ศาลลาวสั่งจำคุกตลอดชีวิตนักธุรกิจไทย
ศาลลาวตัดสินจำคุกตลอดชีวิต นักธุรกิจไทย คดีคอร์รัปชั่น พร้อมผู้ต้องหาอีก 9 คน
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม laotiantimes.com รายงานว่า ศาลประชาชนนครหลวงเวียงจันทน์ ได้พิพากษาคดีทุจริตครั้งใหญ่ 4 คดี ซึ่งมีจำเลยรวมทั้งสิ้น 17 คน ในจำนวนนี้มีทั้งอดีตข้าราชการระดับสูงของรัฐบาล ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ และนักธุรกิจรวมอยู่ด้วย โดยศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยอย่างน้อย 10 คน ซึ่งรวมถึงบุคคลระดับสูงจากภาคส่วนการตรวจสอบ การธนาคาร พลังงาน และการต่างประเทศ ตลอดจนนักธุรกิจชาวต่างชาติอีก 1 คน
นผู้ที่ถูกตัดสินโทษกครั้งนี้ ประกอบด้วย นายทองเพด ดวงเงิน อดีตผู้บริหารการไฟฟ้าลาว (EDL) , อดีตเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจสอบแห่งรัฐ (SIA) , อดีตเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่ง สปป.ลาว , เจ้าหน้าที่จากธนาคารส่งเสริมการเกษตร (APB) 2 คน , อดีตพนักงานกระทรวงต่างประเทศ และอดีตผู้บริหารของการไฟฟ้าลาวอีก 4 คน
นอกจากนี้ ยังมี นายอภิชาติ วรรณกุล นักธุรกิจชาวไทย ที่ถูกตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิตในครั้งนี้เช่นกัน จากบทบาทความเกี่ยวข้องกับการทุจริตครั้งใหญ่เกี่ยวกับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ
เมื่อรวมทั้ง 4 คดีเข้าด้วยกัน พบว่าข้อกล่าวหาครอบคลุมทั้งเรื่องการทุจริต การรับสินบน การใช้อำนาจในทางมิชอบ การยักยอกทรัพย์ การฉ้อโกง และการปลอมแปลงเอกสาร ซึ่งเกิดขึ้นในสถาบันสำคัญหลายแห่งของรัฐ
โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูง ที่ถูกตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิต ศาลยังมีคำสั่งให้ริบทรัพย์สิน ทั้งเงินสด ยานพาหนะ ที่ดิน บัญชีะนาคาร และทรัพย์สินอื่นๆ พร้อมทั้งชดเชยค่าเสียหายจำนวนมากแก่หน่วยงานของรัฐ
ข่าวระบุว่า คดีแรก เป็นเรื่องการทุจริตในกระทรวงต่างประเทศ , คดีที่สอง เกี่ยวกับเครือข่ายสินบนที่เชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ 8 คนที่เกี่ยวโยงกับสำนักงานตรวจสอบแห่งรัฐ ธนาคารแห่ง สปป.ลาว คณะกรรมการตรวจสอบพรรค และหน่วยงานอื่นๆ , คดีที่สาม เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงในธนาคารส่งเสริมการเกษตร และคดีที่สี่ ซึ่งเป็นคดีใหญ่ที่สุด เกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำของ EDL ซึ่งไม่มีข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวเปิดเผยต่อสาธารณะ
โดยนายอภิชาติ วรรณกุล นักธุรกิจชาวไทย และอดีตผู้บริหารระดับสูงของ EDL อีก 4 คน ถูกตัดสินว่า มีความผิดฐานยักยอกเงินของรัฐ ใช้อำนาจในทางมิชอบ และการรับสินบน โดยทั้ง 5 คน ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต
นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้นายอภิชาติ จ่ายเงินชดเชยให้แก่ EDL เป็นเงินกว่า 24.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอนุญาตให้ยึดและขายทรัพย์สินของเขา รวมถึงบัญชีธนาคาร 10 บัญชี ที่ดิน 11 แปลง และรถยนต์ 1 คัน หากทรัพย์สินเหล่านั้นมีมูลค่าไม่พอ ศาลมีคำสั่งให้ยึดและขายทรัพย์สินของอดีตผู้บริหาร EDL อีก 4 คน ด้วย ขณะที่เงินสินบนกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็จะถูกยึดและส่งคืนให้แก่รัฐด้วย
https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789203