FEATURE: "ถ้าคุณเล่นเข้าขากับเมสซีไม่ได้...คุณก็เลิกเล่นฟุตบอลไปเถอะ!"
ไปเจอคอลัมน์ซีรีส์พิเศษ 3 ตอนนี้ของ ชาบี (Xavi) ใน The Athletic เป็นการเขียนถึง 3 นักเตะผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในสายตาของเขา โดยแบ่งเป็นตอนละคน ซึ่ง ลิโอเนล เมสซี คือคนที่ชาบีเลือกมาเขียนถึงเป็นตอนแรกเลยเอามาฝากกันครับ
"ถ้าคุณเล่นเข้าขากับเมสซีไม่ได้...คุณก็เลิกเล่นฟุตบอลไปเถอะ!"
นี่ไม่ใช่คำพูดของเกรียนคีย์บอร์ดที่ไหน แต่เป็นคำยืนยันจากปากของ "ซาบี เอร์นานเดซ" โคตรกองกลางระดับสมองเพชรที่เคยจ่ายบอลให้ชายที่ชื่อ เมสซี ถล่มประตูมานับไม่ถ้วน!
ล่าสุด ซาบี ออกมาปล่อยบทความสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รีวิวความโหดของอดีตเพื่อนร่วมทีมรายนี้แบบเปลือยหมดเปลือก ตั้งแต่วันแรกที่เห็นเด็กระเบิดวัย 16 ปีเดินลงสนามซ้อมทำเอาพวกพี่ใหญ่ทั้ง โรนัลดินโญ่, ปูโยล, เดโก้ ถึงกับตาค้าง มองหน้ากันเลิกลักว่า "เห้ย นี่มันตัวอะไรวะ?!" ไปจนถึงเคล็ดลับ "สแกนเรดาร์ 3 ครั้ง" ที่ทำให้เมสซีในวัย 39 ปียังคงไล่ตบปากนักวิจารณ์ได้เหมือนเดิม
ทำไมเขาถึงบอกว่า เมสซี คือ 'ไมเคิล จอร์แดน แห่งผืนหญ้า' และเก่งกาจจนเกือบจะ 'ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตบนโลก' มาล้อมวงฟังซาบีแกเล่ากันยาวๆ ได้เลยครับ!
บทความ
ตอนผมอายุ 20 ผมเพิ่งเคยได้ยินชื่อ ลิโอเนล เมสซี เป็นครั้งแรก ตอนนั้นโค้ชทีมเยาวชนบาร์ซาเดินมาบอกผมว่า มีเด็กอาร์เจนตินาคนหนึ่งกำลังจะย้ายเข้าอคาเดมี่ลามาเซีย แกบอกว่า "ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นเด็กคนไหนโหดขนาดนี้มาก่อน" เอาตรงๆ ตอนนั้นผมไม่เชื่อหรอก (หัวใจเต้นเป็นจังหวะกังขา) เพราะเด็กเทพที่ว่าแน่ๆ เดินผ่านระบบบาร์ซามาเยอะเจ็บมาเยอะ สำหรับผม ของจริงมันต้องวัดกันตอนขึ้นชุดใหญ่เท่านั้น
แต่โค้ชย้ำคำเดิมว่า "ซาบี แต่ไอ้เด็กคนนี้มันคนละเกรดเลยนะ"
หลังจากนั้น ผมก็เริ่มเห็นคลิปของเมสซีผ่านช่อง TV ของสโมสร ทั้งลูกเล่น ลูกยิง ช็อตประเภทลากตัดเข้าใน เลื้อยผ่านกองหลัง 4-5 คน แล้วล็อกหลบผู้รักษาประตูไปยิงชิลๆ มันดูเหมือนพวกพลังเหนือธรรมชาติ แต่นั่นแหละ ช่องสโมสรเขาก็คัดมาแต่ไฮไลท์เจ๋งๆ อยู่แล้ว เด็กคนอื่นก็ดูเทพได้เหมือนกัน
