ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
07 July 2026 16:23 by z00
ให้กูปั้นก่อน !! นิวคาสเซิ่ล เตรียมเปิดการเจรจากับไฟร์บวร์กเพื่อเร่งการคว้าตัว โยฮัน มันซัมบี้




นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เตรียมเปิดการเจรจากับไฟร์บวร์กในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อเร่งการคว้าตัว โยฮัน มันซัมบี้ มิดฟิลด์ดาวรุ่ง

นักเตะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์รายนี้โด่งดังขึ้นมาในช่วงฟุตบอลโลก แต่ก็เป็นที่หมายปองของหลายสโมสรอยู่แล้ว และในตอนนี้ นิวคาสเซิลอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุดในการบรรลุข้อตกลง

มันซัมบี้เองก็สนใจโอกาสนี้ โดยทีมจากเซนต์เจมส์พาร์คกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเซ็นสัญญากับเขา

นิวคาสเซิ่ลเพิ่งเสีย ซานโดร โทนาลี่ ไปให้กับท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ด้วยค่าตัวสูงถึง 100 ล้านปอนด์ (133 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) นอกจากนี้ อาร์เซน่อลยังให้ความสนใจในตัว บรูโน่ กิมาไรส์ คู่หูมิดฟิลด์ตัวกลางของพวกเขา ซึ่งภารกิจในฟุตบอลโลกกับบราซิลของเขาสิ้นสุดลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ทางนิวคาสเซิ่ลยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะไม่ขาย

มันซัมบี้ วัย 20 ปี ทำไป 3 ประตูและ 2 แอสซิสต์ให้กับสวิตเซอร์แลนด์ในฟุตบอลโลก สวิตเซอร์แลนด์จะพบกับโคลอมเบียในรอบ 16 ทีมสุดท้ายในวันอังคาร


โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
แก้ไขล่าสุดโดย z00 เมื่อ Tue Jul 07, 2026 16:28, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
Ad
icon-mybid
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status: ᴍᴏɴꜱᴛɪᴇᴢ ⭐
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 May 2007
ตอบ: 41715
ที่อยู่: สมาคมนิยมสาวแว่น ツ
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2026 16:31
[RE: ให้กูปั้นก่อน !! นิวคาสเซิ่ล เตรียมเปิดการเจรจากับไฟร์บวร์กเพื่อเร่งการคว้าตัว โยฮัน มันซัมบี้]
เสียขุมกำลังหลักแบบสมองไหลไปต่อเนื่อง 2 ฤดูกาล

แต่ดันจะเสริมแต่ดาวรุ่งเป็นหลักแหะ นิวจะทำทีมปั้นแล้วขายแทนรึเปล่านะ


1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Apr 2010
ตอบ: 12615
ที่อยู่: โบ้เบ้ สะพานสาม
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2026 18:44
[RE: ให้กูปั้นก่อน !! นิวคาสเซิ่ล เตรียมเปิดการเจรจากับไฟร์บวร์กเพื่อเร่งการคว้าตัว โยฮัน มันซัมบี้]
ผมก็ชอบนะตัวนี้ สูงยาวเข่าดี ถ้าไม่แสงมาก อยากให้แมนยูคว้ามา
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
Xroom Fanclub

ออนไลน์
สตั๊ดเงิน
Status: My Biggest Failures are knowing I never tried
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 15 Jan 2011
ตอบ: 13193
ที่อยู่: -__________-
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2026 22:42
[RE: ให้กูปั้นก่อน !! นิวคาสเซิ่ล เตรียมเปิดการเจรจากับไฟร์บวร์กเพื่อเร่งการคว้าตัว โยฮัน มันซัมบี้]
★ LINUX ★ พิมพ์ว่า:
เสียขุมกำลังหลักแบบสมองไหลไปต่อเนื่อง 2 ฤดูกาล

แต่ดันจะเสริมแต่ดาวรุ่งเป็นหลักแหะ นิวจะทำทีมปั้นแล้วขายแทนรึเปล่านะ


 


เห็นคอมเม้นท์แบบนี้แล้วอยากชวนคุยประเด็นนโยบายสโมสรแบบยาวๆ ครับ ผมมองว่านิวคาสเซิ่ลไม่ได้จะเปลี่ยนไปทำทีมเน้น "ปั้นแล้วขาย" แบบถาวรหรอกครับ แต่มันคือ "ทางเลือกที่จำเป็นและฉลาดที่สุด" ภายใต้ข้อจำกัดในโลกฟุตบอลยุคปัจจุบัน ด้วยเหตุผลหลายๆ ด้านครับ

