แซมบ้า' แต้มบุญพี่แจ้-วินิซิอุสกู้ชีพเจ๊าโมร็อกโก
บราซิลเปิดฉากฟุตบอลโลกภายใต้การคุมทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ แบบไม่ค่อยหล่อ หลังต้องไล่เจ๊าโมร็อกโก โดยได้จังหวะความสามารถเฉพาะตัวของ วินิซิอุส จูเนียร์ มาช่วยกู้ชีพในเกมที่ภาพรวมยังมีคำถามเต็มไปหมด
“ขุนพลแซมบ้า” ดูเนือย อ่อนแรง และโรยราเกินคาด โดยเฉพาะครึ่งแรกที่โดน “สิงโตแอตลาส” เดินเกมกดดันใส่แบบไม่เกรงศักดิ์ศรี อิสมาเอล ไซบารี ยิงให้โมร็อกโกขึ้นนำจากการประสานงานที่ยอดเยี่ยม ขณะที่หลังผ่านครึ่งชั่วโมงแรก ทีมจากแอฟริกามีโอกาสยิงถึง 11 ครั้ง เทียบกับบราซิลเพียง 3 ครั้ง
จุดอ่อนของบราซิลถูกเจาะชัดเจน โรเจอร์ อิบาเญซ เซ็นเตอร์แบ็กที่ถูกจับไปเล่นแบ็กขวาโดนเล่นงานหนักจนถูกเปลี่ยนออกช่วงพักครึ่ง เช่นเดียวกับ คาเซมิโร่ ที่มีใบเหลืองติดตัวและต้องหลีกทางให้ ฟาบินโญ่ วัย 32 ปี ลงมาคุมแดนกลางแทน
แนวรุกก็ยังไม่เข้าฝัก อิกอร์ ธิอาโก้ พลาดโอกาสทองครั้งสำคัญ และแทบหายไปจากเกมส่วนใหญ่ ขณะที่แดนกลางของโมร็อกโกกลับโดดเด่นกว่า โดยเฉพาะ อายยูบ บูอัดดี้ ดาวรุ่งวัย 18 ปี ดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสชุดเยาวชน และเป้าหมายของอาร์เซน่อล ที่เล่นได้มั่นใจเกินวัย
"พวกเราออกอาการกังวลนิดหน่อย และประหม่าไปหมด" อันเชล็อตติ เริ่มกล่าวหลังเกม
อย่างไรก็ตาม หลังพักดื่มน้ำในครึ่งแรก บราซิลเริ่มตั้งหลักได้ดีขึ้น ก่อนที่ วินิซิอุส จะรับบอลริมเส้นฝั่งซ้าย ลากตัดเข้าในแล้วซัดผ่าน ยาสซีน บูนู เข้าไปอย่างเฉียบขาด กลายเป็นประตูที่ช่วยให้บราซิลไม่เปิดหัวด้วยความพ่ายแพ้
เกมนี้ยิ่งตอกย้ำว่าโมร็อกโกไม่ได้มาเล่นๆ แม้ทีมชุดนี้จะต่างจากชุดเข้ารอบรองชนะเลิศเมื่อปี 2022 ทั้งนักเตะและกุนซือ แต่ผลงานที่ โมฮาเหม็ด อูอาห์บี สานต่อจาก วาลิด เรกรากี แสดงให้เห็นว่าพวกเขาพัฒนาขึ้นจริง
ส่วนบราซิลยังไม่เหมือนทีมลุ้นแชมป์ในภาพแรกของทัวร์นาเมนต์ แต่ถ้ามรดกของ อันเชล็อตติ กับ เรอัล มาดริด บอกอะไรได้บ้าง ก็คือทีมของเขามักหาทางเอาตัวรอดได้เสมอ แม้บางครั้งจะดูเหมือนพึ่งแต้มบุญมากกว่าความเนี้ยบก็ตาม
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Football365