จนกระทั่งปี 2004 โค้ชคนเดิมส่งข้อความมาหาผม: "ไอ้เด็กอาร์เจนไตน์ที่เคยเล่าให้ฟัง วันพรุ่งนี้มันจะขึ้นมาซ้อมกับทีมพี่ใหญ่แล้วนะ" ผมคิดในใจ "โอเค ได้เวลาเช็กฟอร์มหน่อยว่าเจ๋งจริงหรือราคาคุย"
ผมยังจำการซ้อมมื้อแรกวันนั้นได้แม่น การแต่งบอลแรก การกระชากลากเลื้อย การจ่ายบอล คลาสบอลในการเล่นร่วมกับรุ่นพี่ ไอ้เด็กนี่มันทำได้หมดทุกอย่าง สมบูรณ์แบบฉบับโมเดิร์นฟุตบอล มันคือ "ปรากฏการณ์" ชัดๆ
พวกพี่ใหญ่ในทีมตอนนั้น ทั้ง คาร์เลส ปูโยล, วิกตอร์ บัลเดส, เดโก้, โรนัลดินโญ่ รวมถึงตัวผมเอง ถึงกับตาค้าง มองหน้ากันเลิกลักประมาณว่า "เห้ย นี่มันไม่ใช่มนุษย์มนาแล้ว" เลโอในวัยแค่ 16 ปี เดินลงสนามซ้อมมาปุ๊บ แกก็กลายเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในสโมสรได้ทันทีแบบไม่ต้องปรับตัว
เลโอเป็นเด็กขยันและมีความเป็นผู้ชนะสูงมาก (Aggressive สุดๆ ทั้งตอนมีบอลและไม่มีบอล) กระหายชัยชนะแบบจัดๆ เวลาแกสปีดเติมเกมบุก แกไม่มีมาสับขาหลอกโชว์ออฟ หรือเล่นท่าดึงเช็งให้เสียเวลา แกแทงไลน์ตรง ดิ่งเข้าหาประตูอย่างเดียว เป็นมิติการเล่นที่ดุดันมาก พลังทำลายล้างในการเข้าทำของเด็กคนนี้มันหาดูได้ยากจริงๆ ขนาดอยู่ในทีมอย่างบาร์ซาที่รวมดาราระดับโลก ผมยังไม่เคยเห็นใครมีพรสวรรค์เบอร์นี้เลย
แต่นอกสนาม เลโอเป็นเด็กขี้อายและเก็บตัวมาก มีทัวร์เอเชียครั้งหนึ่งผมนอนห้องเดียวกับน้องหลังจากมันขึ้นชุดใหญ่มาไม่นาน เวลาเลโอจะเปิดทีวี แกยังต้องหันมาขออนุญาตผมเลย! ผมต้องบอกว่า "เห้ย ชิลๆ เลยไอ้น้อง ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้น" ผมพยายามช่วยเซ็ตระบบเซฟโซนให้แกคลายความกดดันและรู้สึกเป็นกันเองที่สุด
แต่พอเท้าแตะผืนหญ้า inside Game ของเราสองคนจูนกันติดตลอด แกจะตะโกนบอกผมว่า "มากี้ (ฉายาซาบี) ไอ้กองหลังตัวนี้มันประกบผมติดเป็นเงาเลย พี่แทงทะลุช่องเข้าพื้นที่ฮาล์ฟสเปซ (Half-space) ข้างหลังมันเลยนะ" แล้วแกก็จะวิ่งสลัดตัวประกบหลุดไปรับบอลโล่งๆ