1. กฎ PSR ตั้งเป้า "คุมกำเนิดเศรษฐีใหม่" โดยตรง
ต้องยอมรับก่อนว่ากฎ PSR (Profit and Sustainability Rules) ของพรีเมียร์ลีกและกฎการเงินของยูฟ่า มันถูกสร้างมาเพื่อไม่ให้ทีมที่มีเจ้าของรวยล้นฟ้าสามารถ "ทุ่มเงินซื้อความสำเร็จแบบบ้าเลือด" ได้เหมือนในอดีต กฎนี้บังคับให้สโมสรต้อง หาเงินให้เก่งก่อน ถึงจะใช้เงินได้ตามสัดส่วน
นี่ยังไม่รวมกฏ SCR ไอ้กฏ Squad Cost Ratio หรือ SCR ที่คุมเพดานค่าเหนื่อยและค่าตัวไม่ให้เกิน 85% ของรายได้อีกนะ

2. การสร้างแบรนด์หาเงินนอกสนาม มันทำไม่ได้ในชั่วข้ามคืน
ใครทำธุรกิจจะรู้ดีครับว่า การจะอัปรายได้สโมสรจากการสปอนเซอร์, ทัวร์พรีซีซั่น, หรือการขายเสื้อผ้าและของที่ระลึกเพื่อไปสู้กับกลุ่ม Big 6 (ที่ติดตลาดโลกไปล่วงหน้าเป็นสิบๆ ปี) มันไม่มีทางลัด บางสโมสรใช้เวลาเป็นทศวรรษก็ยังกวดไม่ทัน ดังนั้นสโมสรจะรอให้รายได้เชิงพาณิชย์โตทันค่าตัวนักเตะระดับท็อปอย่างเดียวไม่ได้

3. "การซื้อขายให้ฉลาด" คือทางลัดที่เร็วที่สุดในการแก้โจทย์ PSR
ในเมื่อเพิ่มรายได้ฝั่งการตลาดได้ช้า ทางเลือกที่เร็วที่สุดในการรักษาสมดุลบัญชีและสร้างกำไรในสมุดบัญชี (Accounting Profit) ก็คือ การบริหารตลาดนักเตะให้เก่งขึ้น ดูตัวอย่างทีมอย่าง ไบรท์ตัน หรือ บอร์นมัธ เป็นโมเดลได้เลยครับ พวกเขาเสียตัวหลัก แต่ทีมไม่พัง แถมได้เงินก้อนโตมาค้ำจุนบัญชีสโมสรเรื่อยๆ ทำให้อำนาจในการช้อปปิ้งในอนาคตไม่ลดลง การดึงดาวรุ่งโปรไฟล์ดีอย่าง โยฮัน มันซัมบี้, บาซูมาน่า ตูเร่ หรือ ฌอน สตอยอร์ เข้ามา มันคือการลงทุนความเสี่ยงต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนสูง (High Upside, Low Risk)

4. ปรับ Balance สโมสร และเตรียมพร้อมรับการถ่ายเลือด (Squad Overhaul)
อย่าลืมว่าขุมกำลังชุดปัจจุบันของนิวคาสเซิ่ล หลายคนอายุเกิน 30 ขึ้นไปแล้ว (เช่น นิ็ค โป๊บ,แดน เบิร์น, ฟาเบียน แชร์, จาคอบ เมอฟี่ย์) และอีกหลายคนกำลังเข้า 30 เช่น บรูโน่ G. โชลินตอน ฮาวี่ย์ บาร์นส์, โยอัน วิสซ่า. แถมที่ผ่านมาดาวรุ่งจากอะคาเดมี่สโมสรที่ดันขึ้นมาใช้งานได้จริงแบบนับนิ้วได้เลย การที่สโมสรหันมาช้อนดาวรุ่งพรสวรรค์สูงจากทั่วยุโรปตั้งแต่อายุยังน้อย มันคือการวางรากฐานเพื่อ เพิ่ม Squad Depth และควบคุมเพดานค่าเหนื่อย ไม่ให้บวมจนขยับตัวไม่ได้ในอนาคต

