ยูฟ่า ตำหนิ FIFA อย่างรุนแรง หลังตัดสินใจล้มโทษแบนใบแดงบาโลกัน
ศึกภายในวงการลูกหนังปะทุเดือด เมื่อ ยูฟ่า ออกแถลงการณ์ตำหนิ FIFA อย่างรุนแรง หลังตัดสินใจล้มโทษแบนใบแดงของ โฟลาริน บาโลกัน ดาวยิงทีมชาติสหรัฐอเมริกา จนทำให้เจ้าตัวมีสิทธิ์ลงเล่นในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่พบกับ เบลเยียม ได้
เดิมทีหัวหอกวัย 25 ปีรายนี้ ต้องรับโทษแบนอัตโนมัติ 1 นัด หลังโดนใบแดงจากการเล่นรุนแรงในเกมที่พบ บอสเนีย-เฮอร์เซโกวินา รอบ 32 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะทำให้พลาดเกมสำคัญที่ซีแอตเทิล
ทว่า FIFA กลับหยิบกฎข้อที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักขึ้นมาใช้ เปลี่ยนโทษแบนของเจ้าตัวให้เป็นการรอลงอาญา 1 ปีแทน ซึ่งถือเป็นข่าวดีอย่างมากสำหรับเจ้าภาพร่วม เนื่องจากบาโลกุนเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมในทัวร์นาเมนต์นี้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์หา จานนี่ อินฟานติโน่ ประธาน FIFA เพื่อพยายามให้ล้มโทษใบแดงดังกล่าว แม้ทาง FIFA จะยืนยันว่าสายนั้นไม่มีผลต่อการตัดสินใจก็ตาม
การตัดสินใจดังกล่าวทำให้ อินฟานติโน่ และ FIFA ต้องเจอกับกระแสต่อต้านอย่างหนัก โดยทางสมาคมฟุตบอลเบลเยียมก็ออกแถลงการณ์ยืนยันว่ากำลังตรวจสอบทุกทางเลือกที่เป็นไปได้ ขณะที่ยูฟ่าเองก็ออกโรงชี้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ "ข้ามเส้นแดง" พร้อมประณามว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่อาจเข้าใจได้ และไม่มีเหตุผลรองรับ
แถลงการณ์ของยูฟ่าระบุว่า ฟุตบอลก็เหมือนกีฬาชนิดอื่นที่ต้องอาศัยกฎกติกาเป็นพื้นฐานของการแข่งขันที่ยุติธรรมและโปร่งใส แม้บางครั้งกฎอาจตีความได้หลายแบบ แต่ในกรณีนี้ไม่ใช่ เพราะโทษแบนอัตโนมัติขั้นต่ำ 1 นัดหลังโดนใบแดงนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่จะใช้ดุลยพินิจได้
ทางยูฟ่ายังย้ำอีกว่า เมื่อความแน่นอนของกฎไม่ได้รับการรับประกันจากผู้ที่มีหน้าที่พิทักษ์มันอีกต่อไป ความสมบูรณ์ของเกมและความน่าเชื่อถือของการแข่งขันก็จะถูกสั่นคลอน อีกทั้งการตัดสินใจนี้ยังสร้างบรรทัดฐานที่ทำให้กรณีคล้ายกันในทัวร์นาเมนต์ต้องได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการแข่งขัน ก่อนปิดท้ายด้วยการแสดงความไม่อยากเชื่อต่อการตัดสินใจที่ไม่เคยมีมาก่อนครั้งนี้
ถือเป็นแถลงการณ์ที่ยิ่งโหมกระพือความขัดแย้งระหว่างสององค์กรลูกหนังที่ทรงอิทธิพลที่สุด ท่ามกลางกระแสข่าวลือมานานว่าทั้งสองฝ่ายกำลังทำศึกแย่งชิงอำนาจในการควบคุมวงการฟุตบอลกันอยู่