ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
NTS
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Mar 2020
ตอบ: 374
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2026 20:53
Kyle Lowry ประกาศรีไทร์
Kyle Lowry การ์ดจอมเก๋าผู้มีบทบาทสำคัญในการพา Toronto Raptors คว้าแชมป์ NBA เพียงสมัยเดียวของแฟรนไชส์ในปี 2019 ประกาศอำลาการแข่งขัน NBA อย่างเป็นทางการแล้ว

Lowry ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Raptors ประกาศการตัดสินใจครั้งนี้ผ่านวิดีโอบน Instagram พร้อมเปิดเผยว่าเขาจะเซ็นสัญญา 1 วัน กับ Raptors เพื่อปิดฉากอาชีพอย่างเป็นทางการกับทีม
คาดว่า Raptors จะประกาศแผนรีไทร์เสื้อหมายเลข 7 ซึ่ง Lowry สวมใส่ตลอด 8 จาก 9 ฤดูกาล ที่อยู่กับทีม ในงานแถลงข่าวช่วงเช้าวันอังคาร และพิธีดังกล่าวจะจัดขึ้นในฤดูกาล 2026-27
หลังย้ายไปร่วมทีม Miami Heat ในปี 2021 Lowry เคยกล่าวไว้ว่า เขาตั้งใจจะปิดฉากอาชีพด้วยการเซ็นสัญญาเชิงสัญลักษณ์กับ Raptors
การตัดสินใจครั้งนี้จึงถือเป็นบทสรุปที่เหมาะสมของอาชีพอันยอดเยี่ยม ซึ่งโดดเด่นที่สุดจากการเป็นกำลังหลักของ Raptors ในช่วงที่ทีมผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟติดต่อกัน 7 ฤดูกาล ระหว่างปี 2014-2020 ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จที่สุดของแฟรนไชส์ นับตั้งแต่เข้าร่วม NBA ในปี 1995

ฤดูกาลที่ผ่านมาเป็นฤดูกาลที่ 20 ของ Lowry ใน NBA ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 12 ในประวัติศาสตร์ลีกที่ลงเล่นครบหลักไมล์ดังกล่าว
นอกจากนี้เขาและ Chris Paul ยังเป็นการ์ดที่มีส่วนสูง ไม่เกิน 6 ฟุต เพียงสองคนเท่านั้นที่ลงเล่นใน NBA ได้ยาวนานถึง 20 ฤดูกาล
Lowry กล่าวเมื่อเดือนมกราคมว่า
“นี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากในกีฬาบาสเกตบอล ทั้งในแง่ของการปะทะ ความแข็งแกร่ง รวมถึงพลังทางจิตใจที่ต้องใช้ในการเล่นกีฬาและบาสเกตบอล มันมีความหมายกับผมมากจริงๆ”
เมื่อพิจารณาทั้งความยาวนานของอาชีพและช่วงพีคของผลงาน Lowry ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่ชัดเจนที่สุดสำหรับตำแหน่งผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Raptors
แม้เพื่อนร่วมทีมมายาวนานและเพื่อนสนิทอย่าง DeMar DeRozan จะเหนือกว่าในสถิติอย่างจำนวนเกมที่ลงเล่นและคะแนนรวม แต่ Lowry ก็ครองสถิติสำคัญของแฟรนไชส์อีกหลายรายการ
เขายังเป็นหนึ่งในผู้เล่นเพียง 3 คน ที่ทำคะแนนให้ Raptors ได้เกิน 10,000 คะแนน ร่วมกับ DeRozan และ Chris Bosh
Lowry ได้รับเลือกติดทีม NBA All-Star ติดต่อกันทุกปีตั้งแต่ 2015 ถึง 2020
ในการลงเล่นออลสตาร์ครั้งสุดท้าย ซึ่งมี Nick Nurse หัวหน้าโค้ชของเขาเป็นผู้คุมทีม Lowry สร้างความประทับใจด้วยการเรียกฟาวล์บุกจากคู่แข่งได้หลายครั้งในช่วงท้ายเกม จนกลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดของเกมออลสตาร์ในศตวรรษนี้
