GOAT! เมสซี่ เหมา 2 พาอาเจนติน่าชนะออสเตรีย 2-0
ลีโอเนล เมสซี่ วันนี้เป็นทุกอย่างให้อาเจนติน่าแล้ว หลังกดคนเดียวไป 2 ลูก ทำลายสถิติของ มิโรสราฟ โคลเซ่ กลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอย่างเป็นทางการที่ 17 ประตูและส่งให้อาเจนติน่าเข้ารอบต่อไปอย่างแน่นอนแล้ว ส่วนออสเตรียนัดต่อไปเจอแอลจีเลีย
อาเจนติน่า
Starting Formation: 4-4-2
25.
ฟาคุนโด้ เมดินา

82'
13.
คริสเตียน โรเมโร่

57'
7.
โรดริโก เด ปอล

82'
20.
อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์
16.
ติอาโก้ อัลมาด้า

64'
22.
เลาตาโร่ มาร์ติเนซ

65'
ตัวสำรอง
3.
นิโคลัส ทาเกลียฟิโก้

82'
5.
เลอันโดร ปาเรเดส

82'
9.
จูเลียน อัลวาเรซ

64'
15.
นิโก้ กอนซาเลซ

65'
19.
นิโคลัส โอตาเมนดี้

57'
ฟุตบอลโลก 2026
สนาม AT&T Stadium เมืองอาร์ริงตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา
23 มิถุรายน 2026
กรรมการ อามิน โมฮัมเหม็ด โอมาร์
EX. อาเจนติน่า
ออสเตรีย
ลิโอเนล เมสซี 38'
ลิโอเนล เมสซี 90+5'
กุนซือ ลิโอเนล สกาโลนี่ มีการปรับทัพเพียงตำแหน่งเดียวจากเกมแรกเนื่องจาก กอนซาโล มอนติเอล มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ทำให้ นาเวล โมลินา จะลงทำหน้าที่แทนในตำแหน่งแบ็กขวา ส่วนขุมกำลังหลักรายอื่นพร้อมรบเต็มสูบ
ราล์ฟ รังนิก มีปัญหาปวดหัวในเกมรับเนื่องจาก สเตฟาน พอช กองหลังตัวเก่งได้รับบาดเจ็บกระดูกขากรรไกรหัก แต่อาจต้องจำใจเข็นลงสนามและปรับโยก คอนราด ไลเมอร์ มาช่วยยืนเกมรับ แดนหน้า มิคาเอล เกรกอริทช์ จะได้สตาร์ทก่อน โดยมี มาร์โก อาร์เนาโตวิช เป็นทีเด็ดบนม้านั่งสำรอง เหมือนเดิม
เช็ค VAR จุดโทษสำหรับอาเจนติน่า สเตฟาน พอช เข้าช้าใส่ มาร์ติเนส
เริ่มเกมก็มีเช็คจุดโทษกันแล้ว จากจังหวะที่ สเตฟาน พอช และ เซเวอร์ ชลาเกอร์ พุ่งเข้าเสียบ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ในเขตโทษ ผู้ตัดสิน โมฮัมเหม็ด โอมาร์ไปดูวิดีโอภาพทันที
จุดโทษ แต่เมสซี่ยิงออกเฉยเลย
อาเจนติน่าได้จุดโทษ แต่ เมสซี่ ยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งหลุดออกเสาไปเฉยเลย ทำเอาเจ้าตัวเซ็งจัดๆ
มาติเนซจ่ายหลุด เมสซี่ยิงติดเซฟ
ยังมาเรื่อยๆสำหรับทัพฟ้าขาว มาติเนซ จ่ายให้เมสซี่หลุดไปยิงยังติดเซฟ ชลาเกอร์
เมสซี่ยิง ติดอีก
เมสซี่มีโอกาสอีกครั้ง หลังอัลมาด้า จ่ายให้ เมสซี่ ซัดด้วยซ้ายบอลไปติด อลาบา
หนที่ 4 เมสซี่วิ่งมายิง อาเจนนำ 1-0
อัลมาด้า พาบอลขึ้นมาถึงกรอบเขตโทษ ก่อนไหลไปทางซ้ายให้ เมดิน่า ปาดเข้ากลาง อัลมาด้า ข้ามหลอกให้ เมสซี่ แปด้วยซ้ายเสียบเสาเข้าไปเลย
อาเจนครองเกมอยู่หมัด ครองบอลจนหมดครึ่งไปเลย
ออสเตรียพยามจะบุกขึ้นมาหลายครั้งแต่ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แถมช่วงทดเจ็บ 7 นาทีผู้เล่นออสเตรียหาบอลไม่เจอเลยหมดครึ่งแรก อาเจนติน่านำออสเตรีย 1-0
ซาบิตเซอร์ ฟรีคิกติดเซฟ เอมี่
ออสเตรียมาได้ลุ้นตีเสมอบ้างจังหวะลูกฟรีคิก นอกกรอบ ซาบิตเซอร์ ปั่นด้วยขวาบอลพุ่งแรงเป็นจรวดจนเอมี่ มาติเนซ ต้องออกแรงเซฟครั้งแรก
โรเมโร่ เจ็บ โอตาเมนดี้ ต้องลงแทน
อาร์เจนติน่า เปลี่ยนตัวก่อน หลัง โรเมโร่ มีอาการบาดเจ็บ โอตาเมนดี้ ลงสนามมาแทน
เอนโซ่ ซัด ติดดานโซ่
ธิอาโก อัลมาด้า จ่ายบอลเอนโซ่ ยิงด้วยเท้าขวาจากนอกกรอบเขตโทษ แต่ถูกดานโซ่ บล็อกไว้อีก
อัลมาด้า ออก อัลวาเรซ ลงมาเพื่อเอาประตูเพิ่ม
อาร์เจนติน่าเปลี่ยนตัว เอา อัลวาเรซ ติอาโก้ อัลมาด้า
เมสซี่ยิงอีก ติดเซฟ และไม่ได้เตะมุมด้วย
พลาดโอกาส ลิโอเนล เมสซี หลัง เอ็นโซ เฟอร์นันเดซ จ่ายบอลให้ เมสซี่ยิงด้วยเท้าซ้ายจากด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ แต่บอลติดเซฟชลาเกอร์ ออกไปทางขวา แถมไม่ได้เตะมุมอีก
พลาดโอกาสทำประตู เกรกอริตช์ โหม่งออกไปอีก
มาร์เซล ซาบิตเซอร์ เปิดบอลให้เกรกอริตช์ ได้โหม่งแต่บอลลอยสูงเกินไป ออกไปน่าเสียดาย
ออสเตรียเปลี่ยน 2 อาร์เนาโตวิช ลงมาลุ้นเอาประตูคืน
ไม่ช้าสำหรับออสเตรีย เปลี่ยนตัวเอา อาร์เนาโตวิช อเล็กซานเดอร์ พราสส์ ลงมาแทน อลาบา กับ สเตฟาน พอช
เมสซี่เปิด นิโก้ โขกหลุดเสาไป
จากจังหวะเตะมุม เมสซี่ เปิดบอลมา นิโก้ กอนซาเลซ วิ่งมาโขกหลุดเสาไปแบบได้ลุ้น
ยังไม่ 2! นิโก้ เลี้ยงตัดยิงติดบล็อก เอนโซ่ ซ้ำติดบล็อกเหมือนกัน
นิโก้ กอนซาเลซ เลี้ยงจี้เข้ากรอบเขตโทษ ก่อนลองซัดด้วยขวา บอลติด ดานโซ่ กระดอนออกมา ถึงเอนโซ่ ซ้ำก็ติดดานโซ่อีก
เขาอีกแล้ว! เมสซี่ ยิงติด ซ้ำไม่พลาด อาเจนนำ 2-0
จุดเริ่มต้นมาจากเมสซี่ จ่ายให้ ปาเรเดส ก่อนที่จะไหลให้ อัลวาเรซ หลุดไปยิงติดเซฟ ชลาเกอร์ บอลมาเข้าทางเมสซี่ ยิงไปติดบล็อกก่อนบอลเข้าทางเลี้ยงหลบกองหลังออสเตรีย ซัดด้วยซ้ายยิงทะลุกองหลังออสเตรีย 3คนเข้าไปเลย
จบเกมเมสซี่พาอาเจนติน่าชนะออสเตรียไปได้ 2-0 พร้อมการันตีแชมป์กลุ่มแน่นอน และ แถมเมสซี่ นำดาวซัลโวเดี่ยวๆหลังเล่น 2 นัด กดไป 5 ลูก ส่วนออสเตรียนัดหน้าต้องชนะแอลจีเลียเพื่อการันตีเข้ารอบต่อไปเช่นกัน
ออสเตรีย
Starting Formation: 4-2-3-1
5.
สเตฟาน พอช

68'
8.
ดาวิด อลาบา C

67'
18.
โรมาโน่ ชมิด

78'
24.
พอล แวนเนอร์

68'
11.
ไมเคิล เกรกอริตช์

85'
ตัวสำรอง
7.
มาร์โก อาร์เนาโตวิช

68'
17.
คาร์นีย์ ชุควูเอเมกา

85'
21.
แพทริค วิมเมอร์

78'
22.
อเล็กซานเดอร์ ปราส

68'
23.
มาร์โค ฟรีดล์

67'