[RE: เว็บฟุตบอลแต่ไม่มีผลฟุตบอล]
แอดมินน่าจะยังไม่ตื่นหรือเปล่าครับ มาๆ ผมอัพเดทให้อ่านเล่นๆก่อน
WORLD CUP: ดีนะ 7-1 ถ้า 7-0 แฟนผีมีเคือง! เยอรมนี ไร้ปรานีถล่ม คูราเซาเละเป็นโจ๊ก
ดีนะ 7-1 ถ้า 7-0 แฟนผีมีเคือง! อินทรีเหล็กเยอรมนีไร้ปรานี เดินหน้าพับสนามบุกสอนบอลน้องใหม่ฟุตบอลโลกอย่าง คูราเซา ไปแบบเละเป็นโจ๊ก 7-1 งานนี้คูราเซายังดีที่มีแต้มไข่แตก ไม่จบสกอร์ต้องห้ามให้แฟนบอลบางทีมต้องสะดุ้ง
อดีตแชมป์โลก 4 สมัยออกสตาร์ทแบบเสือหิว และได้ประตูขึ้นนำอย่างไวตั้งแต่นาทีที่ 6 จากจังหวะที่ เฟลิกซ์ เอ็นเมชา ทำชิ่งกับ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ก่อนจะตะบันจังหวะเดียวเบียดเสาไกลเข้าไปอย่างสุดสวย
คูราเซาที่ทรงเกมเป็นรองสุดกู่ กลับมาได้ส้มหล่นจากความผิดพลาดในแนวรับเยอรมนี ลิวาโน โคเมเนเซีย ซัดแฉลบเปลี่ยนทางผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์ นายทวารระดับตำนานชุดแชมป์โลก 2014 เข้าไปซุกก้นตาข่าย ทำเอาแฟนบอลเฮลั่นสนามแตก เสมอเฉย 1-1
แต่ดีใจได้แปบเดียว "อินทรีเหล็ก" จัดคืนทบต้นทบดอก นิโก ชล็อตเทอร์เบ็ค เทคตัวโขกเหน่งๆ จากลูกเตะมุมแบบไม่มีตัวประกบ ก่อนที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ จะมาสังหารจุดโทษนิ่มๆ หลัง เอ็นเมชา โดนสกัดคว่ำในเขตโทษ จบครึ่งแรก เยอรมนี นำห่างสบายเกือก
ครึ่งหลังหนังม้วนเดิม แถมคูราเซาอาการหนักกว่าเก่า เริ่มเกมได้ไม่กี่นาที โยชัว คิมมิช แทงทะลุช่องระดับคิลเลอร์พาสให้ จามาล มูเซียลา หลุดไปแปเล่นทางเบียดโคนเสาอย่างเยือกเย็น
สกอร์เริ่มไหลเป็นน้ำ นาทาเนียล บราวน์ ฉลองการลงสนามนัดแรกในฟุตบอลโลกด้วยการวอลเลย์สุดนิ่ง ตามด้วย เดนิซ อุนดาฟ ตัวสำรองที่ลงมาซ้ำจ่อๆ สกอร์ขยับเป็นหก และปิดท้ายด้วย ฮาแวร์ตซ์ ที่มากดเบิ้ลเม็ดสองของตัวเองในช่วงท้ายเกม ส่งท้ายให้ประเทศที่เล็กที่สุดในประวัติศาสตร์บอลโลกต้องกลับไปเลียแผลใจกับความปราชัยอันยับเยิน
จบเกม: เยอรมนี ยึดจ่าฝูงกลุ่ม E สบายใจเฉิบ ส่วน คูราเซา ต้องไปลุ้นเยี่ยวเหนียวในเกมนัดชี้ชะตากับ เอกวาดอร์ วันที่ 20 มิถุนาฯ นี้
------------------------
WORLD CUP: เอเชียของจริง! ดัตช์นำสองหนปิดกล่องไม่ลง โดนซามูไรตีเจ๊าท้ายเกม 2-2
เกือบขี่กังหันลมกลับบ้านแบบสามแต้มเต็มมืออยู่แล้วสำหรับขุนพลเนเธอร์แลนด์ แต่สุดท้ายก็ต้านความเคี่ยวและหัวจิตหัวใจสุดแกร่งของทัพซามูไรบลูไม่ไหว โดนทีเด็ดนาทีบาปปล้นแต้มไปแบบสุดช็อกตาตั้ง