บางครั้งผมเห็นแกเริ่มอยู่ไม่สุขเพราะไม่ได้จับบอล ผมก็จะกวักมือเรียก "ลงมาล้วงบอลต่ำเลย ลงมา!" แกก็จะดรอปตัวเองลงมาใกล้ๆ ผม ใกล้ๆ อันเดรส อิเนียสต้า ใกล้ๆ บูสซี่ (เซร์คิโอ บุสเกตส์) ลงมาอยู่ในแดนกลางที่เป็นพื้นที่ทำเกม เพราะยิ่งเลโอได้ออกบอลและสัมผัสบอลมากเท่าไหร่ ทีมเรายิ่งได้เปรียบ แพลนการเล่นของเราคือทำให้แกแฮปปี้และมีส่วนร่วมกับเกมมากที่สุด
การเล่นร่วมกับเมสซีมันง่ายมาก ง่ายแบบปอกกล้วยเข้าปาก "ถ้าคุณเล่นเข้าขากับเมสซีไม่ได้ คุณก็เลิกเล่นฟุตบอลไปเถอะ!" เพราะเมื่อคุณส่งบอลให้เลโอ บอลมันจะถูกชิ่งคืนกลับมาหาคุณแบบเป๊ะเวอร์ น้ำหนักพอดีเป๊ะ แถมเข้าเท้าข้างที่ถนัดเสมอ ในฐานะกองกลางที่รักการจ่ายบอลเป็นชีวิตจิตใจ การได้เล่นร่วมกับเขาคือสิทธิพิเศษสูงสุด เมสซีช่วยยกระดับให้ผมเป็นนักเตะที่ดีขึ้น และผมเองก็พยายามทำหน้าที่ซัพพอร์ตเซ็ตบอลให้แกเล่นง่ายที่สุดเหมือนกัน
เขาเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ยอดเยี่ยมมาก ตอนขึ้นมาใหม่ๆ แกอาจจะเป็นผู้นำประเภท "เงียบแต่ระเบิดฟอร์มในสนาม" (อยากได้บอลตลอด แสดงคาแรคเตอร์ผู้ชนะชัดเจน) แต่พอเวลาผ่านไป แกค่อยๆ สวมปลอกแขนผู้นำเต็มตัว ก่อนลาบาร์ซาในปี 2015 แกกลายเป็นกระบอกเสียงคอยปลุกเร้าเพื่อนร่วมทีมในห้องแต่งตัวก่อนเกม
และตอนนี้ในทีมชาติอาร์เจนตินา ทุกคนคงเห็นแล้วว่าแกคือ "ลูกพี่ใหญ่" ตัวจริงเสียงจริง ทั้งคำพูดและการกระทำ มันระเบิดออกมาจากความกระหายแชมป์ที่ไม่มีวันดับ คุณจะไม่มีทางเห็นเมสซีหมดไฟเดินเล่นในสนามเด็ดขาด แพสชั่นฟุตบอลแบบอาร์เจนไตน์แท้ๆ มันเข้มข้นอยู่ในสายเลือดของแก
นัดที่เมสซีระเบิดฟอร์มพีกๆ ในความทรงจำผมมีเยอะมาก แต่ถ้าต้องจิ้มมาแมตช์เดียว ผมขอเลือก เกมแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ เจอ เรอัล มาดริด ปี 2011 นัดแรกที่เบอร์นาบเบว
วันนั้น โจเซ มูรินโญ่ สั่งให้เจ้าหน้าที่ปล่อยหญ้าในสนามยาวเฟื้อย (เพื่อตัดเกมช่องแคบของบาร์ซา) ดูทรงแล้วมาดริดกะมาอุดเอาเสมอ 0-0 ชัดๆ แต่แล้วเลโอก็กดลูกแรกเบิกร่อง ก่อนจะโชว์ช็อตคลาสสิค "โซโล่รันสไตล์มาราโดนา" ลากเลื้อยแหวกแผงมิดฟิลด์และกองหลังมาดริด