การยืนตำแหน่งเพื่อเรียกชาร์จฟาวล์ ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญในสไตล์การเล่นของ Lowry และทำให้เขาติดอันดับต้นๆ ของลีกในด้านนี้อยู่หลายฤดูกาลตลอดอาชีพของเขา
“เขาเล่นหนักกว่าผู้เล่นทุกคนที่ผมเคยเห็น” Nick Nurse กล่าวในปี 2021
“ผมคงไม่สามารถชมเขาได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว”
ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพของ Kyle Lowry เกิดขึ้นในเกมปิดซีรี่ส์ของ 2019 NBA Finals
ในเกมที่ 5 Draymond Green บล็อกลูกยิงที่อาจเป็นลูกชนะเกมของ Lowry ในจังหวะสุดท้าย ส่งผลให้ซีรีส์ต้องกลับไปแข่งขันต่อที่เมือง Oakland
แต่ Lowry ตอบสนองอย่างยอดเยี่ยมในเกมที่ 6 โดยทำคะแนนคนเดียว 11 คะแนนต่อ 2 คะแนนของคู่แข่ง ในช่วง 2 นาที 12 วินาทีแรก ของเกม
ตลอดอาชีพเพลย์ออฟของเขา Lowry เคยถูกวิจารณ์เรื่องฟอร์มการยิง โดยเฉพาะในเกมแรกของซีรี่ส์ เขายิงลงเพียง 62 จาก 180 ครั้ง ในเกมที่ 1 ทั้งหมด 15 เกม ที่ลงเล่นให้ Raptors ซึ่งกลายเป็นปัญหาเรื้อรังทั้งสำหรับตัวเขาและทีม
ดังนั้น ช่วงเวลาระเบิดฟอร์มในเกมชิงแชมป์จึงเป็นการตอบโต้คำวิจารณ์เหล่านั้นได้อย่างหนักแน่น
หลังพา Raptors คว้าแชมป์ Lowry กล่าวว่า
“มีผู้เล่นหลายคนที่มีเส้นทางคล้ายกับผม แต่พวกเขาไม่เคยมาถึงจุดนี้ได้”
“ผมมีความสุขมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน และได้พูดว่าตัวเองเป็นแชมป์ NBA”
“ผมไม่เคยมองว่ามันเป็นเรื่องที่ควรได้มาโดยง่ายเลย ผมรู้ดีว่ามันยากแค่ไหน กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ ต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน และก็ต้องมีโชคช่วยด้วย”
“นอกจากนี้ ยังต้องอาศัยกลุ่มมืออาชีพอย่างแท้จริง ที่พร้อมเดินหน้าต่อ ทำงานหนัก และพยายามจนกว่าจะประสบความสำเร็จ”
“ผมมีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่สามารถเรียกตัวเองว่าเป็นแชมป์ได้แล้ว”
อย่างไรก็ตาม Lowry ยังพูดน้อยเกินไปเกี่ยวกับความไม่น่าเชื่อของเส้นทางที่เขาเดินมากับ Toronto
หนึ่งในการเทรดที่ทรงอิทธิพลที่สุดครั้งหนึ่งของ NBA ยุคใหม่เกิดขึ้นในช่วงปิดฤดูกาลปี 2012 เมื่อ Toronto Raptors ส่งสิทธิ์ดราฟต์รอบแรกให้กับ Houston Rockets เพื่อแลกกับ Lowry
ต่อมา Houston นำสิทธิ์ดราฟต์ดังกล่าวไปเป็นส่วนหนึ่งของดีลเทรด James Harden กับ Oklahoma City Thunder
Thunder ใช้สิทธิ์นั้นเลือก Steven Adams ด้วยอันดับ 12 ของดราฟต์ปี 2013 ขณะที่อีกสามอันดับถัดมา Milwaukee Bucks เลือก Giannis Antetokounmpo เข้าสู่ทีม
ในฤดูกาลแรกกับ Raptors Lowry ต้องแบ่งหน้าที่ตัวจริงกับ Jose Calderon ซึ่งเป็นฤดูกาลสุดท้ายของประธานทีมในเวลานั้น Bryan Colangelo
Calderon ถูกเทรดออกไปในดีลของ Rudy Gay ช่วงปีแรกที่ Masai Ujiri เข้ามาบริหารทีม
แต่ในเวลานั้น หลายคนกลับเชื่อว่า Lowry ต่างหากที่จะเป็นผู้เล่นคนต่อไปที่ต้องย้ายออก เนื่องจาก Ujiri ดูเหมือนกำลังเตรียมสร้างทีมใหม่