เริ่มเกมช่วงแรก ทั้งสองทีมยังเล่นกันแบบรัดกุมและระมัดระวังตัวที่ดัลลัส สเตเดียม แต่เกมมาจุดประกายความเดือดในครึ่งหลัง เมื่อไรอัน กราเฟนแบร์ก ครอสบอลให้ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค โขกย้อนศรเข้าไปให้เนเธอร์แลนด์ออกนำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 50
ยอดทีมจากเอเชียที่มี DNA นักสู้ เคยสร้างชื่อด้วยการพลิกแซงชนะทั้งเยอรมนีและสเปนในฟุตบอลโลก 2022 มาแล้วหลังจากโดนนำก่อน และครั้งนี้พวกเขาก็ตอบโต้ทันควันจากการตะบันเรียดสุดสวยของ เคอิโตะ นากามูระ ในนาทีที่ 57 ซุกก้นตาข่ายให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1
แต่ดีใจได้ไม่นาน นาทีที่ 64 ซัมเมอร์วิลล์ ปีกตัวจี๊ดที่ลงสนามให้ทัพกังหันลมเป็นนัดที่ 3 ก็แผลงฤทธิ์ โชว์จังหวะลากตัดเข้าในก่อนปั่นโค้งๆ เช็ดเสาเข้าไปอย่างเหนือชั้น เนเธอร์แลนด์ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-2
เกมทำท่าจะจบด้วยชัยชนะของเนเธอร์แลนด์ แต่แล้วในนาทีที่ 89 จากลูกเตะมุม โคกิ โอกาวะ กองหน้าตัวสำรองเทคตัวโหม่งบอลไปโดน ไดจิ คามาดะ เปลี่ยนทางผ่านมือ บาร์ท แฟร์บรูคเคิน เข้าประตูไป กลายเป็นประตูตีเสมอ 2-2 ชนิดสะใจกองเชียร์แดนปลาดิบ
------------------------
WORLD CUP: อยู่ผีไม่ยิงแบบนี้! "อาหมัด" สวมบทฮีโร่กดเซฟโค้ช เอ้ย! เซฟชัย พาทีมขึ้นจ่าฝูง
ปล่อยให้แฟนบอล "เรด เดวิลส์" นั่งกุมขมับกับฟอร์มในสโมสรตั้งนาน แต่พอสลัดยูนิฟอร์มปีศาจแดงมาสวมเสื้อทีมชาติปุ๊บ อาหมัด ดิยัลโล่ ก็แปลงร่างเป็นคนละคนทันตาเห็น
เกมนี้เกือบจบด้วยผลเสมอแบบไร้สกอร์ แต่สุดท้ายกลายเป็น อาหมัด ดิยัลโล่ ตัวสำรองทีเด็ด ที่ลงมาปั่นไซด์โค้งเสียบหน้าต่างด้านไกลอย่างสุดสวยในนาทีที่ 90 ส่งผลให้ขุนพล "ช้างดำ" ไอเวอรี่โคสต์ เฉือนเอาชนะ เอกวาดอร์ ไปแบบสุดมันส์ ในเกมที่เกมรุกทั้งสองทีมดวงแตก ชนเสา-ชนคานรวมกันถึง 4 ครั้งซ้อน
เปิดฉากมาครึ่งแรก เกมสนุกตื่นเต้นระดับห้าดาว และเป็น เอกวาดอร์ ที่ทักทายก่อนจาก จอห์น เยบัวห์ ที่กดเต็มข้อด้วยซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงปานจรวดแต่ดันวิ่งไปชนคานดังสนั่น ถัดมาไม่นาน อลัน มินด้า หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลเป้าหลังได้รับบอลจ่ายทะลุช่องราวกับจับวางของ เปโดร วิเต้ ทว่าลูกปั่นโค้งของเขากลับหนีมือ ยาเฮีย โฟฟาน่า นายด่านไอเวอรี่โคสต์ไปชนคานอย่างน่าเสียดาย
ทว่า ทัพช้างดำไม่ได้มาเล่นเกมรับ ย็อง ดิโอม็องเด้ ป่วนแผงหลังเอกวาดอร์ซะเสียกระบวนทางกราบขวา ขณะที่ บาซูมาน่า ตูเร่ ได้สับไกเลียดร้อนถึง เอร์นาน กาลินเดซ ต้องซุปเปอร์เซฟปัดปลายมือออกหลังไป
