'มันซัมบี' พาสวิสถล่มบอสเนียฯ 4-1 ลิ่วท็อปกลุ่ม บี
ฟุตบอลโลกที่กำลังดำเนินอยู่นี้มีเรื่องราวน่าตื่นเต้นอีกครั้ง เมื่อสวิตเซอร์แลนด์พลิกสถานการณ์ในครึ่งหลังด้วยแรงหนุนจากตัวสำรอง เอาชนะบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนาที่เหลือ 10 คน ไปอย่างขาดลอย 4-1 ขึ้นนำกลุ่ม บี ตามรายงานจาก FotMob
ครึ่งแรกของเกมนี้ "อัศวินสีส้ม" แห่งสวิสแทบไม่สร้างโอกาสอันตรายได้เลย ดาน เอ็นดอย ซัดต่ำแต่ลูกไปติดข้างตาข่าย ขณะที่ เรโม่ ฟรอยเลอร์ ก็ทำแบบเดียวกัน ทำให้ครึ่งแรกจบลงด้วยสถิติที่น่าผิดหวัง มีเพียง 7 ช็อต และค่า xG เพียง 0.24 ซึ่งต่ำเป็นอันดับสองของทัวร์นาเมนต์นี้
ต้นเกมครึ่งหลัง โกลบอสเนียฯ อย่าง วาซิลจ์ ยังคงเป็นกำแพงสำคัญ ด้วยการปัดลูกยิงส้นเท้าของเอ็นดอยออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนจะยืดตัวสกัดเฮดเดอร์มุมแคบของ บรีล เอ็มโบโล่ ไว้ได้อีก
แต่แล้ว โยฮัน มันซัมบี ดาวรุ่งวัย 20 ปี ก็เปลี่ยนทุกอย่างในทันทีที่ลงสนาม เพียงไม่ถึง 3 นาทีหลังออกมาแทน เขาจบสกอร์ด้วยการวอลเลย์ลูกที่ รูเบน บาร์กัส ครอสเข้ามาแต่ถูกเคลียร์ออกมาไม่สุด ยิงทะลุเข้าหลังตาข่ายในนาทีที่ 74 ได้อย่างสวยงาม
6 นาทีต่อมา มันซัมบีมีส่วนสำคัญอีกครั้ง เมื่อเขาแทงบอลทะลุช่องให้เอ็มโบโล่ ทำให้ ตาริก มูฮาเรโมวิช ต้องพุ่งสไลด์ในฐานะผู้เล่นคนสุดท้าย จนถูกไล่ออกด้วยใบแดงทันที บอสเนียฯ เหลือเพียง 10 คน
บาร์กัสปิดเกมด้วยการโค้งลูกต่ำผ่านวาซิลจ์ในนาทีที่ 84 ก่อนที่มันซัมบีจะเบิ้ลในนาทีที่ 90 หลังบาร์กัสเปิดบอลจากซ้ายให้เขาแตะเข้าประตูอย่างง่ายดาย บอสเนียฯ ยิงลดได้หนึ่งลูกผ่าน เออร์มิน มาห์มิช แต่ กรานิต ชาก้า ก็ปิดท้ายด้วยการยิงจุดโทษในนาทีที่ 97 หลัง อามาร์ เมมิช ฟาวล์ ดจิบริล โซว์ ในกรอบเขตโทษ
กุนซือ มูรัต ยาคิน ใช้ม้านอกได้อย่างชาญฉลาด โดยมันซัมบีถือเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ทำได้ 2 ประตูในฐานะตัวสำรอง และยังเป็นคนที่ 11 ที่ทำได้ในลักษณะนี้ด้วย ขณะที่ 4 ใน 5 ประตูของเขาในเสื้อ "สวิส" ล้วนมาจากการลงสนามในฐานะตัวสำรองทั้งสิ้น
ผลนี้ทำให้สวิตเซอร์แลนด์ขึ้นนำกลุ่ม บี ส่วนบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนายังอยู่อันดับ 3 โดยทั้งมันซัมบีและบาร์กัสต่างมีสิทธิ์ลุ้นเป็นตัวจริงในนัดสุดท้ายที่สวิสจะเจอกับแคนาดาในวันที่ 24 มิถุนายน
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
FotMob