Lowry เคยเล่าอยู่หลายครั้งว่า เขาถึงกับเก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว เพราะเชื่อว่ากำลังจะถูกเทรดไป New York Knicks
ท้ายที่สุด ดีลดังกล่าวก็ล่มลงในช่วงสุดท้าย หรืออาจไม่เคยใกล้จะเกิดขึ้นอย่างที่ข่าวรายงานเลยก็ได้ แล้วแต่ว่าจะเชื่อฝ่ายใด
แม้หลังจากนั้น Raptors จะสร้างผลงานเหนือความคาดหมายในฤดูกาล 2013-14 แต่ก็ยังมีหลายช่วงเวลาที่ดูเหมือนการแยกทางระหว่าง Lowry กับ Raptors เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่เขาเข้าสู่ตลาดฟรีเอเยนต์สองครั้งแรก หรือแม้แต่ในฤดูกาลที่ทีมคว้าแชมป์ ซึ่ง Lowry ไม่พอใจกับการเทรด DeMar DeRozan รวมถึงสถานะของตัวเองภายในทีม
ถึงขั้นมีความเป็นไปได้ว่าเขาจะถูกเทรดในช่วงเส้นตายการเทรดปี 2019
แต่ท้ายที่สุด Lowry กับ Ujiri สามารถปรับความเข้าใจกันได้ และการ์ดจอมเก๋ารายนี้ก็กลายเป็นผู้นำสำคัญที่พา Raptors เดินหน้าสู่การคว้าแชมป์ NBA ได้สำเร็จ
“ไม่มีใครสมควรได้รับสิ่งนี้มากกว่าเขาอีกแล้ว” Fred VanVleet อดีตเพื่อนร่วมทีมของ Kyle Lowry ใน Toronto Raptors กล่าวหลังทีมคว้าแชมป์ NBA
“กับทุกสิ่งที่เขาผ่านมา กับคำดูถูกและคำวิจารณ์ที่เขาต้องรับ ผู้คนโจมตีเขาตลอด ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาสมควรโดนหรือไม่สมควรโดนก็ตาม”
“การที่เขาเล่นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดของตัวเองบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในเกมชิงแชมป์ ผมดีใจกับเขาจริงๆ”
“ผมรู้ว่าเขาคงบอกว่าคำวิจารณ์พวกนั้นไม่ได้รบกวนเขา แต่ผมรู้จักเขาดี”
ในช่วงปิดฤดูกาลปี 2021 Lowry ย้ายออกจาก Raptors ด้วยข้อตกลงแบบ Sign and Trade ไปยัง Miami Heat
ก่อนหน้านั้นในฤดูกาลเดียวกัน เขาเคยตกเป็นข่าวในตลาดซื้อขายก่อนเส้นตายการเทรด แต่ Masai Ujiri ตัดสินใจเก็บเขาไว้จนจบฤดูกาล แม้ว่าทีมจะหมดลุ้นความสำเร็จแล้วก็ตาม
Ujiri กล่าวในเวลานั้นว่า
“ตอนนั้นผมแปลกใจเหมือนกัน (ที่ข้อเสนอที่ได้รับไม่น่าประทับใจ)”
“เพราะพูดตามตรง ผมมองว่าเขาเป็นผู้เล่นประเภทที่สามารถสร้างความแตกต่าง และช่วยกำหนดทิศทางความสำเร็จของทีมได้ในฤดูกาลนั้น”
Lowry ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ NBA เป็นครั้งที่สองกับ Heat ในปี 2023 แต่พ่ายให้กับ Denver Nuggets
ฤดูกาลถัดมา เขาถูกเทรดไปยัง Charlotte Hornets เพื่อแลกกับ Terry Rozier ก่อนจะได้รับการยกเลิกสัญญา (Buyout)
หลังจากนั้น Lowry เซ็นสัญญากับ Philadelphia 76ers และใช้เวลากว่าสองฤดูกาลสุดท้ายของอาชีพค้าแข้งในบ้านเกิดของเขา โดยมี Nick Nurse เป็นหัวหน้าโค้ชอีกครั้ง
แม้บางช่วงเขาจะยังมีบทบาทในการลงเล่น แต่หน้าที่หลักส่วนใหญ่ของ Lowry คือการเป็นผู้นำรุ่นพี่และพี่เลี้ยงให้กับ Tyrese Maxey รวมถึงในฤดูกาลสุดท้ายของเขา ยังช่วยถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับรุกกี้ VJ Edgecombe อีกด้วย