วันนั้นแกตัวคนเดียวดวลกับทั้ง ลาสซานา ดิอาร์รา, ชาบี อลอนโซ, ราอูล อัลบิโอล และเซร์คิโอ รามอส...แต่แกเก็บเรียบ หักด่านผ่านได้หมดทุกคน! เกมนัดนั้นแท็กติกทีมเราแทบไม่ได้ทำงานเลย เกมตื้อมาก ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่แล้วเมสซีก็เสกเวทมนตร์ขึ้นมาเอง นั่นแหละคือสิ่งที่แกทำได้ ระบบทีมเราอาจจะมีสะดุดบ้าง แต่เรามี "ไพ่ตาย" ที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล เมสซีคือคนที่สามารถแบกทีมและปิดจ๊อบคว้าชัยชนะได้ด้วยตัวคนเดียว
ตอนนี้เห็นแกเล่น ผมยังรู้สึกตื้นตันเลย ตัวผมเองบดกับเกมฟุตบอลจนถึงอายุ 39 แต่ตอนนั้นผมย้ายไปเล่นลีกกาตาร์และเลิกเล่นทีมชาติไปหลายปีแล้ว เลโอในตอนนี้ก็อายุเท่ากัน แต่สภาพร่างกายและการเล่นของแกยังเหมือนเดิมเป๊ะ
แกไม่เปลี่ยนไปเลย ดูจังหวะซอยเท้าถี่ๆ สับไกจังหวะสั้นๆ นั่นสิ: ตึก, ตึก, ตึก (เนียนตามาก) ถ้าเป็นนักเตะคนอื่น หลังจากคว้าแชมป์โลกปี 2022 คงประกาศแขวนสตั๊ดไปนอนตากอากาศแล้ว แต่หมอนี่มันเป็นสัตว์ป่าคอนโทรลเกมที่เสพติดชัยชนะ แกยังเชื่อมั่นเต็มร้อยว่าจะพาทีมคว้าแชมป์ได้อีก
ผมไม่กังขาเลยว่าอาร์เจนตินาจะทะลุเข้าถึงรอบลึกๆ และเราจะได้เห็น "เมสซีเวอร์ชันท็อปฟอร์ม" แน่นอน นี่คือทัวร์นาเมนต์ของเขา แกเตรียมพร้อมสภาพจิตใจมาเพื่อสิ่งนี้ แม้ว่ากูรูหลายคนจะบอกว่าร่างกายแกไม่ไหวแล้ว ฟอร์มตกแล้ว แต่หลังจากนั้น แกก็ลงสนามไปซัดแฮตทริกตบปากนักวิจารณ์อยู่ดี
ลูกแรกที่แกยิงใส่แอลจีเรีย นั่นคือ "เครื่องหมายการค้า" ของเลโอเลย ตอนที่ โรดริโก เด ปอล เงยหน้าขึ้นมามอง เลโอก็วิ่งไปสแตนด์บายอยู่ในตำแหน่งที่เพอร์เฟกต์ พร้อมรับบอลเข้าทำทันที และช็อตนั้นแกหันไปเช็กสแกนพื้นที่รอบตัวถึง 3 ครั้ง! นี่คือเคล็ดลับระดับโกลบอลของแก แกเป็นนักเตะประเภทสแกนเรดาร์ตลอดเวลา ประเมินสิ่งแวดล้อมรอบตัวเสมือนมี GPS ฝังอยู่ในหัว
หลายครั้งในสนามคุณจะเห็นแกเดินเล่นเหมือนไม่ได้ทำอะไร แต่จริงๆ แกกำลังเดินสแกนช่องว่างอยู่ ขณะที่เพื่อนร่วมทีมเคาะบอลกันไปมา แกกำลังคำนวณตำแหน่งว่า มิดฟิลด์ตัวรับฝั่งตรงข้ามอยู่ไหน? เซนเตอร์แบ็กยืนห่างเท่าไหร่? พื้นที่ว่าง (Space) อยู่ตรงไหน? IQ ฟุตบอลและการอ่านเกมของแกคือระดับ Tier 0
