เมสซี่เดย์! 'ลิโอเนล เมสซี่' กดแฮตทริก ไล่อัด แอลจีเรีย 3-0
เมสซี่โชว์คลาสระดับโลก! พิสูจน์เห็นว่า "ตำนาน" ที่เล่นบอลยังมี จริงด้วยการกดแฮตทริก ในเกมที่ 200 พาอาร์เจนติน่าถล่มแอลจีเรีย 3-0 เก็บสามแต้มในบอลโลกได้สุดหรู
ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่าระเบิดฟอร์ม ซัดคนเดียว 3 ประตู พา "ฟ้าขาว" ไล่ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เจ นัดแรก ที่แอร์โรว์เฮด สเตเดี้ยม พร้อมสร้างอีกหนึ่งคืนประวัติศาสตร์ในเส้นทางลูกหนังของตัวเอง เกมนี้มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับซูเปอร์สตาร์วัย 39 ปี เพราะเป็นการลงสนามนัดที่ 200 ในนามทีมชาติอาร์เจนติน่า และยังเป็นฟุตบอลโลกสมัยที่ 6 ของเจ้าตัว ซึ่งไม่มีนักเตะคนใดในประวัติศาสตร์เคยทำได้มาก่อน
โดยรูปเกมของแชมป์เก่าครั้งนี้ เปิดฉากมาเพียงไม่กี่นาที ก็เต็มไปด้วยความดราม่า เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้ แต่ถูก VAR จับล้ำหน้าจนต้องริบคืนทั้งหมด จังหวะแรกเมสซี่ เกือบพาอาร์เจนติน่าขึ้นนำก่อน ด้วยการลากตัดเข้าในแล้วปั่นด้วยซ้ายสไตล์ถนัด แต่สุดท้ายธงก็ขึ้น ยกเป็นล้ำหน้า จนทำให้แฟนบอลฟ้าขาวเฮเก้อ ด้านฝั่งแอลจีเรีย ก็เกือบสร้างเซอร์ไพรส์เช่นกัน เมื่อ ฟาเรส ไชบี ซัดผ่านมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ เข้าไปได้ แต่สุดท้ายความดีใจอยู่ได้เพียงไม่กี่วินาที เพราะ VAR ตรวจพบจังหวะล้ำหน้าเช่นเดียวกัน
แต่กระนั้นแม้จะถูกริบประตูไปก่อนหน้านี้ เมสซี่ ก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องรอนาน นาทีที่ 17 โรดริโก้ เดอ ปอล จ่ายบอลทะลุช่องอย่างแม่นยำให้ดาวเตะหมายเลข 10 พุ่งทะยานเข้าใส่แนวรับแอลจีเรีย ก่อนซัดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมชนิดที่ ลูก้า ซีดาน นายทวารคู่แข่งได้แต่ยืนมอง
ประตูดังกล่าวส่งให้อาร์เจนติน่าคุมเกมได้อย่างสมบูรณ์ โดยมี อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ เดอ ปอล เป็นหัวใจสำคัญในแดนกลาง ช่วยให้ทีมครองบอลเหนือกว่าถึง 68 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม แอลจีเรียยังสู้ได้ดี และเกือบตีเสมอได้จาก ฟาเรส ไชบี ที่มีโอกาสลุ้นหลายครั้งในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่ยังไม่เฉียบคมพอ จบเกม เมสซี่ เอ้ย !!! อาร์เจนติน่า นำแอลจีเรีย 1-0
ครึ่งหลังยังเป็นอาร์เจนติน่าที่เดินหน้าบุกต่อเนื่อง โดย เลาตาโร่ มาร์ติเนซ เกือบมีชื่อบนสกอร์บอร์ด แต่ถูก ลูก้า ซีดาน เซฟเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม กระทั่งนาทีที่ 60 ความผิดพลาดเล็ก ๆ ของผู้รักษาประตูแอลจีเรียกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ ซีดาน ประตูแอลจีเรีย รับบอลจากลูกยิงไกลของ แม็ค อัลลิสเตอร์ กระฉอกออกมา และเป็น เมสซี่ ที่ยืนอยู่ถูกที่ถูกเวลา วิ่งเข้าซ้ำด้วยขวาแบบง่าย ๆ ส่งบอลเข้าประตูไปเป็น 2-0
หลังจากนั้นไม่กี่นาที ซีดาน ยังช่วยแอลจีเรียเอาไว้ได้อีกครั้ง เมื่อพุ่งปัดลูกยิงของเมสซี่ข้ามคานอย่างเหลือเชื่อ ปฏิเสธแฮตทริกของดาวดังอาร์เจนไตน์ไว้ได้ แต่แล้วด้วยความพยายามประวัติศาสตร์ในบอลโลก และตัวเมสซี่ ก้ได้ถูกจารึก เมื่อ "เดอะ โกต" ที่ฟอร์มเด่นตลอดทั้งเกม ได้ซัดประตูแฮตทริกแรกของตัวเองในบอลโลกรอบสุดท้าย พร้อมส่งให้ทัพฟ้าขาวขึ้นนำ 3-0
โดยประตูนี้เกิดขึ้นในนาทีที่ 75 อาร์เจนติน่าโต้กลับเร็วอย่างเฉียบขาด ก่อนบอลจะมาถึง เมสซี่ ที่บริเวณหน้าเขตโทษ เจ้าตัวแต่งหนึ่งจังหวะแล้วซัดเรียดเสียบมุมอย่างเฉียบขาด กลายเป็นแฮตทริกสุดสมบูรณ์แบบ
แน่นอนว่าประตูที่สามในเกมนี้ ไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องชัยชนะเท่านั้น แต่มันทำให้ เมสซี่ ยิงประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายรวมเป็น 16 ประตู เทียบเท่าสถิติสูงสุดตลอดกาลของ มิโรสลาฟ โคลเซ่ อดีตกองหน้าทีมชาติเยอรมนี ขึ้นแท่นดาวยิงสูงสุดร่วมในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ
จบเกม อาร์เจนติน่า เอาชนะ แอลจีเรีย 3-0 เก็บ 3 คะแนนเต็ม พร้อมสานต่อสถิติยอดเยี่ยมด้วยการคว้าชัย 14 จาก 16 นัดหลังสุดในทุกรายการ และส่งสัญญาณชัดเจนว่าพวกเขา และเมสซี่ พร้อมเดินหน้าป้องกันแชมป์โลกอย่างเต็มตัว และเดินหน้าสร้างสถิติฟุตบอลโลกต่อไป