การเสียตัวหลักอย่าง อิซัค หรือ โตนาลี่ เป็นเรื่องที่แฟนบอลเจ็บปวดครับ แต่มันคือวิถีที่ต้องแลกมาเพื่อให้อำนาจการจับจ่ายในตลาดยังคงอยู่ ใครบอกว่านิวเป็นทีมปั้นเด็ก นี่ผมเถียงตายเลยครับ ไอ้ฮาวมันเล่นซื้อตัวพรีเมียร์ลีคพร้อมใช้ overprice overwage มากี่ตัว ทั้งที่ใช้ได้มั่ง ใช้ไม่ได้มั่ง
มาปีนี้ เออ ผมดูแล้วทิศทางโอเคหน่อย แต่ละตัวทรงดี ขายต่อโอกาสมีกำไรสูง
ตราบใดที่มี DOF และ ทีมซื้อข่ายที่ไม่ได้ซื้อโง่ๆ การซื้อดาวรุ่งมาเสริมทัพก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรครับ
Squad อายุเลข 3 ค่อนทีม แล้วยังจะซื้อแก่ๆมาอีก ผมคนนึงล่ะจะด่าให้
และขอบอกว่านี่ไม่ใช่การลดขนาดทีม แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำในการสร้างรากฐานที่ยั่งยืนในระยะยาว เพื่อรอวันที่รายได้นอกสนามเติบโตจนสามารถชนกับทีมใหญ่ได้แบบเต็มตัวต่างหากครับ
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status: ᴍᴏɴꜱᴛɪᴇᴢ ⭐
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 May 2007
ตอบ: 41715
ที่อยู่: สมาคมนิยมสาวแว่น ツ
โพสเมื่อ: Wed Jul 08, 2026 08:56
[RE: ให้กูปั้นก่อน !! นิวคาสเซิ่ล เตรียมเปิดการเจรจากับไฟร์บวร์กเพื่อเร่งการคว้าตัว โยฮัน มันซัมบี้]
Spoil
CallMeLight พิมพ์ว่า:
★ LINUX ★ พิมพ์ว่า:
เสียขุมกำลังหลักแบบสมองไหลไปต่อเนื่อง 2 ฤดูกาล

แต่ดันจะเสริมแต่ดาวรุ่งเป็นหลักแหะ นิวจะทำทีมปั้นแล้วขายแทนรึเปล่านะ


 


เห็นคอมเม้นท์แบบนี้แล้วอยากชวนคุยประเด็นนโยบายสโมสรแบบยาวๆ ครับ ผมมองว่านิวคาสเซิ่ลไม่ได้จะเปลี่ยนไปทำทีมเน้น "ปั้นแล้วขาย" แบบถาวรหรอกครับ แต่มันคือ "ทางเลือกที่จำเป็นและฉลาดที่สุด" ภายใต้ข้อจำกัดในโลกฟุตบอลยุคปัจจุบัน ด้วยเหตุผลหลายๆ ด้านครับ

1. กฎ PSR ตั้งเป้า "คุมกำเนิดเศรษฐีใหม่" โดยตรง
ต้องยอมรับก่อนว่ากฎ PSR (Profit and Sustainability Rules) ของพรีเมียร์ลีกและกฎการเงินของยูฟ่า มันถูกสร้างมาเพื่อไม่ให้ทีมที่มีเจ้าของรวยล้นฟ้าสามารถ "ทุ่มเงินซื้อความสำเร็จแบบบ้าเลือด" ได้เหมือนในอดีต กฎนี้บังคับให้สโมสรต้อง หาเงินให้เก่งก่อน ถึงจะใช้เงินได้ตามสัดส่วน
นี่ยังไม่รวมกฏ SCR ไอ้กฏ Squad Cost Ratio หรือ SCR ที่คุมเพดานค่าเหนื่อยและค่าตัวไม่ให้เกิน 85% ของรายได้อีกนะ

2. การสร้างแบรนด์หาเงินนอกสนาม มันทำไม่ได้ในชั่วข้ามคืน
ใครทำธุรกิจจะรู้ดีครับว่า การจะอัปรายได้สโมสรจากการสปอนเซอร์, ทัวร์พรีซีซั่น, หรือการขายเสื้อผ้าและของที่ระลึกเพื่อไปสู้กับกลุ่ม Big 6 (ที่ติดตลาดโลกไปล่วงหน้าเป็นสิบๆ ปี) มันไม่มีทางลัด บางสโมสรใช้เวลาเป็นทศวรรษก็ยังกวดไม่ทัน ดังนั้นสโมสรจะรอให้รายได้เชิงพาณิชย์โตทันค่าตัวนักเตะระดับท็อปอย่างเดียวไม่ได้

