เฮแป๊บเดียว! 'อินทรีเหล็ก' รัว 7 ขยี้คูราเซา
คูราเซาได้โมเมนต์ที่พวกเขาฝันถึงเมื่อ ลิวาโน่ โคเมเนนเซีย ยิงตีเสมอเยอรมนี จนม้านั่งสำรองแตกฮือ แต่สุดท้ายความจริงในสนามโหดกว่า เมื่อ “อินทรีเหล็ก” ตั้งหลักได้ก่อนรัวแซงขาด 7-1
ชาติหมู่เกาะที่มีประชากรเพียง 158,000 คน และนักเตะแทบทั้งหมดเกิดในเนเธอร์แลนด์ ได้รับเสียงเชียร์จากแฟนบอล “บลูเวฟ” ราว 7,000 คนในสนามที่ฮูสตัน โดยบางส่วนเดินทางมาจากเกาะแบบไปเช้าเย็นกลับเพื่อร่วมประวัติศาสตร์ครั้งนี้
เยอรมนีออกนำก่อนจาก เฟลิกซ์ เอ็นเมชา ที่ประสานงานกับ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ แล้วซัดจากระยะ 16 หลาเสียบผ่าน เอลอย รูม แบบนายด่านคูราเซาได้แต่ยืนมอง เกมทำท่าจะไหลตั้งแต่ต้นเมื่อ เลรอย ซาเน่ และ เอ็นเมชา มีโอกาสเพิ่มต่อเนื่อง
แต่คูราเซาไม่ยอมเป็นแค่ตัวประกอบ เมื่อจังหวะบุกทางขวาของพวกเขาถูกเคลียร์ไม่ขาด เยอร์เก้น โลคาเดีย ยิงติดบล็อก ก่อนที่ โคเมเนนเซีย จะกดเรียดแฉลบเล็กน้อยผ่าน มานูเอล นอยเออร์ เข้าไป กลายเป็นประตูที่ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของทีมเล็กทีมนี้
อย่างไรก็ตาม เยอรมนีใช้เวลาอีกไม่นานก็กลับมาคุมเกม นิโก้ ชล็อตเตอร์เบ็ค โขกจากลูกเตะมุมของ นาธาเนียล บราวน์ ให้ทีมขึ้นนำอีกครั้ง ก่อน ไค ฮาแวร์ตซ์ จะสังหารจุดโทษแบบนิ่ง ๆ ส่งทีมของ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ หนีเป็น 3-1 ก่อนพักครึ่ง
ครึ่งหลังเริ่มมาแค่ 68 วินาที โจชัว คิมมิช แทงให้ จามาล มูเซียล่า หลุดไปจบคม จากนั้น บราวน์ วอลเลย์อย่างเหนือชั้น, เดนิซ อุนดาฟ ตัวสำรองซัดระยะเผาขน และ ฮาแวร์ตซ์ กระดกปิดกล่องเป็นประตูที่สองของตัวเอง ทำให้ “อินทรีเหล็ก” ปิดงานแบบขาดลอย
ชัยชนะนี้ช่วยให้เยอรมนีเลี่ยงความขายหน้าที่อาจหนักกว่าการตกรอบแบ่งกลุ่มในฟุตบอลโลก 2 หนหลัง และเพิ่มโอกาสผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์อย่างสดใส ส่วนคูราเซาแม้โดนยำเละ แต่ประตูตีเสมอของ โคเมเนนเซีย กับพลังจากบลูเวฟ ก็ทำให้พวกเขาทิ้งรอยจำไว้ได้ชัดเจน
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
The Guardian Sport