ออสเตรีย ใช้บอลระบบ เชือด จอร์แดน 3-1 !! คว้าชัยเก็บสามแต้ม บอลโลก2026
ผลบอลโลก 2026 กลุ่ม J นัดแรก ระหว่าง ออสเตรีย พบ จอร์แดน ผลปรากฏว่า ออสเตรีย เล่นบอลตามแท็คติคไล่กดดัน จอร์แดน จนสามารถเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 3-1
ขึ้นชื่อว่า ฟุตบอลโลก บางครั้งก็ไม่ใช่แค่เรื่องของฝีเท้า แต่เป็นเรื่องของ กระดูกบอล และความเก๋าเกม จึงจะสามารถคว้าชัยในแต่ละนัดได้ และในวันนี้ ออสเตรีย ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ประสบการณ์ นั้นสำคัญในทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่างฟุตบอลโลกจริง ๆ
เปิดฉากมาไม่ถึงสองนาที จอร์แดน ทีมที่ใครๆ ก็มองว่าเป็นรองในเกมนี้ กลับทำเกมรุกเข้าใส่ ออสเตรีย ได้อย่างเร้าใจ ด้วยจังหวะที่เกือบพังประตูได้ถึง 3 ครั้งด้วยกัน เริ่มจาก เอห์ซาน ฮัดดาด ซัดเต็มข้อไปเข้าข้างตาข่าย ตามด้วย มูซา อัล-ตาอามารี จะกดดันผู้รักษาประตูออสเตรียอย่าง อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ ให้ต้องออกแรงเซฟ รวมถึงลูกยิง ไกลจากระยะ 25 หลา ของ โอเดห์ อัล-ฟาคูรี นชลาเกอร์ ต้องบินปัดบอลข้ามคานอีกครั้ง
ในโลกของฟุตบอลระดับสูง ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวหมายถึงการถูกลงโทษ เมื่อบุกหนักแต่ทำประตูไม่ได้ ในนาทีที่ 20 จอร์แดน ก็เจอทีเด็ดของ ออสเตรีย ที่เผยให้เห็ยถึงความเฉียบคมของพวกเขา จนสามารถพังประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ซาเวอร์ ชลาเกอร์ ไหลบอลคืนหลังให้ โรมาโน ชมิด บรรจงปั่นไซด์โค้งจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมบนอย่างงดงาม เปลี่ยนให้ออสเตรียขึ้นนำทันที
หลังโดนยิงนำไปก่อน จอร์แดนไม่ยอมตาย พวกเขาหวังทวงคืนในอีกสองนาทีถัดมา จากลูกเตะมุมที่เสาแรก อาลี โอลวาน สะบัดหัวโหม่งเต็มแรง แต่โชคร้ายที่บอลไปชนคานอย่างจัง แม้ว่าออสเตรียจะเริ่มคุมเกมได้หลังช่วงเบรกคูลลิ่งดาวน์ แต่จอร์แดนก็ยังคงความน่ากลัว
นาทีที่ 34 โอลวานตะบันเต็มข้อ ชลาเกอร์ปัดมาเข้าทาง อัล-ตาอามารี ซ้ำดาบสอง แต่ ฟิลิปป์ ลีนฮาร์ต เอาตัวเข้าบล็อกไว้ได้ทัน จอร์แดนพยายามอย่างหนักก่อนจบครึ่งแรก แต่ลูกยิงของ อัล-ตาอามารี ในช่วงทดเจ็บหลุดกรอบออกไป จบครึ่งแรกเป็น ออสเตรีย ที่นำ จอร์แดน อยู่ 1-0
ครึ่งหลัง เริ่มมาได้เพียง 5 นาที จอร์แดน ก็ทำสำเร็จ ตามตีเสมอออสเตรีย เป็น 1-1 จากจังหวะที่พวกเขาตัดบอลได้ในแดนตัวเอง นูร์ อัล-ราวาบเดห์ แทงทะลุช่องให้ อาลี โอลวาน กระชากควบไปทางกราบซ้าย ก่อนจะหักเข้าในกรอบ 18 หลา แล้วตะบันบอลโค้งหนีมือชลาเกอร์ ชนเสาเหลี่ยมในเข้าประตูไปอย่างคมกริบ ! ซึ่งประตูนี้ เป็นประตูที่ 30 ในนามทีมชาติของ โอลวาน และเป็นประตูแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของจอร์แดน
หลังจากนั้นทั้งสองทีมก็พลัดกันรุกรับ ตลอดเวลาจนแฟน ๆ ทั้งสองทีมลุ้นกันแทบนั่งไม่ติด ก่อนที่จะเป็นฝั่งออสเตรีย จะได้เฮอีกครั้ง หลัง มาร์โก อาร์เนาโตวิช กองหน้าตัวเก๋าที่ลงมาเป็นสำรอง จิ้มบอลจากลูกเตะมุมเข้าประตูไป แต่ช้าก่อนอย่าเพิ่งดีใจ เพราะกรรมการเห็นย้อนดู VAR ก่อนจะพบว่ามีการแฮนด์บอลของฝั่งออสเตรีย ประตูนี้จึงถูกริบคืนในที่สุด
ถึงกระนั้น ทีมของ ราล์ฟ รังนิก ก็แสดงให้เห็นว่าความนิ่ง และความไม่ย่อท้อ เป็นจุดที่จะทำให้เก็บชัยชนะได้ เพราะ 13 นาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลา จากลูกเตะมุมของ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ บอลพุ่งกดดันจนทำให้ ยาซาน อัล-อาหรับ กองหลังจอร์แดนสกัดพลาดเข้าประตูตัวเองไป ออสเตรียออกนำอีกครั้งเป็น 2-1
ในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 10 ดราม่ายังไม่จบ อาร์เนาโตวิชกึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้าประตู และเป็น ซาลิม โอเบด ที่ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ และเป็นอาร์เนาโตวิชที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไป และประตูนี้เป้นประตูที่ 48 ในนามทีมชาติของดาวยิงจอมเก๋า ย้ำชัยชนะให้ออสเตรียเก็บ 3 แต้มแรกในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1990 ได้สำเร็จ ทะยานไปมี 3 คะแนนเท่ากับอาร์เจนตินาในกลุ่ม J
สำหรับโปรแกรมนัดถัดไป ทีมชาติออสเตรีย จะลงสนามพบกับ "ฟ้าขาว" ทีมชาติอาร์เจนตินา วันที่ 22 มิถุนายน เวลา 00.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ขณะที่ ทีมชาติจอร์แดน จะลงสนามพบกับ ทีมชาติแอลจีเรีย ในวันที่ 23 มิถุนายน ฟาดแข้ง 10.00 น. ตามเวลาประเทศไทยเช่นกัน
ขอบคุณภาพจาก Twitter @433