ลินิเกอร์ยกให้สุด! 'เคน' คือสตรีกเกอร์อังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
แกรี่ ลินิเกอร์ ออกปากยกย่อง แฮร์รี่ เคน ว่าเป็นกองหน้าชาวอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา หลังจากกัปตัน "สิงโตคำราม" ทำประตูได้ 2 ลูกในเกมที่อังกฤษเปิดสนามฟุตบอลโลกด้วยชัยชนะ 4-2 เหนือโครเอเชีย ในกลุ่ม L ที่เมืองดัลลัส ซึ่งทำให้เขาทำสถิติเทียบเท่าลินิเกอร์ในฐานะผู้ทำประตูฟุตบอลโลกสูงสุดของอังกฤษด้วยจำนวน 10 ลูก
เคน วัย 32 ปี เปิดสกอร์ให้ทีมชาติอังกฤษด้วยการยิงจุดโทษที่ถูกเตะใหม่ในช่วงต้นครึ่งแรก ก่อนจะโขกตุงด้วยลูกโหม่งอันทรงพลังอีกครั้งก่อนหมดครึ่งแรกเพียง 3 นาที ทำให้ปัจจุบันเขามีสถิติ 81 ประตูจาก 115 นัดในระดับนานาชาติ และครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติอังกฤษ
ลินิเกอร์ วัย 65 ปี ทำสถิติ 10 ประตูฟุตบอลโลกไว้ระหว่างการแข่งขันปี 1986 ที่เม็กซิโก และปี 1990 ที่อิตาลี ขณะที่เคนกำลังเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่สามของเขา หลังจากเคยร่วมทัวร์นาเมนต์ที่รัสเซียในปี 2018 และกาตาร์เมื่อ 4 ปีก่อน
"ยินดีต้อนรับสู่สโมสรสองหลัก เยี่ยมมาก แม้ว่าเขาจะใช้เวลาเพิ่มอีกหนึ่งฟุตบอลโลก" อดีตนักเตะและอดีตพิธีกร Match of the Day กล่าวติดตลกในพอดแคสต์ The Rest is Football ก่อนจะเสริมอย่างจริงจังว่า "พูดตรงๆ เลยนะ แฮร์รี่ เคน คือกองหน้าชาวอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราเคยมี ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ"
"ผมดีใจมากที่เคนทำสถิติเทียบเท่าของผมได้ เกมรอบด้านของเขาคือสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่นทั้งหมด" ลินิเกอร์ กล่าวเสริม
ด้าน อลัน เชียเรอร์ ผู้ร่วมรายการซึ่งเคยทำประตูให้อังกฤษ 30 ลูก รวมถึง 2 ลูกในฟุตบอลโลกปี 1998 กล่าวบ้างว่า "แฮร์รี่ เคน เห็นทั้งเมสซี่ เอ็มบั๊ปเป้ และฮาแลนด์ออกมาทำประตูได้ทันที เป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนที่เขาจะทำลายสถิติของคุณ"
ขณะที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งหลุดโผจากทีมชาติอังกฤษของกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล ในทัวร์นาเมนต์ฤดูร้อนนี้ ก็ออกมาพูดถึงเพื่อนร่วมทีมชาติว่า เคนไม่ได้เป็นแค่ผู้เล่นที่ดีที่สุดของ "สิงโตสามตัว" เท่านั้น แต่ยังเป็น "หนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก" อีกด้วย
"คุณพูดถึงเขาได้ไม่มากพอเลย ในสนามเขาเหลือเชื่อมาก แต่นอกสนาม เขาคือผู้นำที่ยิ่งใหญ่" แม็กไกวร์ กล่าวทิ้งท้าย
อังกฤษจะลงเล่นเกมที่สองในกลุ่มพบกับกานาในวันที่ 23 มิถุนายน โดยเคนและเพื่อนร่วมทีมจะมุ่งหน้าต่อเพื่อลุ้นผ่านเข้ารอบต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
BBC Sport