย(เพราะการบริโภคในประเทศหด) และไปเลือกการนำเข้าจากจีนเข้ามาขายแทน มันก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะตามมาด้วยการจ้างงานลดลง
ถามว่าไทยอยู่ในจุดที่ล่มสลายแล้วยัง ก็ต้องตอบว่ายัง แต่ตอนนี้เราสไลด์ลงหน้าผาแล้วมันมีแต่จะลงมันขึ้นกลับมาไม่ได้แล้ว