3. "การซื้อขายให้ฉลาด" คือทางลัดที่เร็วที่สุดในการแก้โจทย์ PSR
ในเมื่อเพิ่มรายได้ฝั่งการตลาดได้ช้า ทางเลือกที่เร็วที่สุดในการรักษาสมดุลบัญชีและสร้างกำไรในสมุดบัญชี (Accounting Profit) ก็คือ การบริหารตลาดนักเตะให้เก่งขึ้น ดูตัวอย่างทีมอย่าง ไบรท์ตัน หรือ บอร์นมัธ เป็นโมเดลได้เลยครับ พวกเขาเสียตัวหลัก แต่ทีมไม่พัง แถมได้เงินก้อนโตมาค้ำจุนบัญชีสโมสรเรื่อยๆ ทำให้อำนาจในการช้อปปิ้งในอนาคตไม่ลดลง การดึงดาวรุ่งโปรไฟล์ดีอย่าง โยฮัน มันซัมบี้, บาซูมาน่า ตูเร่ หรือ ฌอน สตอยอร์ เข้ามา มันคือการลงทุนความเสี่ยงต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนสูง (High Upside, Low Risk)

4. ปรับ Balance สโมสร และเตรียมพร้อมรับการถ่ายเลือด (Squad Overhaul)
อย่าลืมว่าขุมกำลังชุดปัจจุบันของนิวคาสเซิ่ล หลายคนอายุเกิน 30 ขึ้นไปแล้ว (เช่น นิ็ค โป๊บ,แดน เบิร์น, ฟาเบียน แชร์, จาคอบ เมอฟี่ย์) และอีกหลายคนกำลังเข้า 30 เช่น บรูโน่ G. โชลินตอน ฮาวี่ย์ บาร์นส์, โยอัน วิสซ่า. แถมที่ผ่านมาดาวรุ่งจากอะคาเดมี่สโมสรที่ดันขึ้นมาใช้งานได้จริงแบบนับนิ้วได้เลย การที่สโมสรหันมาช้อนดาวรุ่งพรสวรรค์สูงจากทั่วยุโรปตั้งแต่อายุยังน้อย มันคือการวางรากฐานเพื่อ เพิ่ม Squad Depth และควบคุมเพดานค่าเหนื่อย ไม่ให้บวมจนขยับตัวไม่ได้ในอนาคต

การเสียตัวหลักอย่าง อิซัค หรือ โตนาลี่ เป็นเรื่องที่แฟนบอลเจ็บปวดครับ แต่มันคือวิถีที่ต้องแลกมาเพื่อให้อำนาจการจับจ่ายในตลาดยังคงอยู่ ใครบอกว่านิวเป็นทีมปั้นเด็ก นี่ผมเถียงตายเลยครับ ไอ้ฮาวมันเล่นซื้อตัวพรีเมียร์ลีคพร้อมใช้ overprice overwage มากี่ตัว ทั้งที่ใช้ได้มั่ง ใช้ไม่ได้มั่ง
มาปีนี้ เออ ผมดูแล้วทิศทางโอเคหน่อย แต่ละตัวทรงดี ขายต่อโอกาสมีกำไรสูง
ตราบใดที่มี DOF และ ทีมซื้อข่ายที่ไม่ได้ซื้อโง่ๆ การซื้อดาวรุ่งมาเสริมทัพก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรครับ
Squad อายุเลข 3 ค่อนทีม แล้วยังจะซื้อแก่ๆมาอีก ผมคนนึงล่ะจะด่าให้
และขอบอกว่านี่ไม่ใช่การลดขนาดทีม แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำในการสร้างรากฐานที่ยั่งยืนในระยะยาว เพื่อรอวันที่รายได้นอกสนามเติบโตจนสามารถชนกับทีมใหญ่ได้แบบเต็มตัวต่างหากครับ
 
 


ขอบคุณที่สละเวลามาอธิบายประเด็นนี้อย่างลึกซึ้งครับ ผมอาจจะมีความรู้ไม่ลึกซึ้งพอ

แต่ได้อ่านสิ่งที่ท่านอธิบายทุกข้อ ก็เห็นภาพมากขึ้นเลยครับ ดีซะอีกครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
สตั๊ดเงิน
Status: My Biggest Failures are knowing I never tried
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 15 Jan 2011
ตอบ: 13193
ที่อยู่: -__________-
โพสเมื่อ: Wed Jul 08, 2026 09:50
[RE: ให้กูปั้นก่อน !! นิวคาสเซิ่ล เตรียมเปิดการเจรจากับไฟร์บวร์กเพื่อเร่งการคว้าตัว โยฮัน มันซัมบี้]
★ LINUX ★ พิมพ์ว่า:
Spoil
CallMeLight พิมพ์ว่า:
★ LINUX ★ พิมพ์ว่า:
เสียขุมกำลังหลักแบบสมองไหลไปต่อเนื่อง 2 ฤดูกาล