ช่วงต้นครึ่งหลัง เกมยังคงเปิดแลกกันหมัดต่อหมัด เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย กองหน้าตัวเก๋าของเอกวาดอร์ หลุดไปซัดมุมแคบยัดเสาแรกแต่บอลพุ่งชนเสาเต็ม ๆ จากนั้นเป็นทีของไอเวอรี่โคสต์บ้าง เอลลี วาฮี ตวัดยิงตามน้ำจังหวะเดียว บอลพุ่งแรงแต่เหินคานไปนิดเดียวชนคานเข้าอย่างจัง
ช่วงท้ายเกม ไอเวอรี่โคสต์ เริ่มพับสนามบุกและครองบอลเบ็ดเสร็จ ขณะที่เอกวาดอร์ถอยร่นไปตั้งรับลึก และความพยายามของทัพช้างดำก็สัมฤทธิ์ผลในช่วงนาทีสุดท้าย จากความจังหวะเข้าทำสุดสวยก่อนที่ อาหมัด ดิยัลโล่ สตาร์ดังจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะแปเน้นๆ ส่งบอลซุกก้นตาข่ายอย่างเยือกเย็น พาทีมเก็บชัยชนะสุดดราม่า พร้อมทะยานขึ้นรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่ม E ได้สำเร็จ
-------
๊UPDATE
WORLD CUP: ยอเคเรสก็โหด อิซัคก็เถื่อน! แท็กทีมกระซวกตูนีเซียไส้แตก 5-1
นาทีนี้ใครก็ฉุดไม่อยู่! แฟนปืนใหญ่ และแฟนหงส์ ถึงกับต้องกลืนน้ำลายดังเอื้อก เมื่อสองกองหน้าเนื้อหอมที่สุดในปฐพีอย่าง วิคเตอร์ ยอเคเรส และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค จูงมือกันโชว์ความเถื่อนระดับ 8K แท็กทีมระเบิดฟอร์มพา "ขุนพลไวกิ้ง" สวีเดน ถล่ม ตูนีเซีย ยับเยิน 5-1 ประเดิมชัยฟุตบอลโลก 2026 ขึ้นรั้งจ่าฝูงกลุ่ม F
เปิดฉากมาแค่ 7 นาที ทัพไวกิ้งก็เบิกสกอร์แรกอย่างไว จากจังหวะยิงไกลนอกกรอบสุดสวยของ ยาซิน อายารี มิดฟิลด์สายเลือดตูนีเซีย
จากนั้นนาทีที่ 30 ยอเคเรส โชว์คลาสระดับโลก พลิกบอลอย่างเหนือชั้นก่อนจ่ายถวายพานให้ อิซัค ซัดหายห่วง สวีเดนหนีเป็น 2-0
ถึงอย่างนั้น ลูกทีมของ ซาบรี ลามูชี ก็ไม่ยอมง่ายๆ ไล่ไข่แตกมาเป็น 2-1 จากจังหวะที่ ฮันนิบาล เมจบรี เปิดบอลซ้ายสั่งได้ให้ โอมาร์ เรกิก โหม่งเช็ดเปลี่ยนทางเข้าประตูไป ซึ่งถือเป็นประตูแรกในนามทีมชาติของเจ้าตัวด้วย
เริ่มครึ่งหลังได้ไม่นาน สวีเดนก็โชว์ความเฉียบขาดตอกฝาโลง เมื่อ อิซัค ไปฉกบอลมาจากเท้าของ เอลลีส สคิรี แนวรับตูนีเซีย ก่อนที่ ยอเคเรส จะตามมาซ้ำซากไม่เหลือซาก ทิ้งห่าง 3-1
ช่วงท้ายเกม มัตติอัส สวานเบิร์ก ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาก็ซัดเพิ่ม 4-1 และปิดกล่องด้วย อายารี ในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย 5-1
จบเกม สวีเดนยำใหญ่ 5-1 เก็บ 3 แต้มเข้ากระเป๋าแบบนิ่มๆ หล่อๆ
ผิดพลาดยังไง ขออภัยนะครับ