'ฟ้าขาว' รอดตายนาที 111 เฉือน 'เคปเวิร์ด' 3-2
เกมสุดช็อกที่เมืองไมอามี เมื่อ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา แชมป์เก่า หวิดต้องเป็นข่าวใหญ่สะเทือนโลกลูกหนัง ก่อนอาศัยจังหวะที่ ไดนีย์ บอร์เกส ทำเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 111 รอดตายเฉือนเอาชนะ เคปเวิร์ด ทีมน้องใหม่สุดฮึกเหิมไปได้แบบหืดจับ 3-2 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย
ทัพที่รั้งอันดับ 64 ของโลก สร้างความเหลือเชื่อด้วยการไล่ตีเสมอคู่แข่งที่อยู่อันดับสองของโลกได้ถึงสองครั้ง โดยหลังจากเสมอกัน 1-1 ในเวลา 90 นาที ทัพม้ามืดก็ลากยอดทีมอย่างอาร์เจนตินาเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษได้สำเร็จ
เกมในไมอามีเปิดฉากด้วยบรรยากาศสุดคึกคัก ท่ามกลางแฟนบอลอาร์เจนไตน์นับพันที่แห่มาเชียร์ และทัพฟ้าขาวก็เหมือนจะเดินหน้าสู่ชัยชนะได้อย่างสบาย เมื่อ ลิโอเนล เมสซี่ เสกความมหัศจรรย์ในนาทีที่ 29 จัดการควบคุมบอลยาวจาก ลิซานโดร มาร์ติเนซ ก่อนซัดเข้าไปอย่างสวยงาม คว้าประตูที่ 20 ในฟุตบอลโลกของตัวเอง
ทว่าชาติที่เล็กที่สุดเท่าที่เคยลงเล่นในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกไม่ยอมอำลาแบบเงียบๆ เมื่อ เดรอย ดูอาร์เต้ มาไล่ตีเสมอในครึ่งหลัง จากจังหวะที่วิ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนซัดลอดหว่างขา ลิซานโดร มาร์ติเนซ กองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้าไปจากมุมแคบๆ ท่ามกลางน้ำตาแห่งความดีใจของแฟนเคปเวิร์ด
พอเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษได้เพียง 2 นาที ลิซานโดร มาร์ติเนซ ก็สลับมาเป็นฮีโร่บ้าง ต่อยอดจากลูกโขกของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ในจังหวะเตะมุม ซัดเข้าไปอย่างจังพา โวซินญ่า นายด่านคู่แข่ง เอาไม่อยู่
แต่แล้วเคปเวิร์ดก็มาได้ประตูระดับเวิลด์คลาส เมื่อ ซิดนีย์ โลเปส กาบรัล ตัดเข้ามาทางซ้ายของกรอบเขตโทษ ก่อนปั่นบอลข้าม เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ เข้ามุมบนอย่างสุดสวย ไล่เจ๊าเป็น 2-2 ในช่วงต่อเวลา และเจ้าตัวยังเกือบสร้างปาฏิหาริย์ ด้วยการบังคับให้นายด่านอาร์เจนตินาต้องออกลูกเซฟสุดยอดในอีก 4 นาทีต่อมา
สุดท้ายทัพม้ามืดก็ไม่สามารถไล่ตีเสมอเป็นครั้งที่สามเพื่อลากไปดวลจุดโทษได้ ต้องยอมพ่ายไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก็ถือว่าได้ฝากผลงานสุดประทับใจไว้บนเวทีฟุตบอลโลกอย่างสมศักดิ์ศรี ขณะที่ทัพฟ้าขาวแม้จะเข้ารอบแบบหืดจับ แต่ก็ยังรักษาความหวังลุ้นแชมป์ต่อไปได้สำเร็จ