'อินทรีเหล็ก' ดวลเป้าพ่าย 'ปารากวัย' 4-3 หลังเสมอในเวลา 1-1 จอดเพียงรอบ 32 ทีม
เกมสุดช็อกที่ทำเอาแฟนบอลทั้งโลกตาค้าง เมื่อ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี อดีตแชมป์โลก 4 สมัย ต้องตกรอบฟุตบอลโลก 2026 อย่างน่าผิดหวัง หลังพ่ายให้กับ ปารากวัย ในการดวลจุดโทษสุดระทึก ภายหลังเสมอกัน 1-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ
เกมในเวลาปกติเปิดฉากด้วยความเหนือความคาดหมาย เมื่อ คูลิโอ เอนซิโซ่ อดีตแข้งที่เคยค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกกับ ไบรท์ตัน และ อิปสวิช โขกตุงพา ปารากวัย ออกนำไปก่อนแบบช็อกในนาทีที่ 42
อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลังทัพอินทรีเหล็กกลับมาเล่นได้ดีขึ้นชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ก่อนไล่ตีเสมอสำเร็จจากจังหวะที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ โขกเบาๆ ต่อยอดจากลูกเปิดของ ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ มิดฟิลด์ลิเวอร์พูล ขณะที่จังหวะลุ้นที่สุดมาตอน โยนาธาน ทาห์ โขกตุงเข้าไป แต่กลับถูกปรับให้เป็นโมฆะ หลัง วัลเดมาร์ อันโทน ไปทำฟาวล์นายด่านคู่แข่งก่อน
เมื่อต้องตัดสินกันที่จุดโทษ เยอรมนีกลับเป็นฝ่ายตามหลังตลอด เมื่อทั้ง ฮาแวร์ตซ์ และ นิค โวลเทอมาเดอ ต่างถูก ออร์ลันโด้ กิลล์ นายทวารปารากวัย ปัดลูกเอาไว้ได้ ทว่าฝั่งปารากวัยเองก็พลาดโอกาสปิดเกมถึงสองครั้ง ทั้ง อันโตนิโอ ซานาเบรีย ที่ยิงออกไป และ ฟาเบียน บัลบูเอน่า ที่ถูก มานูเอล นอยเออร์ นายด่านวัย 40 ปี เซฟไว้ได้
กระทั่งเข้าสู่ช่วงดวลแบบซัดเดนเดธ ทาห์ ก็มาเปิดโอกาสให้คู่แข่งด้วยการซัดข้ามคานออกไป ก่อนที่ โคเซ่ คานาเล่ กองหลังปารากวัย จะสังหารลูกชี้ชะตาเข้าไปอย่างใจเย็น ปิดเกมเอาชนะจุดโทษ 4-3 ส่งทีมตบเท้าผ่านเข้ารอบท่ามกลางความดีใจสุดเหลือเชื่อ
ผลที่ออกมาทำให้ ปารากวัย ทะลุเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยเตรียมไปวัดใจกับผู้ชนะระหว่าง "ตราไก่" ฝรั่งเศส และ "ไวกิ้งสีเหลือง" สวีเดน ที่เมืองฟิลาเดลเฟียในวันเสาร์นี้