เดมเบเล่' ร่างทอง-บอลโลกปูทางบัลลงดอร์สอง
อุสมาน เดมเบเล่ กำลังยืนอยู่ในจุดที่แทบจะเหมาะสุดสำหรับการลุ้นบัลลงดอร์สมัยที่ 2 หากเขาสามารถพา ฝรั่งเศส ผงาดแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ หลังเคยมีภาพจำสุดเจ็บจากนัดชิงปี 2022 ที่กาตาร์
ย้อนกลับไปที่ลูซาอิล ลิโอเนล เมสซี่ พา อาร์เจนตินา เชือด “ตราไก่” ในเกมชิงดำ ขณะที่ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ยิงแฮตทริก กลายเป็นเจ้าของรองเท้าทองคำ และทำให้หลายคนมองว่าเขาคือทายาทบัลลังก์นักเตะเบอร์ 1 โลกของเมสซี่
แต่ 4 ปีผ่านไป เอ็มบั๊ปเป้ยังไม่มีทั้งบัลลงดอร์และแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ติดมือ ตรงกันข้าม เดมเบเล่กลับมีโอกาสจบซัมเมอร์ด้วยจำนวนแชมป์ใหญ่และรางวัลส่วนตัวที่มากกว่า ทั้งที่ครั้งหนึ่งเขาเคยสอบตกอย่างหนักในนัดชิงฟุตบอลโลกจน เลกิ๊ป ไม่ให้แม้แต่คะแนน
วันนั้น เดมเบเล่ต้องรับมือ อังเคล ดิ มาเรีย ทางฝั่งเดียวกัน และกลายเป็นจุดที่โดนเผาเต็มๆ ดาวเตะอาร์เจนไตน์เรียกจุดโทษให้เมสซี่ยิงนำ ก่อนบวกประตู 2-0 ก่อนพักครึ่งไม่นาน ส่วน เดมเบเล่ ถูก ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ หั่นออกตั้งแต่นาทีที่ 41
"ดิมาเรียเล่นงานเดมเบเล่เหมือนเด็กตัวเล็กๆ" แกรี่ เนวิลล์ เริ่มกล่าวไว้ตอนนั้น ขณะที่ สจ๊วร์ต เพียร์ซ มองว่าเป็นหนึ่งในฟอร์มที่ย่ำแย่ที่สุดที่เขาเคยเห็นจากนักฟุตบอลอาชีพ
ภาพจำสมัย บาร์เซโลน่า ก็ไม่ได้ช่วยนัก โดยเฉพาะจังหวะพลาดโอกาสปิดเกมใส่ ลิเวอร์พูล ในรอบรองฯ แชมเปียนส์ ลีก 2019 แต่หลังย้ายมา ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เรื่องราวของเขาเปลี่ยนไปชัดเจนภายใต้ หลุยส์ เอ็นริเก้
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลัง เดมเบเล่ ถูกดร็อปในเกมเจอ อาร์เซน่อล วันที่ 1 ตุลาคม 2023 เพราะไม่ทำตามความคาดหวังของทีม จากนั้นเขากลายเป็นคนละคน ทั้งทัศนคติและผลงาน ก่อนลงตัวจริงเจอ “ปืนใหญ่” อีก 3 นัดถัดมา และช่วย เปแอสเช ชนะทั้งหมด รวมถึงนัดชิงแชมเปียนส์ ลีก ที่บูดาเปสต์ ซึ่งเขายิงจุดโทษตีเสมอสุดสำคัญ
"ตอนนี้เขาเพิ่มมูลค่าให้ทีมทั้งตอนมีบอลและไม่มีบอล นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเป็นเจ้าของบัลลงดอร์" หลุยส์ เอ็นริเก้ กล่าวถึงลูกทีม
เมื่อ เดมเบเล่ เตรียมกลับไปเล่นเกมฟุตบอลโลกครั้งแรกนับจากค่ำคืนที่ลูซาอิล เขาไม่ได้มีแค่ความเร็วอีกต่อไป แต่มีความนิ่ง ผลงานจับต้องได้ และการเพรสซิ่งจากแดนหน้า หากประสานงานกับ เอ็มบั๊ปเป้ และ ไมเคิล โอลิเซ่ ได้เข้าฝัก เส้นทางสู่บัลลงดอร์ลูกที่สองก็ไม่ใช่ฝันลมๆ แล้งๆ อีกแล้ว
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Goal