เวมบี้บอก ”Spurs Family, I’m here to stay..Whatever it takes”
พร้อมตกลงสัญญา 5 ปี $252M Max Rookie Extension โดยที่ไม่เอาเงื่อนไขกระโดดไปเป็น Supermax 30% ด้วย
..ในฤดูกาลหน้าถ้าเวมบี้ลงสนามถึง 65 เกมและติด All-NBA หรือคว้ารางวัลเกมรับแห่งปี หรือ คว้า MVP ตามกฏที่เรารู้จักกันในนาม “Derrick Rose Rule” ไม่ก็เรียกว่า Supermax escalator สัญญาของเค้ามีสิทธิ์กระโดดเป็น 5 ปี $303M Supermax Rookie Extension แต่เวมบี้บอกไม่ต้องใส่เงื่อนไขนี้เข้าไป
..ทางฝ่ายบริหารสเปอร์นั้นพร้อมเสนอสัญญา Supermax อยู่แล้วนะครับ แต่ในการพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด เวมบี้ตัดสินใจเลือกสัญญาแบบนี้ เพื่อให้ทีมมีความยืดหยุ่นทางการเงินในการสร้างทีมเพื่อแชมป์ รวมถึงการรองรับสัญญานักกีฬาอย่างสเตฟอน แคสเซิล และ ดีแลน ฮาร์เปอร์
*สัญญาปีแรกของเวมบี้ที่ 25% Max รับ $43.5M
*เทียบกับปีแรกถ้าเอา 30% Max รับ $52.2M
..มูลค่าเงินที่ประหยัดให้ทีมเฉลี่ย $9-11M ต่อปี รว
ๆแล้วกว่า $51M มันมีค่ามหาศาลมากๆให้ทีม เมื่อวานเราพึ่งลงยูทูปเรื่องความเข้มงวดเรื่องการเงินของ NBA โดยเฉพาะเรื่องเส้นภาษีที่สอง มันยากต่อการสร้าง Dynasty การคว้าแชมป์ติดๆ มันทำให้ทุกทีมสูสีและมีโอกาสมากขึ้น และจะทำให้เราเห็นการเทรดนักกีฬาที่สัญญามหาศาลก่อนเวลาอันควรมากขึ้น
..หนึ่งในทางรอดของทีมที่ต้องการไปถึงแชมป์คือ นักกีฬาในทีมเสียสละรับเงินน้อยกว่าที่ควร เพื่อให้ทีมมีความสามารถในการหาผู้เล่นสำรองมาเสริม ทำให้ depth ของทีมดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเก็บผู้เล่นตัวหลัก
*ขอย้ำนะครับว่านักกีฬาไม่ผิดที่จะรับสัญญาเต็ม Max เพราะพวกเค้าสมควรได้และทีมพร้อมจ่าย มันเป็นทางเลือกของแต่ละคน
..แต่เปรียบเทียบให้เห็นภาพ เจเลน บรันสันยอมรับน้อยกว่าที่ควร $113M ทำให้นิคส์เก็บโอจี อานูโนบี, สามารถรองรับการเทรดมิเคล บริตจิตและต่อสัญญา สุดท้ายพวกเค้าคว้าแชมป์ นี่คือสิ่งที่บรันสันเลือก
..สิ่งที่เวมบี้เลือกในครั้งนี้ ไม่ต่างกับสิ่งที่อดีตตำนานรุ่นพี่อย่างทิม ดันแคน, มานูจิโนบิลี และ โทนี่ พาร์คเกอร์เคยทำ ขอย้ำนะครับว่าการทำสิ่งนี้ไม่มีใครบังคับเวมบี้ได้ เค้าเลือกที่จะทำเหมือนที่บอกว่า “Whatever it takes” บอกตามตรงอิจฉาสเปอร์มากครับที่มีผู้เล่นแบบนี้ในทีม
ที่มา...23 Mania
ลุ้นแชมป์เต็มตัวเลยแบบนี้ ไม่ต้องเสียคนอื่น แล้วยังอาจจะพอดึงมือดีเข้าทีมได้อีกเลยมั้ง