ฟานไดค์' โดนชำแหละ! ดัตช์เจ๊า 'ซามูไร' ท้ายเกม
เวอร์จิล ฟานไดค์ กลายเป็นประเด็นใหญ่หลังเนเธอร์แลนด์ทำแต้มหล่นแบบเจ็บแสบ เสมอญี่ปุ่น 2-2 ในเกมที่ “อัศวินสีส้ม” เล่นเหมือนหยิบตำรา ลิเวอร์พูล มาใช้ แต่สุดท้ายปิดงานไม่ลง
ครึ่งแรกของเกมที่ดัลลัส สเตเดี้ยมแทบไม่มีอะไรให้แฟนบอลลุกจากเก้าอี้ ทั้งสองทีมระวังตัวจัด เล่นหลัง 5 และแทบไม่กล้าเสี่ยง ดอนเยลล์ มาเลน ซึ่งได้ออกสตาร์ทก่อน เมมฟิส เดปาย มีโอกาสบังคับให้ ไซออน ซูซูกิ ต้องเซฟอยู่บ้าง แต่โดยรวม ญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องเพรสซิ่งกลับดูแผ่วผิดตา
จุดที่ถูกจับตาคือการดูแล ฟานไดค์ ในเกมรับ เมื่อ เฟรงกี้ เดอ ยอง ต้องถอยลงมาช่วยแนวรับเวลาทีมไม่มีบอล เพื่อกันไม่ให้กัปตันดัตช์โดนเจาะง่ายเกินไป แต่ก็ยังมีหลายจังหวะที่เขาถูกเล่นงาน โดยเฉพาะตอน โชโกะ ทานิกุจิ หลุดไปเปิดจากเส้นหลัง และ อายาเสะ อุเอดะ ถอยหนีเขาไปหาช่องยิงได้สบายเกินควร
"เขาต้องเข้าประกบให้ชิดกว่านั้น" อัลลี่ แม็คคอยสต์ กล่าวระหว่างบรรยายเกม
ฟานไดค์ยังเป็นเจ้าของสองโมเมนต์สำคัญของเกม เขาโขกตุงจากลูกเปิดยอดเยี่ยมของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ก ให้เนเธอร์แลนด์ขึ้นนำ ก่อน ทาเคฟุสะ คุโบะ ยิงตีเสมอผ่านหว่างขา เดนเซล ดุมฟรีส์ แล้ว ครีเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ปั่นเสียบมุมให้ “อัศวินสีส้ม” แซงอีกครั้ง หลังเพิ่งประเดิมทีมชาติไปเพียง 11 วัน
แต่ท้ายเกมนาที 88 โคกิ โอกาวะ โขกจากลูกเตะมุมเอาชนะ ฟานไดค์กลางอากาศ บอลแฉลบ ไดจิ คามาดะ ก่อนหลุดมือ บาร์ต แฟร์บรูกเกน เข้าไป กลายเป็นประตูกู้ชีพให้ “ซามูไรสีน้ำเงิน” แบ่งแต้มแบบเหลือเชื่อ
โรนัลด์ คูมัน ก็หนีคำถามไม่พ้น หลังเลือกส่งเซ็นเตอร์แบ็กคนที่ 3 ลงมาเพื่อรักษาสกอร์ 2-1 ก่อนโดนลงโทษช่วงท้าย
"คุณก็แค่กำลังเชื้อเชิญแรงกดดันเข้ามา" แอนจ์ ปอสเตโคกลู กล่าวในสตูดิโอของสถานีโทรทัศน์อังกฤษ
ก่อนหน้านี้ รุด กุลลิต และ มาร์โก ฟาน บาสเท่น เคยตั้งคำถามเรื่องภาวะผู้นำและการมีส่วนร่วมกับเกมของ ฟานไดค์ ในนามทีมชาติอยู่แล้ว แต่เกมนี้หนักกว่าเดิม เพราะมันแตะไปถึงจุดที่เคยเป็นเกราะกำบังของเขา นั่นคือความแข็งแกร่งในเกมรับ ซึ่งดูเหมือนจะไม่แน่นเหมือนวันวานอีกต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Football365