[RE: หนักใจแทนคาริคเรื่องกลางแมนยู]
The promised พิมพ์ว่า:
ลูกไก่ในกำมือ^ พิมพ์ว่า:
TdcT พิมพ์ว่า:
ลูกไก่ในกำมือ^ พิมพ์ว่า:
TdcT พิมพ์ว่า:
เราเป็นใครหรอ พิมพ์ว่า:
สังกะสี พิมพ์ว่า:
เราเป็นใครหรอ พิมพ์ว่า:
มันคือความเก่งของทีมสเกาท์
ง่ายๆคืออย่างลัมเมนส์ แมนยูไปขุดมาได้ ค่าตัวไม่แพง 18 ล้านปอนด์ พร้อมใช้ได้เลย
ความเสี่ยงเยอะกว่าเอมี่ แต่พอเล่นมาแล้วมันไปได้ แล้วน่าจะใช้งานได้ยาวๆ
ตัวอื่นๆก็ต้องแบบนั้น ไม่แน่ ederson พอมาเล่นจริงมันอาจจะเก่งกว่าที่เราคิดๆกันก็ได้
เอแดซงอยู่อตาก็เก่งครับ ฟอร์มสม่ำเสมอด้วย ผลงานตอนเจอทีมในอังกฤษก็ถือว่าดีเลยครับ
จริงๆแมนยูจะเอานานแล้ว แต่อตาโขกไว้สูงมากเลยต้องมาเอาตอนนี้ตอนที่เหลือสัญญาน้อยๆ
จริงๆอตาไม่อยากปล่อยหรอกครับ
แฟนแมนยูมองตัวนี้ไม่ใช่ No1 ของตลาดไงครับนั่นแหละ
แต่ผมไม่รู้ทีมงานมองยังไง เกิดเค้ามองตัวนี้เป็น No1 ก็ตามนั้นแหละ รอผลงานพิสูจน์อย่างเดียว
เอแดซอน โตนาลี ฝีเท้าไม่ต่างอะไรกันเลย ต่างแค่ เอแดซอนอยู่อิตาลี โตนาลีอยู่พรีเมียร์ ถ้า เอแดซอนเล่นได้แบบตอน อตาลันต้านะ แมนยูจะได้ของในราคา80-100ลป ในราคา38ลปเลย
ไม่อยากให้คิดเเบบนั้นเลย คำว่าถ้ามันมีโอกาสจะดีหรือเน่าก้ได้น่ะสิ
การที่สโมสรกล้าปักราคานักเตะระดับ 100 ลป.+อย่างโตนาลีเนี่ย มันคือการการันตีอย่างนึงว่าโตนาลียืนใน epl ไหวเเน่ๆ เพราะผลงานมันการันตีสายตาเราๆอยู่เเล้ว
พวกตกม้าตายจากกัลโช่มา epl เยอะเเยะ ท่านคิดว่าถ้าเอเเดซอนเล่นได้เเบบตอนอตาก้คุ้ม เเล้วถ้าเล่นไม่ได้ล่ะ เสียเวลา เสียสลอตนักเตะ เสียโอกาส โดนด่าอีก
การตั้งราคามันมีความหมายอยู่ครับ ทุกทีมก้เคยซื้อตัวพลาดๆมาทั้งนั้น เเล้วท่านจะเอาอะไรมาการันตีล่ะว่าจะดีหรือไม่ดี เเต่โตนาลีโอกาสรอดมากกว่าเอเเดซอนอยู่เเล้ว เพราะไม่ต้องปรับตัว นั่นเเหละมันเลยเเพงเเค่นั้นเอง
แล้วคุณมั่นใจได้ไงว่าถ้าโตนาลี มาแมนยูแล้วจะเล่นได้แบบตอนนิวคาสเซิลครับ คุณกล้าพูดได้เต็มปากไหมว่าแมนยูทุ่ม 100ลป แล้วโตนาลีจะเล่นได้ดีเหมือนทีมเก่า ซื้อตัวในลีคไม่ใช่ว่าจะเล่นได้เสมอไป ผมไม่ยกทีมอื่นนะ เอาแค่แมนยูที่ผมเชียร์ อเล็กซิส แมนยูก็ซื้อจากน่อลแล้วผลลัพธ์เป็นไง ชไนเดอแลงก็ซื้อจากเซ้าแทมตัน แมคไกวก็ซื้อจาก เลสเตอร์ ในราคา80ลป คุณว่าคุ้มค่าไหมสำหรับแมคไกว วานบิชซาก้า เป็นไง50ลป พวกตกม้าตายจากทีมพรีเมียร์ด้วยกันก็มีตั้งเยอะแยะ นักเตะทุกคนย้ายทีมไม่ว่าจะลีคเดียวกันหรือคนละลีคมันต้องปรับตัวเหมือนกันหมดละ มันไม่ใช่ว่าซื้อในพรีเมียร์ด้วยกันแล้วจะฟอร์มดีเหมือนทีมเก่าเสมอไป
ก้ไม่มีใครมั่นใจได้ไงครับ ผมเลยถามว่าคุณมั่นใจได้ยังไง