แต่ดันจะเสริมแต่ดาวรุ่งเป็นหลักแหะ นิวจะทำทีมปั้นแล้วขายแทนรึเปล่านะ


 


เห็นคอมเม้นท์แบบนี้แล้วอยากชวนคุยประเด็นนโยบายสโมสรแบบยาวๆ ครับ ผมมองว่านิวคาสเซิ่ลไม่ได้จะเปลี่ยนไปทำทีมเน้น "ปั้นแล้วขาย" แบบถาวรหรอกครับ แต่มันคือ "ทางเลือกที่จำเป็นและฉลาดที่สุด" ภายใต้ข้อจำกัดในโลกฟุตบอลยุคปัจจุบัน ด้วยเหตุผลหลายๆ ด้านครับ

1. กฎ PSR ตั้งเป้า "คุมกำเนิดเศรษฐีใหม่" โดยตรง
ต้องยอมรับก่อนว่ากฎ PSR (Profit and Sustainability Rules) ของพรีเมียร์ลีกและกฎการเงินของยูฟ่า มันถูกสร้างมาเพื่อไม่ให้ทีมที่มีเจ้าของรวยล้นฟ้าสามารถ "ทุ่มเงินซื้อความสำเร็จแบบบ้าเลือด" ได้เหมือนในอดีต กฎนี้บังคับให้สโมสรต้อง หาเงินให้เก่งก่อน ถึงจะใช้เงินได้ตามสัดส่วน
นี่ยังไม่รวมกฏ SCR ไอ้กฏ Squad Cost Ratio หรือ SCR ที่คุมเพดานค่าเหนื่อยและค่าตัวไม่ให้เกิน 85% ของรายได้อีกนะ

2. การสร้างแบรนด์หาเงินนอกสนาม มันทำไม่ได้ในชั่วข้ามคืน
ใครทำธุรกิจจะรู้ดีครับว่า การจะอัปรายได้สโมสรจากการสปอนเซอร์, ทัวร์พรีซีซั่น, หรือการขายเสื้อผ้าและของที่ระลึกเพื่อไปสู้กับกลุ่ม Big 6 (ที่ติดตลาดโลกไปล่วงหน้าเป็นสิบๆ ปี) มันไม่มีทางลัด บางสโมสรใช้เวลาเป็นทศวรรษก็ยังกวดไม่ทัน ดังนั้นสโมสรจะรอให้รายได้เชิงพาณิชย์โตทันค่าตัวนักเตะระดับท็อปอย่างเดียวไม่ได้

3. "การซื้อขายให้ฉลาด" คือทางลัดที่เร็วที่สุดในการแก้โจทย์ PSR
ในเมื่อเพิ่มรายได้ฝั่งการตลาดได้ช้า ทางเลือกที่เร็วที่สุดในการรักษาสมดุลบัญชีและสร้างกำไรในสมุดบัญชี (Accounting Profit) ก็คือ การบริหารตลาดนักเตะให้เก่งขึ้น ดูตัวอย่างทีมอย่าง ไบรท์ตัน หรือ บอร์นมัธ เป็นโมเดลได้เลยครับ พวกเขาเสียตัวหลัก แต่ทีมไม่พัง แถมได้เงินก้อนโตมาค้ำจุนบัญชีสโมสรเรื่อยๆ ทำให้อำนาจในการช้อปปิ้งในอนาคตไม่ลดลง การดึงดาวรุ่งโปรไฟล์ดีอย่าง โยฮัน มันซัมบี้, บาซูมาน่า ตูเร่ หรือ ฌอน สตอยอร์ เข้ามา มันคือการลงทุนความเสี่ยงต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนสูง (High Upside, Low Risk)

