ยุคใหม่เริ่มแล้ว! 'อโมริม' เซ็นคุมทัพ 'ปีศาจแดง-ดำ' ถึงปี 2028
ยุคใหม่เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการที่ซาน ซีโร่ หลัง รูเบน อโมริม กุนซือชาวโปรตุกีส เซ็นสัญญาคุมทัพ เอซี มิลาน อย่างเป็นทางการ โดยสัญญามีผลถึงปี 2028 พร้อมออปชั่นต่อได้อีกหนึ่งปีจนถึงปี 2029 ตามรายงานจาก Calciomercato
อโมริม เข้ามารับตำแหน่งต่อจาก มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี ท่ามกลางความคาดหวังของแฟนบอล "ปีศาจแดง-ดำ" ที่ต้องการเห็นทีมกลับมาเล่นฟุตบอลสวยงามและมีระบบอีกครั้ง ขณะที่ดีลนี้ยังทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิ้มออก เพราะตามรายงานของ The Telegraph ระบุว่าค่าชดเชยที่ "ปีศาจแดง" แห่งอังกฤษต้องจ่ายให้กุนซือโปรตุกีสและทีมงานนั้นน้อยกว่า 16.7 ล้านปอนด์ที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก
กุนซือวัย 40 ปี มาพร้อมแรงจูงใจที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง หลังประสบการณ์ที่ยูไนเต็ดจบลงอย่างขมขื่น เขาเข้ารับตำแหน่งเมื่อพฤศจิกายน 2024 ต่อจาก เอริก เทน ฮาก แต่ฤดูกาลแรกกลับพาทีมจบอันดับ 15 ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือเป็นผลงานที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร และยังพ่ายในรอบชิงชนะเลิศยูโรป้าลีกต่อ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ อีกด้วย ฤดูกาลถัดมาก็สอบตกอีกครั้ง ก่อนถูกปลดในเดือนมกราคมหลังเสมอกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด โดยหนึ่งในข้อวิจารณ์หลักคือไม่สามารถดึงศักยภาพของแข้งอย่าง ยอชัว ซีร์กเซ, เดน โยโร และ เบนยามิน เซสโก ออกมาได้
อย่างไรก็ตาม ผลงานที่ สปอร์ติง ลิสบอน ยังคงเป็นใบเบิกทางชั้นเยี่ยม อโมริม คุมทัพ "สิงห์เขียว" ตั้งแต่มีนาคม 2020 จนถึงพฤศจิกายน 2024 คว้าแชมป์ลีกโปรตุกีส 2 สมัย ซึ่งสมัยแรกทำให้สโมสรได้แชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 19 ปี พร้อมด้วยแชมป์ลีกคัพโปรตุกีส 2 ใบ และซูเปอร์คัพอีก 1 ใบ นอกจากนี้ยังปั้นดาวเตะระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นูโน เมนเดส, เปโดร ปอร์โร, โซเรน ยุลมันด์ และ โยเอา ปาลินญ่า ส่วนผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการดึง วิกตอร์ เยอเคเรส จากสโมสรโคเวนทรี ซิตี้ ในดิวิชั่น 2 อังกฤษ ก่อนที่กองหน้าชาวสวีเดนรายนี้จะทำไปถึง 97 ประตูใน 102 นัด และถูกขายให้ อาร์เซน่อล ในราคารวม 70 ล้านยูโร
ในแง่ยุทธวิธี อโมริม ยึดมั่นกับการครองบอล เพรสซิ่งสูง และการเล่นจากแดนหลัง โดยนิยมใช้แผน 3-4-2-1 หรือ 3-4-3 ขึ้นอยู่กับผู้เล่นที่มีในมือ จุดเด่นสำคัญคือบทบาทของปีกที่ต้องกางออกกว้างเพื่อเปิดพื้นที่ตรงกลาง แม้บางฝ่ายจะวิจารณ์ว่าเขาค่อนข้างยึดติดกับรูปแบบและบทบาทผู้เล่นที่ตายตัวเกินไป แต่แฟนบอล "ปีศาจแดง-ดำ" ก็ยังคาดหวังว่าเขาจะพาทีมกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Calciomercato