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา Lowry กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ Raptors จะรีไทร์เสื้อหมายเลข 7 ของเขาว่า
“ถ้าวันนั้นมาถึง มันจะเป็นวันที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอย่างแน่นอน”
“ผมทุ่มเททั้งเลือด เหงื่อ และน้ำตาให้กับเสื้อหมายเลข 7 ตัวนั้น และการได้รู้ว่ามันอาจจะไม่มีใครสวมอีกเลย ถือเป็นเรื่องที่พิเศษมาก”
“ผมคิดว่าสำหรับมรดกที่ผมทิ้งไว้ในฐานะนักบาสเกตบอล นั่นคงเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”
Lowry ปิดฉากอาชีพด้วยสถิติ 7,110 แอสซิสต์ รั้งอันดับ 19 ตลอดกาล ของ NBA
เขายังทำได้ 1,501 สตีล อยู่ในอันดับ 56 ตลอดกาล
สำหรับสถิติของ Raptors นั้น Lowry เป็นเจ้าของสถิติสูงสุดของแฟรนไชส์ในหลายหมวด ทั้งจำนวสแอสซิสต์ , สตีล , การยิงสามคะแนนลงมากที่สุด และ ทริปเปิล-ดับเบิลมากที่สุด
รวมถึงยังเป็นผู้นำในสถิติขั้นสูง (Advanced Statistics) หลายรายการ เช่น Win Shares และ Value Over Replacement Player (VORP) ซึ่งสะท้อนถึงคุณค่าที่เขามอบให้กับทีมตลอดอาชีพกับ Raptors
การได้รับเลือกติดทีม NBA All-Star Game 6 ครั้ง ของ Kyle Lowry ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงที่เขาเล่นให้กับ Toronto Raptors ถือเป็นสถิติสูงสุดของแฟรนไชส์
นอกจากนี้เขายังได้รับเลือกติด All-NBA Third Team ในฤดูกาล 2015-16 หลังทำผลงานเฉลี่ย 21.2 คะแนน, 6.4 แอสซิสต์ และ 4.7 รีบาวด์ต่อเกม

นั่นยังเป็นฤดูกาลเดียวในอาชีพที่ Lowry ได้รับคะแนนโหวตในการลุ้นรางวัล MVP
ตลอดอาชีพใน NBA Lowry ลงเล่นทั้งหมด 1,187 เกม กับ Memphis Grizzlies , Houston Rockets , Toronto Raptors , Miami Heat และ Philadelphia 76ers
โดยทำสถิติเฉลี่ยตลอดอาชีพที่ 13.8 คะแนน, 6.0 แอสซิสต์ และ 4.8 รีบาวด์ต่อเกม
Lowry ถูก Grizzlies เลือกด้วยอันดับ 24 ของ 2006 NBA Draft หลังจบจาก Villanova University
เมื่อเทียบกับผู้เล่นทั้งหมดในดราฟต์คลาสปี 2006 เขาเป็น
อันดับ 1 ในด้านจำนวนนาทีที่ลงเล่น
อันดับ 1 ในด้านจำนวนเกมที่ลงสนาม
อันดับ 3 ในด้านคะแนนรวม รองจาก LaMarcus Aldridge และ Rudy Gay
อันดับ 4 ในด้านรีบาวด์ รองจาก Aldridge, Gay และ Paul Millsap
อันดับ 2 ในด้านแอสซิสต์ เป็นรองเพียง Rajon Rondo
นอกเหนือจากบทบาทในสนามแล้ว Lowry ยังเริ่มต้นงานใหม่ในฐานะนักวิเคราะห์เกมให้กับ Amazon Prime Video ในปีแรกที่แพลตฟอร์มแห่งนี้ได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขัน NBA
ก่อนหน้านี้ เมื่อประกาศความร่วมมือดังกล่าวในเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา Prime Video ระบุว่า Lowry จะได้รับ บทบาทและความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต
Source: Eric Koreen (The Athletic)



โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel