ผมไปเจอเรื่องราวของ ยาน ดิโอมองเด ได้เขียนจดหมายถึงน้องสาวของตัวเองที่เสียชีวิตไปแล้ว จากการเปิดเผยของ แพลตฟอร์มสื่อกีฬาออนไลน์ระดับโลก อย่าง The Players’ Tribune เลยเอามาฝากครับ
[EXCLUSIVE]จากรองเท้าแตะพลาสติกสู่ฟุตบอลโลก: จดหมายสุดสะเทือนใจถึงน้องสาวผู้ล่วงลับ ‘พี่จะทำตามสัญญา หรือไม่ ก็ขอตายในสนาม’
เบื้องหลังแสงไฟอันเจิดจรัสในสนามฟุตบอลโลก และเสียงเชียร์ของแฟนบอลนับแสน ใครจะรู้ว่าหัวใจของชายที่ชื่อ "ยาน" (Yan Diomande) นักแตะทีมชาติโกตดิวัวร์ ของสโมสร แอร์เบ ไลพ์ซิช(RB Leipzig) ในบุนเดสลีกา กลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่าและความแตกสลาย
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราวของเด็กชายจากแอฟริกาที่ต่อสู้จากศูนย์จนได้สวมเสื้อทีมชาติโกตดิวัวร์ แต่รวมถึงบทบันทึกความทรงจำอันแสนงดงามและปวดร้าวที่สุด ระหว่างเขากับ "ร็อกซาน(Roxane)" น้องสาวแท้ๆ ผู้เป็นทั้งเอเยนต์คนแรก เป็นคนเดียวที่เชื่อมั่นในตัวเขาในวันที่โลกทั้งใบพากันหัวเราะเยาะ และเป็นคนที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยวัยเพียง 15 ปี ในวันที่เขากำลังจะคว้าความฝันมาไว้ในมือ
จดหมายฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นจากความลึกของหัวใจที่ไร้ความรู้สึกตลบอบอวลไปด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่พี่ชายคนหนึ่งจะมอบให้น้องสาวได้... และนี่คือถ้อยคำที่เขาอยากส่งสารถึงเธอ บนฟ้าไกล...
ถึง ร็อกซาน (Roxane)
จำได้ไหมตอนที่มีคนซื้อเสื้อแมนฯ ยูไนเต็ด ปลอมมาให้ฉัน แล้วฉันเอาปากกาเคมีสีดำเขียนคำว่า Ronaldo 7 ไว้ข้างหลัง? ตอนนั้นพวกเราไม่รู้จักคำว่ารวยหรือจนหรอก พวกเรารู้จักแต่ความสุข
จำตอนที่คน 25 คนนอนรวมกันในบ้านหลังเดียวที่อาบิดจันได้ไหม? แม่ก็อยากจะดูละครน้ำเน่าของแก ส่วนคนอื่นๆ ก็อยากจะดูหนัง จำได้ไหมว่าฉันมักจะแกล้งทำเป็นหลับ แล้วแอบย่องเข้าไปในห้องนั่งเล่นหลังเที่ยงคืนเสมอ? ฉันจะเปิดทีวีเสียงเบามากๆ แค่ประมาณ 2 ขีด ฉันนั่งดูฟุตบอลในความมืดแล้วก็ยอมฝันไป
จำได้ไหมตอนที่พวกผู้ใหญ่เห็นฉันเล่นฟุตบอลบนพื้นดิน แล้วตั้งฉายาให้ฉันว่า "โรแบร์โต คาร์ลอส" เพราะฉันยิงแรงมาก? แล้วจำได้ไหมว่าจริงๆ แล้วฉันแอบโกรธมากแค่ไหน เพราะ CR7 คือไอดอลของฉัน
จำได้ไหมตอนที่ฉันต้องเดินทางไปเล่นฟุตบอลไกลบ้านมากๆ? ตอนนั้นฉันอายุแค่ 9 ขวบเอง ทีม Inter Foot Sud Comoé นู่นเลย ใกล้กับชายแดนประเทศกานา เป็นแค่เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนเดียวที่ต้องอยู่ลำพัง ฉันไม่รู้ว่าเคยเล่าเรื่องนี้ให้เธอฟังหรือเปล่า แต่ฉันกับเด็กคนอื่นๆ มักจะแอบเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อขโมยมันฝรั่งเพราะพวกเราหิวกันมาก พวกเราทำภารกิจ "ปล้นธนาคาร" โดยให้เด็กสองคนไปเบี่ยงเบนความสนใจเจ้าของร้าน และเด็กอีก 18 คนวิ่งโกยออกมาพร้อมมันฝรั่งสองหัว มันไม่ได้อร่อยอะไรเลยนะ แต่วิเศษสุดๆ ฮ่าๆๆๆ มันยังคงเป็นของโปรดที่ฉันชอบกินมาจนถึงทุกวันนี้เลย มันฝรั่งต้มเหยาะน้ำมันนิดหน่อย มันทำให้ฉันนึกถึงช่วงเวลานั้น
จำได้ไหมตอนที่ฉันได้รองเท้าสตั๊ดของจริงคู่แรก แล้วฉันถึงขั้นใส่มันนอน? ตอนเด็กๆ ฉันเล่นฟุตบอลด้วยรองเท้าแตะพลาสติกสีขาวมาตลอด แม้แต่ตอนนี้เวลาฉันกลับบ้าน ฉันก็ยังใส่มันเล่นอยู่เลย มันเป็นธรรมเนียมของพวกเราไปแล้ว
จำได้ไหมเวลาที่ฉันกลับมาบ้าน แล้วเธอจะชอบพูดกับเพื่อนๆ แถวบ้านของฉันว่า "ทำไมพวกนายหยุดซ้อมกันล่ะ? ยาน (Yan) ไม่ได้จะซื้อรถให้พวกนายหรอกนะ พวกนายต้องทำงานหนักต่อไป"
ตอนนั้นเธออายุแค่ 10 ขวบเอง แต่ได้กลายเป็นเอเยนต์ของฉันไปซะแล้ว
จำได้ไหมว่าพวกเราเคยนั่งคุยและฝันเกี่ยวกับการย้ายไปอยู่ฝรั่งเศสด้วยกัน? พวกเราจะไปช้อปปิ้ง มีอพาร์ตเมนต์เป็นของตัวเอง และฉันจะได้เป็นนักฟุตบอลที่ร่ำรวย มีรถ มีบ้านหลังใหญ่ และเธอจะได้ไม่ต้องกังวลกับเรื่องอะไรอีกเลย เธอคือคนเดียวที่เชื่อมั่นมาตลอดว่าฉันสามารถเป็น คริสเตียโน คนต่อไปได้ ในขณะที่คนอื่นพากันหัวเราะเยาะ
จำได้ไหมตอนที่ฉันย้ายไปเรียนไฮสคูลที่อเมริกาตอนอายุ 15 แล้วฉันคิดถึงบ้านหนักมาก? เป็นเดือนๆ ที่ฉันฟังใครพูดไม่รู้เรื่องเลย เขาให้ฉันนั่งข้างเด็กฝรั่งเศสคนหนึ่ง แล้วเขาก็คอยช่วยแปลทุกอย่างที่ครูพูด
จำได้ไหมตอนที่ฉันโทรหาเธอแล้วบอกว่า "เธอไม่เชื่อแน่ๆ เด็กที่นี่เถียงครูด้วยล่ะ" เพราะถ้าเป็นที่บ้านเรา เธอรู้ใช่ไหมว่าพวกเราไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตาต่อหน้าผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ
จำได้ไหมตอนที่ฉันแทบไม่เชื่อสายตาว่าเด็กๆ ที่นั่นสูบบุหรี่หลังเลิกเรียน?
เธอเคยบอกว่า ฟังดูเหมือนฉันกำลังหลุดเข้าไปอยู่ในซีรีส์อเมริกาเลย
จำได้ไหมตอนที่เขาพาฉันไปทดสอบฝีเท้าที่ บอร์นมัธ? ที่เชลซี, เรนเจอร์ส, โอลิมเปียกอส, คริสตัล พาเลซ? เอเซ (Eze) กับ โอลิเซ (Olise) ถึงกับเดินมาหาฉันหลังซ้อมเสร็จแล้วพูดว่า "เฮ้ยไอ้หนู นายเก่งชะมัดเลยว่ะ"
แต่พวกเขาก็ยังไม่เซ็นสัญญากับฉันอยู่ดี
แม้แต่ทีมบีในลีก MLS ก็ไม่มีใครต้องการฉัน ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร พวกเขาไม่เคยบอกเหตุผลเลย พวกผู้ใหญ่จัดการทุกอย่าง พวกเขาแค่พาล่องไปทั่วแถบยุโรป และทุกคนก็ตอบปฏิเสธกลับมา
วีซ่าของฉันหมดอายุ ความฝันของฉันจบสิ้นลง พวกเขาส่งฉันกลับแอฟริกา และพวกเราก็นั่งร้องไห้ไปด้วยกัน เธอคือคนเดียวที่ไม่เคยหยุดเชื่อมั่น ไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น ฉันได้เซ็นสัญญากับทีม เลกาเนส (Leganés) และคราวนี้พวกเราร้องไห้ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
นั่นคือช่วงเวลาที่ฉันยังมีความรู้สึกอยู่ แต่ตอนนี้ ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย มันเหมือนกับว่าฉันไม่ใช่คนด้วยซ้ำ ตั้งแต่เธอจากไป ฉันก็มีแต่ความว่างเปล่า
ฉันไม่คิดว่าตัวเองหลั่งน้ำตาออกมาสักหยดด้วยซ้ำในวันที่พวกเขานำข่าวมาบอกว่าเธอจากไปแล้ว ฉันแค่ช็อกไปเลย
มันเกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ฉันลงสนามเปิดตัวนัดแรกให้เลกาเนส ใครจะไปคิดว่าจะได้เปิดตัวตอนอายุ 18 ในเกมที่เจอกับ เรอัล มาดริด? มันบ้ามากๆ มันเหมือนความฝันเลย
แล้วหลังจากนั้นมันก็กลายเป็นฝันร้าย มีใครบางคนโทรจากบ้านเกิดมาหาฉันไม่หยุด ฉันรู้สึกหงุดหงิด ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงโทรมาขนาดนั้น
พอฉันรับสาย พวกเขาก็ไม่ได้พูดจาอ้อมค้อมให้มันซอฟต์ลงเลย เธอรู้ใช่ไหมว่าคนที่บ้านเราเป็นยังไง ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆ แค่พูดออกมาตรงๆ
"น้องสาวของนายไปแล้วนะ"
"อะไรนะ?"
"เธอตายแล้ว"
"พูดเรื่องอะไรน่ะ?"
"มีคนใส่อะไรบางอย่างลงในแก้วเครื่องดื่มของเธอในงานปาร์ตี้ แล้วเธอก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย เธอจากไปแล้ว"
ตอนนั้นเธออายุแค่ 15 ปีเอง
15 ปี
ฉันไม่เคยได้รับคำตอบใดๆ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยากรู้เหตุผลไหม บางทีมันอาจจะเป็นเพราะความอิจฉาริษยา บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วไปในประเทศของเรา หรือบางทีฉันอาจจะปกป้องเธอได้ดีกว่านี้ ฉันไม่รู้เลย
ฉันพยายามที่จะเชื่อมั่นในลิขิตของพระเจ้า นั่นคือสิ่งเดียวที่ฉันทำได้ ฉันไม่ได้พยายามจะลืม เพราะฉันรู้ดีว่าฉันไม่มีวันลืม สิ่งเดียวที่ทำได้คือการปลี่ยนความเจ็บปวดนี้ให้กลายเป็นพลังในการทำงานให้หนักขึ้น และทำทุกอย่างที่พวกเราเคยฝันไว้ร่วมกัน
ที่ฉันเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมาก็เพราะฉันไม่สามารถพูดมันออกมาเป็นคำพูดได้ ฉันเขียนเพราะอยากให้เธอรับรู้ว่า ฉันจะทำให้แน่ใจว่าเธอจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไป ฉันจะทำให้ทุกคนรู้จักชื่อของเธอ ไปทั่วทั้งโลก ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำบนผืนหญ้าในสนามฟุตบอล มันคือเพื่อเธอ
