ดอกเบี้ยบาน! 'ผี' กู้เพิ่มรีไฟแนนซ์หนี้เกลเซอร์
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอประเด็นการเงินให้แฟนบอลจับตาอีกครั้ง หลังมีเอกสารยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ระบุว่าสโมสรดึงหนี้ระยะยาวเพิ่มอีก 125 ล้านดอลลาร์ หรือราว 108 ล้านปอนด์ จากการรีไฟแนนซ์หนี้ที่โยงกับดีลเทกโอเวอร์ของตระกูลเกลเซอร์เมื่อปี 2005
“ปีศาจแดง” ได้ปรับโครงสร้างตราสารหนี้มีหลักประกันระดับอาวุโสเดิมมูลค่า 425 ล้านดอลลาร์ หรือราว 318 ล้านปอนด์ ซึ่งเดิมมีกำหนดชำระคืนในปีหน้า ทำให้ยอดหนี้รีไฟแนนซ์ขยับเป็น 550 ล้านดอลลาร์ หรือราว 412 ล้านปอนด์
ตัวเลขที่น่าสนใจคืออัตราดอกเบี้ยเพิ่มจาก 3.79 เปอร์เซ็นต์ในปี 2015 มาเป็น 5.36 เปอร์เซ็นต์ในโครงสร้างใหม่ คาดว่าจะทำให้ภาระดอกเบี้ยบานขึ้นราว 9.7 ล้านปอนด์ต่อปี โดยฤดูกาล 2024-25 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่ายค่าดอกเบี้ยไปแล้ว 37 ล้านปอนด์
แม้เส้นตายชำระหนี้ถูกเลื่อนออกไปถึงปี 2031 แต่ภาพรวมภาระหนี้ของสโมสรจะอยู่ที่ 728 ล้านปอนด์ โดย 485 ล้านปอนด์ยังย้อนกลับไปเกี่ยวข้องกับดีลซื้อกิจการแบบกู้ยืมของตระกูลเกลเซอร์ นอกจากนี้เอกสารยังระบุว่ามีเงินสดเพิ่มเติม 93 ล้านปอนด์ถูกกันไว้สำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัท
ในเชิงฟุตบอล ยูไนเต็ด เริ่มขยับตลาดนักเตะแล้ว โดยมีรายงานว่าใกล้ปิดดีล เอแดร์ซอน กองกลางชาวบราซิลจาก อตาลันต้า ด้วยค่าตัวคาดว่าราว 39 ล้านปอนด์ ขณะเดียวกันยังถูกมองเป็นตัวเต็งในการล่า มาเตอุส แฟร์นันเดส มิดฟิลด์ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ถูกประเมินไว้ 80 ล้านปอนด์
ภายใต้ฤดูกาลแรกแบบเต็มตัวของ ไมเคิล คาร์ริค ในตำแหน่งกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังถูกเชื่อว่ามองหาแบ็กซ้าย, กองหน้า, ผู้รักษาประตูสำรอง และเซ็นเตอร์แบ็กเพิ่มเติม เงินจากการรีไฟแนนซ์ครั้งนี้จึงอาจถูกนำไปช่วยเสริมแผนทุ่มตลาดนักเตะ ขณะที่รายได้จากการจบอันดับ 3 และคว้าตั๋ว ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลก่อน คาดว่าช่วยให้ “ผีแดง” โกยเงินรวมราว 191.5 ล้านปอนด์ เมื่อรวมเงินรางวัลและผลทางการเงินอื่น ๆ
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Manchester Evening News