4. ปรับ Balance สโมสร และเตรียมพร้อมรับการถ่ายเลือด (Squad Overhaul)
อย่าลืมว่าขุมกำลังชุดปัจจุบันของนิวคาสเซิ่ล หลายคนอายุเกิน 30 ขึ้นไปแล้ว (เช่น นิ็ค โป๊บ,แดน เบิร์น, ฟาเบียน แชร์, จาคอบ เมอฟี่ย์) และอีกหลายคนกำลังเข้า 30 เช่น บรูโน่ G. โชลินตอน ฮาวี่ย์ บาร์นส์, โยอัน วิสซ่า. แถมที่ผ่านมาดาวรุ่งจากอะคาเดมี่สโมสรที่ดันขึ้นมาใช้งานได้จริงแบบนับนิ้วได้เลย การที่สโมสรหันมาช้อนดาวรุ่งพรสวรรค์สูงจากทั่วยุโรปตั้งแต่อายุยังน้อย มันคือการวางรากฐานเพื่อ เพิ่ม Squad Depth และควบคุมเพดานค่าเหนื่อย ไม่ให้บวมจนขยับตัวไม่ได้ในอนาคต

การเสียตัวหลักอย่าง อิซัค หรือ โตนาลี่ เป็นเรื่องที่แฟนบอลเจ็บปวดครับ แต่มันคือวิถีที่ต้องแลกมาเพื่อให้อำนาจการจับจ่ายในตลาดยังคงอยู่ ใครบอกว่านิวเป็นทีมปั้นเด็ก นี่ผมเถียงตายเลยครับ ไอ้ฮาวมันเล่นซื้อตัวพรีเมียร์ลีคพร้อมใช้ overprice overwage มากี่ตัว ทั้งที่ใช้ได้มั่ง ใช้ไม่ได้มั่ง
มาปีนี้ เออ ผมดูแล้วทิศทางโอเคหน่อย แต่ละตัวทรงดี ขายต่อโอกาสมีกำไรสูง
ตราบใดที่มี DOF และ ทีมซื้อข่ายที่ไม่ได้ซื้อโง่ๆ การซื้อดาวรุ่งมาเสริมทัพก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรครับ
Squad อายุเลข 3 ค่อนทีม แล้วยังจะซื้อแก่ๆมาอีก ผมคนนึงล่ะจะด่าให้
และขอบอกว่านี่ไม่ใช่การลดขนาดทีม แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำในการสร้างรากฐานที่ยั่งยืนในระยะยาว เพื่อรอวันที่รายได้นอกสนามเติบโตจนสามารถชนกับทีมใหญ่ได้แบบเต็มตัวต่างหากครับ
 
 


ขอบคุณที่สละเวลามาอธิบายประเด็นนี้อย่างลึกซึ้งครับ ผมอาจจะมีความรู้ไม่ลึกซึ้งพอ

แต่ได้อ่านสิ่งที่ท่านอธิบายทุกข้อ ก็เห็นภาพมากขึ้นเลยครับ ดีซะอีกครับ
 


ขอบคุณท่านเช่นกันครับ ที่มาแลกเปลี่ยน
ซึ่งเข้าใจได้ครับ ว่าภาพลักษณ์มันดูเหมือนทีมปั้นเด็กขายไปแล้ว

แต่เอาจริงๆคือ ซื้อมาปั้นเพื่อใช้งานเป็นหลักครับ (เพราะตัวที่เก่งแล้ว โดนปาดตลอด สุ้ค่าเหนื่อยไม่ไหวก็มี)
ส่วนเรื่องขายเรื่องรองครับ ปล่อยถ้าราคาดี เช่น Isak, Tonali, Gordon เรียกว่าเป็นราคาที่ปฏิเสธได้ยาก

แต่ผมย้ำอีกครั้งนะครับ ว่าหลายคนติดภาพว่าทีมเจ้าของรวยจะต้องซื้อตัวแพงๆดังๆ เพราะ นิวคาสเซิล หลังยุค PIF มาก็ซื้อดาวรุ่งเป็นหลักนะครับ
แหม่ หลายคนลืมไปแล้วว่า ตอนซื้อ บรูโน่ กีมาไรซ์ , Tonali, Gordon , Sven Botman, Tino Livramento, Lewis Hall, Joelinton, Joe Willock หรือ แม้แต่ตัวที่ดูเหมือนไม่เด็กแล้วอย่าง Isak หรือ Jacob Murphy ****ตอนซื้อนักเตะเหล่านี้มาก็อายุไม่เกิน 23-24 ปีแทบทั้งนั้นเลยนะครับ****
ผมเลยเซอไพรซ์นิดหน่อย ว่าแปลกใจอะไรกัน
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status: ᴍᴏɴꜱᴛɪᴇᴢ ⭐
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 May 2007
ตอบ: 41715
ที่อยู่: สมาคมนิยมสาวแว่น ツ
โพสเมื่อ: Wed Jul 08, 2026 10:20
[RE: ให้กูปั้นก่อน !! นิวคาสเซิ่ล เตรียมเปิดการเจรจากับไฟร์บวร์กเพื่อเร่งการคว้าตัว โยฮัน มันซัมบี้]
Spoil
CallMeLight พิมพ์ว่า:
★ LINUX ★ พิมพ์ว่า:
Spoil
CallMeLight พิมพ์ว่า:
★ LINUX ★ พิมพ์ว่า:
เสียขุมกำลังหลักแบบสมองไหลไปต่อเนื่อง 2 ฤดูกาล

