รอดหวุดหวิด! 'ผี' เกือบเปิดห้องแต่งตัวยุคอโมริม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจต้องถอนหายใจโล่งอกกันทั้งสโมสร เมื่อย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน พวกเขาเคยพิจารณาเปิดหลังบ้านให้กล้องของ แอมะซอน เข้าถ่ายทำสารคดีชุด ออล ออร์ น็อตธิง ในฤดูกาลที่หวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นการฟื้นตัวภายใต้ รูเบน อโมริม
ไอเดียดังกล่าวถือว่าเสี่ยงไม่น้อย เพราะก่อนหน้านั้น “ปีศาจแดง” เพิ่งจบพรีเมียร์ลีกอันดับ 15 แต่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดยังมีความหวังว่า การได้ปรีซีซั่นเต็มกับอโมริม บวกกับตลาดนักเตะซัมเมอร์ที่เข้าท่า จะช่วยพาทีมคืนฟอร์มได้จริง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยคุยกับหลายแพลตฟอร์มสตรีมมิงและบริษัทโปรดักชันเรื่องสารคดีมาหลายปีแล้ว ย้อนไปถึงทัวร์ปรีซีซั่นที่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2023 ก็มีการเสนอโปรเจกต์ให้สโมสรพิจารณา โดยผู้บริหารโอลด์ แทรฟฟอร์ดมองว่าต้องเลือกทั้งจังหวะและพาร์ตเนอร์ให้ถูก
สุดท้ายโปรเจกต์ไม่เกิดขึ้น และอโมริมคือหนึ่งในเหตุผลสำคัญ กุนซือโปรตุกีสไม่เห็นด้วยกับการเปิดห้องแต่งตัวให้กล้องเข้าถึง เพราะมองว่ายังเร็วเกินไป ซึ่งตอนนี้ยูไนเต็ดอาจรู้สึกว่าตัดสินใจรอดไปแบบหวุดหวิด
หากกล้องเข้าไปจริง ดราม่าคงมาเต็ม โดยเฉพาะช่วงต้นเดือนมกราคม ซึ่งความไม่พอใจของอโมริมปะทุขึ้น รายงานระบุว่าคนในสโมสรเชื่อว่าเขาพยายามหาทางแยกทางมาราวหนึ่งเดือน ก่อนมีปากเสียงเดือดกับ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอล ที่แคร์ริงตัน เมื่อเช้าวันที่ 2 มกราคม
อีก 2 วันถัดมา อโมริมไปเปิดแถลงข่าวที่เอลแลนด์ โร้ดในแบบที่แทบจะเรียกร้องให้ยูไนเต็ดปลดเขา และสโมสรก็จัดให้ในวันถัดมา หากเป็นสารคดีจริง ตอนนั้นคงกลายเป็นตอนที่แฟนบอลกดรีเพลย์กันยับ
กลับกัน ฤดูกาลนี้อาจเป็นจังหวะที่เหมาะกว่า ไมเคิล คาร์ริค เข้ามารับงานต่อจากอโมริมและพาทีมมีผลงานดี จบอันดับ 3 เมื่อฤดูกาลก่อน ทำให้บรรยากาศในโอลด์ แทรฟฟอร์ดนิ่งขึ้น และยังมีความเชื่อเงียบ ๆ ว่าซีซั่นหน้าทีมอาจขยับไปถึงการลุ้นแชมป์ได้
หากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเล่าเรื่องการก้าวหน้าได้สวย ๆ พร้อมโกยค่าลิขสิทธิ์สารคดีระดับสถิติเกิน 10 ล้านปอนด์ โดยไม่สร้างหัวข่าวปวดหัวเกินจำเป็น “ผีแดง” ก็คงถือว่าโปรเจกต์นี้คุ้มค่า ต่างจากปีที่แล้วที่อาจได้ดราม่ามากกว่าภาพฟื้นคืนชีพ
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Manchester Evening News