เปิด 10 ตำนาน 'อินทรีเหล็ก' ของจริงทุกยุค
เยอรมนีคือหนึ่งในชาติลูกหนังที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์โลกมาแล้ว 4 สมัยในปี 1954, 1974, 1990 และ 2014 แม้ชุดปัจจุบันภายใต้ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ยังต้องพิสูจน์ตัวเองบนเวทีใหญ่ แต่ชื่อชั้นของ “อินทรีเหล็ก” ยังเป็นทีมที่ใครก็ประมาทไม่ได้เสมอ
แอนเดรียส เบรห์เม่ คือฮีโร่ฟุตบอลโลก 1990 หลังสังหารจุดโทษนาที 85 พาเยอรมนีตะวันตกเชือด “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินาในนัดชิงฯ เขาเล่นได้ทั้งแบ็กซ้าย, ริมเส้นซ้าย และกองกลางตัวรับ พร้อมยิงรวมเกือบ 100 ประตูให้สโมสรและทีมชาติ
โวล์ฟกัง โอเวราธ เป็นหนึ่งในแข้งยุคทองของเยอรมนีตะวันตก และมีสถิติสุดพิเศษกับฟุตบอลโลกครบทั้งเหรียญทองปี 1974, เหรียญเงินปี 1966 และเหรียญทองแดงปี 1970 ตลอดอาชีพค้าแข้ง เขาอยู่กับ เอฟซี โคโลญจน์ เพียงสโมสรเดียว ลงสนามเกิน 500 นัด
เยอร์เก้น โคห์เลอร์ คือกองหลังระดับท็อปของยุค คว้าแชมป์โลก 1990, ยูโร 1996 รวมถึงประสบความสำเร็จกับ บาเยิร์น มิวนิค, ยูเวนตุส และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ โดยเฉพาะแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปี 1997 กับ “เสือเหลือง”
เฮลมุท ราห์น เจ้าของฉายา “เดอร์ บอส” คือปีกขวาระดับโลก และเป็นคนกดประตูชัยในนัดชิงฟุตบอลโลก 1954 เกมปาฏิหาริย์แห่งเบิร์นเหนือฮังการี เขายิงให้ทีมชาติ 21 ประตูจาก 40 นัด และซัดในฟุตบอลโลกรวม 10 ลูก
พอล ไบรท์เนอร์ เด่นได้ทั้งแดนกลางและแบ็กซ้าย เป็นกำลังสำคัญชุดแชมป์ยูโร 1972 และฟุตบอลโลก 1974 แถมยิงในนัดชิงบอลโลกได้ถึง 2 ครั้ง ทั้งปี 1974 และ 1982 รวมถึงซิวถ้วยยุโรปกับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค
รูดี้ โฟลเลอร์ เป็นดาวยิงสายจบสกอร์ของแท้ ตุงตาข่ายให้เยอรมนี 47 ประตูจาก 90 นัด และเป็นหนึ่งในชุดแชมป์โลก 1990 ระดับสโมสรเขาคว้าโคปปา อิตาเลียกับ โรม่า และยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกกับ มาร์กเซย
มิชาเอล บัลลัค คือห้องเครื่องครบเครื่อง ยิงได้ จ่ายดี พลังเหลือเฟือ เคยพา ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เข้าชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปี 2002 ก่อนโกยแชมป์ลีกและบอลถ้วยในประเทศกับทั้ง บาเยิร์น มิวนิค และ เชลซี
เมซุต โอซิล คือเพลย์เมคเกอร์สายละเมียดที่แตกต่างจากภาพจำฟุตบอลเยอรมัน เขาทำแอสซิสต์มากสุดในฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012 พร้อมเป็นสมาชิกชุดแชมป์โลก 2014 และคว้ารางวัลนักเตะเยอรมันแห่งปีถึง 5 ครั้ง
บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ คือมันสมองแดนกลางของทีมชาติเยอรมนี ลงเล่นระดับสโมสรรวม 670 นัด โดยเฉพาะกับ บาเยิร์น มิวนิค ที่เขาคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 8 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย
แบร์ตี้ โฟกท์ส ปิดท้ายด้วยแบ็กขวาจอมขยัน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการตามประกบคู่แข่งตัวอันตรายจนเล่นไม่ออก ไฮไลต์คือการหยุด โยฮัน ครัฟฟ์ ในนัดชิงฟุตบอลโลก 1974 ก่อนช่วย “อินทรีเหล็ก” ผงาดแชมป์โลกสำเร็จ
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
GiveMeSport