ฟานไดค์' ลั่นกลองรบล่าแชมป์โลกส่งท้าย
เฟอร์จิล ฟานไดค์ กัปตันทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เตรียมนำทัพ "อัศวินสีส้ม" ไล่ล่าความสำเร็จในฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งอาจเป็นทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของเขาบนเวทีทีมชาติ หลังเจ้าตัวจะอายุครบ 35 ปี ก่อนรอบก่อนรองชนะเลิศเริ่มต้นเพียงหนึ่งวัน
ฟานไดค์เคยคว้าแชมป์ระดับสโมสรแทบครบทุกใบกับลิเวอร์พูล นับตั้งแต่ย้ายมาเป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกเมื่อเดือนมกราคม 2018 แต่กับทีมชาติ เส้นทางกลับเต็มไปด้วยความผิดหวัง โดยเฉพาะฟุตบอลโลก 2022 ที่เขาพลาดจุดโทษตัดสิน ทำให้เนเธอร์แลนด์ร่วงรอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา
แม้ติดทีมชาติมานานกว่าทศวรรษ แต่นั่นคือฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งเดียวของเจ้าตัว เพราะเนเธอร์แลนด์ไม่ได้ไปลุยรัสเซีย 2018 อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ได้รับปลอกแขนกัปตันทีมในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน "อัศวินสีส้ม" ก็กลับมาเป็นขาประจำเวทีใหญ่ ทั้งรองแชมป์เนชั่นส์ ลีก 2019, เข้ารอบก่อนรองฯ ฟุตบอลโลก 2022 และพ่ายอังกฤษช่วงท้ายเกมในรอบรองฯ ยูโร 2024
"ก่อนอื่น ผมอยากขอบคุณทุกคนที่นี่ ทั้งนักเตะ, ทีมงาน และทุกคนที่ทำงานหนักอยู่เบื้องหลังอย่างไม่หยุดพัก" ฟานไดค์ เริ่มกล่าว หลังนำชาติลงสนามเป็นกัปตันทีมครั้งที่ 72 ทำลายสถิติของ แฟรงค์ เดอ บัวร์
"ผมภูมิใจที่ได้เป็นกัปตันของออรันเย่ และได้พาพวกคุณลงสนามทุกครั้ง ผมตื่นเต้นกับรอบสุดท้ายแล้ว และอยากประสบความสำเร็จร่วมกัน ผมภูมิใจในตัวพวกคุณทุกคน พวกคุณคือกลุ่มที่ยอดเยี่ยม และเรามีคุณภาพมากมาย มาลุยเพื่อความสำเร็จไปด้วยกัน" กองหลังดัตช์กล่าวต่อ
นอกจากบทบาทผู้นำ ฟานไดค์ยังเป็นอาวุธสำคัญจากลูกตั้งเตะ โดยกดตุงให้ทีมชาติไปแล้ว 12 ประตู และเพิ่งมีซีซั่นยิงดีที่สุดกับ "หงส์แดง" ด้วยผลงาน 8 ประตูรวมทุกรายการ แม้เจ้าตัวบอกว่านี่คือฤดูกาลที่หนักที่สุดในอาชีพ แต่เขายังโกยนาทีลงสนามมากกว่านักเตะเอาต์ฟิลด์ทุกคนใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป
โรนัลด์ คูมัน จึงยังต้องฝากให้กัปตันคนสำคัญคุมแนวรับและลั่นกลองรบอีกครั้ง เริ่มจากเกมกลุ่มเอฟกับ "ซามูไรสีน้ำเงิน" ญี่ปุ่นในวันอาทิตย์นี้ โดยเป้าหมายสูงสุดคือพาเนเธอร์แลนด์เถลิงแชมป์โลกครั้งแรก หลังเคยอกหักเป็นรองแชมป์มาแล้ว 3 หน และหากไปถึงนัดชิงวันที่ 19 กรกฎาคม ที่เม็ตไลฟ์ สเตเดียม นิวเจอร์ซีย์ นั่นจะเป็นการติดทีมชาติครบ 100 นัดของฟานไดค์พอดี
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Sky Sports Football