เมสซี่แฮตทริกพาฟ้าขาวขึ้นจ่าโผ ขณะสเปน-โปรตุกัลเสียหน้าเจ๊าทีมรอง
ฟุตบอลโลก 2026 เปิดฉากรอบแบ่งกลุ่มนัดแรกไปเรียบร้อยแล้ว และผลลัพธ์ที่ออกมาก็ทำให้แฟนบอลทั่วโลกต้องตาค้างไปตามๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าภาพร่วมอย่างเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกาที่บุกทะลวงได้ชัยชนะ, เยอรมนีถล่มคูราเซาอย่างไม่ปรานี, หรือเคปเวิร์ดและดีอาร์คองโกที่เขย่าวงการด้วยการเจ๊าสเปนและโปรตุกัสตามลำดับ แต่ที่สร้างความฮือฮาที่สุดคือ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ยิงแฮตทริกพาอาร์เจนตินาเอาชนะแอลจีเรีย ก่อนที่ Goal จะจัดอันดับความแข็งแกร่งของทั้ง 48 ทีมในทัวร์นาเมนต์นี้
อาร์เจนตินาขึ้นนำโผอย่างไม่มีข้อกังขา หลังจากที่กัปตันทีมวัย 38 ปีโชว์ฟอร์มระดับตำนานในแคนซัสซิตี้ ด้วยการซัดครบสามลูกจัดการแอลจีเรียได้อย่างสวยงาม ลิโอเนล สกาโลนี่ ยังคงรักษาสถิติไม่เคยแพ้ในทัวร์นาเมนต์ที่เขาคุมทีมมาตลอด และ "ฟ้าขาว" ดูไม่มีทีท่าจะยอมให้ใครมาทำลายสถิตินั้นในเร็วๆ นี้
ฝรั่งเศสรั้งอันดับสองหลังเอาชนะเซเนกัล 3-1 แม้ว่า กีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ จะดูไม่ค่อยเข้าเกมในช่วงแรก แต่เมื่อดาวเตะของเรอัล มาดริดเริ่มจับจังหวะได้ "ตราไก่" ก็ระเบิดฟอร์มออกมาอย่างน่ากลัว โดยเฉพาะลูกยิงระยะไกลของเอ็มบั๊ปเป้ที่ปิดเกมได้อย่างงดงาม
อังกฤษตามมาติดๆ หลังจากที่ "สิงโตคำราม" เปิดรังเชือดโครเอเชีย 4-2 ในดัลลัส แม้ครึ่งแรกจะยังไม่ลงตัวนัก แต่ครึ่งหลังภายใต้การนำของ โธมัส ทูเคิ่ล ทีมก็ระเบิดฟอร์มออกมาอย่างน่าตื่นเต้น แฮร์รี่ เคน และ จู๊ด เบลลิ่งแฮม ต่างทำประตูได้แล้ว ทำให้แนวรุกของทีมดูน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
ขณะที่สเปนและโปรตุกัลต้องมาลุ้นกันต่อหลังจากสะดุดในนัดเปิดสนาม "กระทิงดุ" ของฮันซี ฟลิค เจ๊าเคปเวิร์ด 0-0 อย่างน่าอับอาย โดยปัญหาเรื่องการขาดกองหน้าตัวจริงถูกเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน ส่วน "ฝอยทอง" ของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ก็เจ๊าดีอาร์คองโก 1-1 ท่ามกลางคำถามที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วัย 41 ปี ยังเป็นประโยชน์ต่อทีมอยู่หรือไม่ เมื่อดาวเตะโปรตุกีสดูเดินเล่นอยู่แนวหน้าตลอดเกม
นอร์เวย์และโมร็อกโกเป็นสองทีมที่น่าจับตามองที่สุดในฐานะ "ม้านอกสายตา" โดย เออร์ลิง ฮาแลนด์ ยิงสองลูกพาสแกนดิเนเวียนถล่มอิรัก 4-1 ส่วน "สิงโตแอตลาส" ก็โชว์ฟอร์มน่าประทับใจด้วยการเจ๊าบราซิล 1-1 ผ่านลูกชิพสุดสวยของ อิสมาเอล ไซบารี ข้ามหัว อลิสซอน
ด้านบราซิลนั้น พี่แจ้ อันเชล็อตติ คงต้องกลับไปนั่งทบทวนการบ้านหนักๆ หลังจากที่ "แซมบ้า" เกือบพลาดท่าต่อโมร็อกโก โดยต้องพึ่งความเจ๋งของ วินิซิอุส จูเนียร์ เพื่อรักษาแต้มเอาไว้ได้ ขณะที่เยอรมนีดูน่ากลัวที่สุดในบรรดาทีมยุโรปหลังจากถล่มคูราเซา 7-1 แต่ยังต้องรอดูว่าฟอร์มนั้นจะยั่งยืนแค่ไหนเมื่อเจอคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่า
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Goal