กำลังจะได้กลับมาเดิน แบบปกติซักที
ผมทำโฮสเทล คนเดียวไม่มีคนช่วย และไม่มีเวลาแม้กระทั้งออกไปไหน แม่แต่แค่ เท้าเหยียบเสี้ยน ก็ไม่มีเวลาไปรักษา ทำให้เวลาเดินผมลง น้ำหนักเท้าได้ไม่เต็มที่ อยู่เกือบปี แล้ววันนึงผมเดินเยอะมาก เดินขึ้นลง บันได วันละ 20-30 รอบ เคยใส่สมาร์ทวอช ผมเดินเฉลี่ยวัน 2หมื่น ก้าวต่อวัน เพื่อทำงาน
ผลคือ ผมลงน้ำหนัก ฝ่าเท้าด้านนึงมากเกินไป จน แตก และ เจ็บทุกครั้งเวลาเดิน ทุกก้าวที่ผมเดินมีแต่ความเจ็บปวด แต่ก็ทนมาตลอด ส่วน เสี้ยนที่ตำเท้าก็เปลี่ยนไปเป็นหูดก้อนโต ที่ เวลาไปโดนก็จิ๊ดขึ้นหัวทุกครั้ง
จนเดือนที่แล้ว ผมก็หาเวลาไปผ่าจนได้ หมอบอกเป็นหูดที่ใหญ่มาก ผ่าจนแทบ จะกินเนื้อที่หัวแม่โป้งผมไปเกือบหมด และได้แต่คิดในใจ ทนหน่อยนะ อีกสักเดือน เราจะได้กลับมาเดินแบบปกติ ไม่ต้องทรมานแล้ว
แล้วเป้น 1เดือนที่ ต้องเฝ้าระวังแผล อาบน้ำก็ลำบาก ทำความสะอาดขึ้นบันไดล้างห้องน้ำลำบากหมด
วันนี้ผาานมา 40 วันหลังผ่าแล้ว อีกนิด ผมจะได้ กลับไปเดินแบบคนปกติซะที
ตอนนี้ ผมตัดสินใจว่า จะไม่ทำ โฮสเทลต่อแล้ว ท้อครับ พึ่งโดนรีวิวมาไม่ดีอีกยิ่งท้อ ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดผมเลย คิดว่าสิ้นปีนี้ จะเลิกแล้ว ตอนนี้ ทำโฮสเทล ได้ทักษณะด้านการโรงแรมมาเยอะมากๆ ว่าจะไปสมัครตำแหน่งผู้จัดการโรงแรมซักที แต่ยังไม่ทิ้งฝัน ยังจะกลับมาเปิดโรงแรม ให้ได้อีกครั้ง วันนี้ เข้าใจแล้ว คนไทย ไม่ได้ชอบการพักโฮสเทล และโฮสเทลดูแลยากกว่าโรงแรมทั่วไป ตั้งใจจะไปเก็บเงิน มาใหม่ มาเริ่มเปิด โรงแรมเล็กๆ ที่ตรงจริตคนไทยมากกว่าอีกครั้ง
รูปแผลตอนผ่าครับ หวาดเสียวหน่อย
สุดท้าย แม้ร่างกายผมไม่ไหว จริงๆ เจ็บมากกว่านี้อีก แต่ใจผมสู้ไหว มาตลอด แต่ เวลาโดนรีวิวแย่ที่ไร จิตใจมันห่อเหี่ยว ทุกที ทุกวันนี้อยู่ได้จากการอ่านรีวิว แล้วมีกำลังใจ แต่พอเจอคน ที่แบบ ไม่เข้าใจความเป็นโฮสเทล มารีวิว ในสิ่งที่ เราไม่ได้ผิด แล้ว ท้อใจจัดๆ ทำอยากเลิก ทุกที รอบนี้ผมพอแล้ว
อยากสัมผัสการเดินแบบคนปกติแบบไม่เจ็บปวดอีกครั้ง อีกนิดเดียว ไม่ได้รู้สึก ถึงการเดิน ปกติมานานมากแล้ว