มีอะไรเกิดขึ้นมากมายเหลือเกินตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ฉันได้เจอเธอ เธอคงไม่มีทางเชื่อแน่ๆ ขนาดตัวฉันเองยังไม่รู้เลยว่าฉันเชื่อมันไหม
เธอรู้อะไรไหมที่มันบ้ามากๆ? หลังจากเกมนัดเปิดตัวที่เจอมาดริด ฉันได้แลกเสื้อกับ เอ็มบัปเป้ (Mbappé) ด้วยนะ จำได้ไหมตอนที่พวกเราเคยนั่งดูเขาในทีวี แล้วเธอจะชอบพูดว่า "เอ็มบัปเป้หรอ? เออ เขาก็เก่งนะ แต่พี่ชายของฉันเก่งกว่า"
ฉันคิดผิดไปเรื่องหนึ่ง ฉันไม่ได้อยากร่ำรวยแล้วล่ะ ฉันเห็นแล้วว่าเงินทองมันทำอะไรกับคนเราได้บ้าง แม้กระทั่งกับครอบครัวก็ตาม ตอนที่ฉันอยู่เลกาเนส เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ฉันหามาได้ ฉันส่งกลับบ้านหมด จนถึงจุดที่ฉันไม่อยากได้เงินอีกต่อไปแล้ว มันกลายเป็นแค่ภาระชิ้นหนึ่ง พวกเขาไม่เคยหยุดขอเลย ฉันเดาว่าพวกเขาคงคิดว่าฉันเป็นเศรษฐีร้อยล้านไปแล้ว ทั้งที่ตอนนั้นฉันยังไม่มีอพาร์ตเมนต์เป็นของตัวเองด้วยซ้ำ ฉันอาศัยอยู่ในห้องพักที่สนามซ้อม ซึ่งไม่มีแม้กระทั่งทีวี มีแค่ฟุตบอลกับนอน ฟุตบอลกับนอน เท่านั้นเอง
ฉันไม่ได้ต้องการบ้านหลังโต ไม่ได้ต้องการรถหรู ฉันแค่ต้องการทุ่มเททุกอย่างให้กับฟุตบอล ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อแสดงให้โลกเห็นว่าน้องสาวของฉันคิดถูกแล้ว
ฮ่าๆ…. เธอต้องคิดว่าเรื่องนี้ตลกแน่ๆ
ตอนที่ฉันย้ายมาเล่นให้ แอร์เบ ไลป์ซิก (RB Leipzig) ฉันมักจะไปสายตลอด คือไม่ได้สายหรอก แต่ฉันไปถึง "ตรงเวลา" ซึ่งสําหรับที่เยอรมนีแล้ว การไปตรงเวลาหมายความว่าคุณไปสายมากๆ
ดังนั้นเธอก็คงรู้ดีว่าฉันทำยังไงต่อไป ฉันเริ่มไปถึงก่อนเวลา 90 นาทีในทุกๆ นัดหมาย ฉันไปก่อนเวลาบ่อยมากจนเพื่อนๆ ในทีมพากันเรียกฉันว่า "ไอ้เยอรมัน"
ฉันมักจะต้องทำอะไรเกินตัวไปซะทุกเรื่องเลย เป็นคนไม่มีความพอดีเอาเสียเลย เธอเคยบอกแบบนั้นเสมอ
สนามฟุตบอลกลายเป็นสถานที่แห่งเดียวที่ฉันรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านในเวลานี้ มันเป็นที่ที่ฉันรู้สึกสงบ และเป็นที่ที่ฉันสามารถพูดคุยกับเธอได้ ฉันแค่หวังว่าเธอยังอยู่ตรงนี้เพื่อที่ฉันจะได้บอกเธอว่า พวกเราทำสำเร็จแล้วนะ
ทุกอย่างที่เธอเคยพูดไว้กลายเป็นความจริงทั้งหมด พวกเรากำลังจะออกเดินทางไปแข่งฟุตบอลโลกในวันพรุ่งนี้แล้วจริงๆ พี่ชายของเธอจะได้ลงเล่นให้ทีมชาติโกตดิวัวร์ (Côte d'Ivoire) เหมือนอย่าง ดร็อกบา, เหมือน ยาย่า ตูเร, เหมือน แชร์วินโญ่
ฉันไม่ได้มองว่ามันเป็นแค่การแข่งขันด้วยซ้ำ แต่มองว่ามันคือเวที นี่คือโอกาสที่ฉันจะได้แสดงให้คนทั้งโลกได้เห็นในสิ่งที่เธอเคยมองเห็นในตัวฉัน ทุกๆ ครั้งที่ฉันทำประตูได้ ฉันจะทำให้แน่ใจว่าทุกคนจะรู้จักชื่อของเธอ ฉันจะทำให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่มีวันลืมเธอ
เธอชอบพูดเสมอว่าฉันสามารถเก่งกว่าคริสเตียโนได้ ถ้าฉันเจอเขาที่นั่น ฉันจะฝากคำทักทายจากเธอไปบอกเขานะ
ฉันจะทำตามที่เธอเคยทำนายไว้ให้ได้ ฉันสาบานเลย ตั้งแต่ตอนที่ฉันยังไม่มีรองเท้าสตั๊ดของจริงใส่ด้วยซ้ำ เธอก็เที่ยวไปบอกทุกคนว่า "พี่ชายของฉันจะเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก"
ฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอคิดถูก หรือไม่เช่นนั้นก็ขอยอมตายในสนาม
รักจากพี่ชายของเธอ,
ยาน (Yan Diomande)
Credit: The Players’ Tribune
https://www.facebook.com/share/p/1GAjd8tSvo/