แต่ดันจะเสริมแต่ดาวรุ่งเป็นหลักแหะ นิวจะทำทีมปั้นแล้วขายแทนรึเปล่านะ


 


เห็นคอมเม้นท์แบบนี้แล้วอยากชวนคุยประเด็นนโยบายสโมสรแบบยาวๆ ครับ ผมมองว่านิวคาสเซิ่ลไม่ได้จะเปลี่ยนไปทำทีมเน้น "ปั้นแล้วขาย" แบบถาวรหรอกครับ แต่มันคือ "ทางเลือกที่จำเป็นและฉลาดที่สุด" ภายใต้ข้อจำกัดในโลกฟุตบอลยุคปัจจุบัน ด้วยเหตุผลหลายๆ ด้านครับ

1. กฎ PSR ตั้งเป้า "คุมกำเนิดเศรษฐีใหม่" โดยตรง
ต้องยอมรับก่อนว่ากฎ PSR (Profit and Sustainability Rules) ของพรีเมียร์ลีกและกฎการเงินของยูฟ่า มันถูกสร้างมาเพื่อไม่ให้ทีมที่มีเจ้าของรวยล้นฟ้าสามารถ "ทุ่มเงินซื้อความสำเร็จแบบบ้าเลือด" ได้เหมือนในอดีต กฎนี้บังคับให้สโมสรต้อง หาเงินให้เก่งก่อน ถึงจะใช้เงินได้ตามสัดส่วน
นี่ยังไม่รวมกฏ SCR ไอ้กฏ Squad Cost Ratio หรือ SCR ที่คุมเพดานค่าเหนื่อยและค่าตัวไม่ให้เกิน 85% ของรายได้อีกนะ

2. การสร้างแบรนด์หาเงินนอกสนาม มันทำไม่ได้ในชั่วข้ามคืน
ใครทำธุรกิจจะรู้ดีครับว่า การจะอัปรายได้สโมสรจากการสปอนเซอร์, ทัวร์พรีซีซั่น, หรือการขายเสื้อผ้าและของที่ระลึกเพื่อไปสู้กับกลุ่ม Big 6 (ที่ติดตลาดโลกไปล่วงหน้าเป็นสิบๆ ปี) มันไม่มีทางลัด บางสโมสรใช้เวลาเป็นทศวรรษก็ยังกวดไม่ทัน ดังนั้นสโมสรจะรอให้รายได้เชิงพาณิชย์โตทันค่าตัวนักเตะระดับท็อปอย่างเดียวไม่ได้

3. "การซื้อขายให้ฉลาด" คือทางลัดที่เร็วที่สุดในการแก้โจทย์ PSR
ในเมื่อเพิ่มรายได้ฝั่งการตลาดได้ช้า ทางเลือกที่เร็วที่สุดในการรักษาสมดุลบัญชีและสร้างกำไรในสมุดบัญชี (Accounting Profit) ก็คือ การบริหารตลาดนักเตะให้เก่งขึ้น ดูตัวอย่างทีมอย่าง ไบรท์ตัน หรือ บอร์นมัธ เป็นโมเดลได้เลยครับ พวกเขาเสียตัวหลัก แต่ทีมไม่พัง แถมได้เงินก้อนโตมาค้ำจุนบัญชีสโมสรเรื่อยๆ ทำให้อำนาจในการช้อปปิ้งในอนาคตไม่ลดลง การดึงดาวรุ่งโปรไฟล์ดีอย่าง โยฮัน มันซัมบี้, บาซูมาน่า ตูเร่ หรือ ฌอน สตอยอร์ เข้ามา มันคือการลงทุนความเสี่ยงต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนสูง (High Upside, Low Risk)