ผมเลยเสริมว่า "เเต่โตนาลีโอกาสรอดมากกว่าเอเเดซอนอยู่เเล้ว เพราะไม่ต้องปรับตัว นั่นเเหละมันเลยเเพงเเค่นั้นเอง" ก้คือตัวโตนาลีมันพิสูจน์ตัวเองเเล้วว่ามันเล่นในลีคไหวเเค่นั้นเอง
ก้ใช่ว่ามันต้องปรับตัว เเต่ที่คุณว่ามามันคือการปรับตัวในทีม เเต่นี่ผมพูดถึงการปรับตัวระหว่างลีค อย่างโตนาลีเนี่เเค่ปรับจากนิวมาผี เเต่ถ้าเอเเดซอนเนี่ยต้องปรับลรูปแบบจากกัลโช่ เเล้วต้องปรับให้เข้ากับผีอีก
เเล้วนักเตะที่คุณยกมา มันก้ไม่ได้เเย่ขนาดนั้น อเล็กซิสยอมรับเถอะว่าตอนย้ายจากปืนมันคือขาลงเเล้ว ไปหวังอะไรกันอะ ชไนเดอเเลงก้ตามราคา ก้ไม่ได้ล้มเหลวอะไร แมคไกวร์วันนี้นอาจไม่คุ้มเเต่มาวันนี้ก้ไม่ได้เเย่นิ วานบิซซาก้ามันเเย่เเต่ถ้ามองภาพรวมก้ไม่ได้ล้มเหลว ตอนขายออกก้ยังได้ราคาไม่ได้ขาดทุนล่มจมอะไร
เเล้วเอาจริงๆที่คุณยกมาทั้งหมดคุณไม่พูดถึงโค้ชหน่อยเหรอ เพราะผู้จัดการผีก้มีปัญหา ผมเลยพยายามไม่พูดถึงการเปลี่ยนเเปลภายในของทีมไง หรือลองคิดง่ายอย่างเอ็มเบอโม่ก้ย้ายมาจากลีคเดียวกันทำไมคุณม่ยกขึ้นมาล่ะ?
ในความเห็นผมนะ เรื่องพิสูทธิในลีคมาแล้วผมว่าไร้สาระครับ นักเตะแบกทีมลุ้นแชมป์ในลีคมันก็ย้ายมาจากทีมนอกลีคทั้งนั้น haaland,saliba, salah มันมีเยอะกว่าตัวในลีคอีกครับ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคืสเปกที่อยากได้ (ความสามารถและชีวิตส่วนตัว) มากกว่า พวกpremier provenอะไรนั้นอีก
ก้นั่นเเหละครับมันคือความเสี่ยงไง เเล้วไอพวกตัวนอกลีคที่คุณว่ามาพอพิสูจน์ตัวยกระดับในลีคได้พอขายในลีคคิดว่าราคามันจะเเพงกว่าเดิมมั้ยล่ะครับ?
บางคน take risk ตรงนี้ได้ เเต่บางคนไม่เสี่ยงไง อย่างไก่ผมเจอ home sick เเบบ soldado ไปก้ร้องละครับ หรือดิมาเรียร้องจะย้ายออกงี้ ก้นั่นเเหละผมเลยบอกไงมันคือ"ความเสี่ยง" เเละคุณก้ต้องให้เวลานักเตะมากกว่าปกติครับ อย่างซาล่ารอบเเรกก้เหลวนะกับสิงห์อะ
มันไม่ได้เกี่ยวกับ prove หรือไม่ prove เพราะผมพูดในมุมการรับกับความเสี่ยงของการปรับตัวเเค่นั้นเอง
คุณยกมาเเต่พวกที่มันสำเร็จไง เเล้วลองเทียบกับที่ไม่สำเร็จคิดว่าสัดส่วนเป็นไงล่ะครับ อย่างไก่ผมง่ายๆลองดูซีโมนสิ กว่าจะปรับตัวได้ ถ้าได้ตัวพร้อมทานเเบบคูดุสเลย หลายๆคนก้คงมองว่าคูดุสเป็นดีลที่ดีกว่าเป็นต้น
หรือเอาอะไรมากผีเองก้ลองเทียบเเอนโธนี่กับเอ็มเบอโม่ละกัน ก้เหมือนที่คุณเทียบนักเตะรายคนอะ คุณก้จะดึงเเต่นักเตะที่สำเร็จมา เเต่นักเตะที่ล้มเหลวคุณก้จะไม่พูด เเต่คุณไม่ได้พูดถึงภาพรวมหรือค่าเฉลี่ยอะ ผมเลยเน้นย้ำเรื่องความเสี่ยงจากการปรับตัวเเค่นั้นเอง