ตอนอยู่บาร์เซโลนา เราซ้อมสมองด้วย "ลิงชิงบอล" (Rondo) และสมอลไซส์เกมบ่อยมาก เป็นแบบฝึกหัดที่ต้องมองหาพื้นที่ว่างและหาผู้เล่นที่ว่างอยู่เสมอ เมสซีคือ "ศาสดา" ของการซ้อมนี้ ผมไม่ได้อวยเกินจริงนะ ถ้าจับเลโอไปเล่นตำแหน่งของอิเนียสต้า, ตำแหน่งบุสเกตส์, ตำแหน่งปูโยล หรือแม้แต่ตำแหน่งกองกลางแบบผม... แกก็สามารถเล่นได้เนียนตาและเก่งระดับโลกทัดเทียมกับเจ้าของตำแหน่งตัวจริงเหล่านั้นได้สบายๆ และทุกวันนี้แกก็ยังทำได้อยู่
หลังจบเกมกับแอลจีเรีย ผมส่งข้อความไปหาเลโอ บอกแกไปว่า "นายนี่มันตัวตลกชัดๆ" (เก่งเกินจนดูตลก) ผมเห็นช็อตที่แกทำแล้วได้แต่หัวเราะแก้เขิน มันบ้าบอคอแตกเกินไป แต่นั่นแหละคือเลโอ แกมักจะมาถูกที่ถูกเวลาเสมอ สำหรับผม แกคือที่สุดแล้ว ไม่มีใครเทียบได้... แทบจะไม่ใช่มนุษย์แล้วครับ
ผมชอบเปรียบเปรยว่า แกคือ "ไมเคิล จอร์แดน แห่งวงการฟุตบอล" ในโลกฟุตบอลไม่มีใครสู้แกได้เลย แกก้าวข้ามตำนานรุ่นพี่ในอดีตไปแล้วด้วยเรื่อง "ความยืนระยะ" (Longevity) คิดดูสิ แกครองบัลลังก์นักเตะที่ดีที่สุดในโลกมาตลอด 20 ปีหลังสุด และจนถึงตอนนี้ แกก็ยังลงสนามไปพิสูจน์ให้เห็นอยู่เลย
สภาพจิตใจ (Mentality) ของแกมันมหัศจรรย์มาก นี่คือจุดตัดที่ทำให้แกเหนือกว่าทุกคนบนโลก แกเกลียดการพ่ายแพ้แบบเข้าเส้น มีอารมณ์ร่วมกับเกมที่สมบูรณ์แบบ และมีสภาพร่างกายที่เหมือนถูกพระเจ้าสร้างมาเพื่อเล่นฟุตบอลโดยเฉพาะ ลืมเรื่องลูกยิงที่แกทำได้ไปก่อน แล้วลองมองดูภาพรวมการเล่น สภาพร่างกาย ความมุ่งมั่น และความทะเยอทะยานที่แกใส่ลงไปในทุกๆ แมตช์ คาแรคเตอร์ของผู้ชนะแบบนี้ ไม่มีทางที่ใครจะเลียนแบบได้อีกแล้ว
ผมเห็นแววระดับปรากฏการณ์ของแกมาตั้งแต่อายุ 16 ปี แต่การที่แกยังยืนระยะแบกทีมได้นานขนาดนี้ มันเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก ผมรู้สึกโชคดีและขอบคุณจริงๆ ที่ได้ลงเล่นร่วมสนามกับเลโอ ได้มีชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์ยุคเดียวกับเขา
"และผมไม่เชื่อว่า ชั่วชีวิตนี้เราจะได้เห็นนักฟุตบอลที่มหัศจรรย์แบบ ลิโอเนล เมสซี อีกแล้วครับ"
ผิดพลาดตรงไหน ขออภัยด้วยนะครับ
Credit: The Athletic FC
ฝากหน่อยนะครับ
https://www.facebook.com/share/p/1UJtSiuweV/