4. ปรับ Balance สโมสร และเตรียมพร้อมรับการถ่ายเลือด (Squad Overhaul)
อย่าลืมว่าขุมกำลังชุดปัจจุบันของนิวคาสเซิ่ล หลายคนอายุเกิน 30 ขึ้นไปแล้ว (เช่น นิ็ค โป๊บ,แดน เบิร์น, ฟาเบียน แชร์, จาคอบ เมอฟี่ย์) และอีกหลายคนกำลังเข้า 30 เช่น บรูโน่ G. โชลินตอน ฮาวี่ย์ บาร์นส์, โยอัน วิสซ่า. แถมที่ผ่านมาดาวรุ่งจากอะคาเดมี่สโมสรที่ดันขึ้นมาใช้งานได้จริงแบบนับนิ้วได้เลย การที่สโมสรหันมาช้อนดาวรุ่งพรสวรรค์สูงจากทั่วยุโรปตั้งแต่อายุยังน้อย มันคือการวางรากฐานเพื่อ เพิ่ม Squad Depth และควบคุมเพดานค่าเหนื่อย ไม่ให้บวมจนขยับตัวไม่ได้ในอนาคต

การเสียตัวหลักอย่าง อิซัค หรือ โตนาลี่ เป็นเรื่องที่แฟนบอลเจ็บปวดครับ แต่มันคือวิถีที่ต้องแลกมาเพื่อให้อำนาจการจับจ่ายในตลาดยังคงอยู่ ใครบอกว่านิวเป็นทีมปั้นเด็ก นี่ผมเถียงตายเลยครับ ไอ้ฮาวมันเล่นซื้อตัวพรีเมียร์ลีคพร้อมใช้ overprice overwage มากี่ตัว ทั้งที่ใช้ได้มั่ง ใช้ไม่ได้มั่ง
มาปีนี้ เออ ผมดูแล้วทิศทางโอเคหน่อย แต่ละตัวทรงดี ขายต่อโอกาสมีกำไรสูง
ตราบใดที่มี DOF และ ทีมซื้อข่ายที่ไม่ได้ซื้อโง่ๆ การซื้อดาวรุ่งมาเสริมทัพก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรครับ
Squad อายุเลข 3 ค่อนทีม แล้วยังจะซื้อแก่ๆมาอีก ผมคนนึงล่ะจะด่าให้
และขอบอกว่านี่ไม่ใช่การลดขนาดทีม แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำในการสร้างรากฐานที่ยั่งยืนในระยะยาว เพื่อรอวันที่รายได้นอกสนามเติบโตจนสามารถชนกับทีมใหญ่ได้แบบเต็มตัวต่างหากครับ
 
 


ขอบคุณที่สละเวลามาอธิบายประเด็นนี้อย่างลึกซึ้งครับ ผมอาจจะมีความรู้ไม่ลึกซึ้งพอ

แต่ได้อ่านสิ่งที่ท่านอธิบายทุกข้อ ก็เห็นภาพมากขึ้นเลยครับ ดีซะอีกครับ
 


ขอบคุณท่านเช่นกันครับ ที่มาแลกเปลี่ยน
ซึ่งเข้าใจได้ครับ ว่าภาพลักษณ์มันดูเหมือนทีมปั้นเด็กขายไปแล้ว

แต่เอาจริงๆคือ ซื้อมาปั้นเพื่อใช้งานเป็นหลักครับ (เพราะตัวที่เก่งแล้ว โดนปาดตลอด สุ้ค่าเหนื่อยไม่ไหวก็มี)
ส่วนเรื่องขายเรื่องรองครับ ปล่อยถ้าราคาดี เช่น Isak, Tonali, Gordon เรียกว่าเป็นราคาที่ปฏิเสธได้ยาก

แต่ผมย้ำอีกครั้งนะครับ ว่าหลายคนติดภาพว่าทีมเจ้าของรวยจะต้องซื้อตัวแพงๆดังๆ เพราะ นิวคาสเซิล หลังยุค PIF มาก็ซื้อดาวรุ่งเป็นหลักนะครับ
แหม่ หลายคนลืมไปแล้วว่า ตอนซื้อ บรูโน่ กีมาไรซ์ , Tonali, Gordon , Sven Botman, Tino Livramento, Lewis Hall, Joelinton, Joe Willock หรือ แม้แต่ตัวที่ดูเหมือนไม่เด็กแล้วอย่าง Isak หรือ Jacob Murphy ****ตอนซื้อนักเตะเหล่านี้มาก็อายุไม่เกิน 23-24 ปีแทบทั้งนั้นเลยนะครับ****
ผมเลยเซอไพรซ์นิดหน่อย ว่าแปลกใจอะไรกัน
 
 


เล่นบอร์ดแล้วได้แลกเปลี่ยนกันแบบนี้ สนุกดีครับ ผมเองก็ได้ความรู้ไปด้วย
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel