แพงตาค้าง! แฟนบอลโลกโวยฮอตด็อกคู่เฉียด 60 ดอลลาร์
กลายเป็นประเด็นเดือดนอกสนามทันที หลังภาพป้ายราคาอาหารและเครื่องดื่มในสนามโตรอนโต สเตเดี้ยม ระหว่างเกมฟุตบอลโลก 2026 นัดแรกที่แคนาดาเป็นเจ้าภาพ ถูกแชร์ว่อนบนสื่อสังคมออนไลน์ ตามรายงานจาก GiveMeSport
แคนาดาเป็นหนึ่งใน 3 ชาติเจ้าภาพร่วมกับสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก โดยเกมดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่พวกเขาจัดแมตช์ฟุตบอลโลกชาย ก่อนเสมอ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 1-1 จากประตูตีเจ๊าของ ไซล์ ลาริน นาที 78 ต่อหน้าแฟนบอลมากกว่า 43,000 คน
ก่อนหน้านั้น "จังโก้" เม็กซิโก เปิดหัวทัวร์นาเมนต์ด้วยการชนะ แอฟริกาใต้ 2-0 ส่วน "โสมขาว" เกาหลีใต้ เฉือน เช็ก 2-1 ที่ซาโปปาน แต่กระแสในแคนาดากลับไม่ได้อยู่แค่ผลการแข่งขัน เพราะราคาในสนามทำเอาแฟนบอลตาค้างกันเป็นแถว
ชุดที่ถูกพูดถึงมากสุดคือคอมโบสำหรับผู้ถือบัตร Visa ซึ่งมีฮอตด็อกยาว 1 ฟุต 2 ชิ้น และน้ำอัดลมแบบมีฟอง 2 แก้ว ราคา 57.50 ดอลลาร์แคนาดา หรือราว 30.65 ปอนด์ ขณะที่ไก่ทอดกับเฟรนช์ฟรายส์ และชีสเบอร์เกอร์พร้อมมันฝรั่งทอด ต่างอยู่ที่ 25.25 ดอลลาร์แคนาดา
ฮอตด็อกยาว 1 ฟุตแบบเดี่ยวราคา 14.75 ดอลลาร์แคนาดา ป๊อปคอร์น 11.75 ดอลลาร์แคนาดา ส่วนน้ำเปล่าขวด 591 มิลลิลิตร อยู่ที่ 7 ดอลลาร์แคนาดา ซึ่งยังถูกกว่าที่สนามซีแอตเทิลเล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่าแรงไม่น้อย
ฝั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่เบา เบียร์ทั่วไป 1 ไพนต์ราคา 16.75 ดอลลาร์แคนาดา เบียร์พรีเมียม 18.25 ดอลลาร์แคนาดา ส่วนเบียร์พรีเมียมขนาด 740 มิลลิลิตรพุ่งไปถึง 24.25 ดอลลาร์แคนาดา ขณะที่ค็อกเทลกระป๋องและเซลต์เซอร์อยู่ที่ 18.25 ดอลลาร์แคนาดา
"ราคานี้ ไก่ทอดน่าจะมาพร้อมรางวัลสันติภาพของฟีฟ่าแล้วนะ" แฟนรายหนึ่งเริ่มกล่าวบน X
"ฮอตด็อก 2 ชิ้นกับน้ำอัดลม 2 แก้ว แพงกว่าค่าโทรศัพท์รายเดือนของฉันอีก" อีกเสียงกล่าวเสริม
แฟนอีกรายจวกหนักว่า "ชีสเบอร์เกอร์ 25.25 ดอลลาร์มันบ้าไปแล้ว ตอนนั้นบ่าย 3 โมง ไม่มีใครจำเป็นต้องกินอะไรเวลานั้นเลย ไม่มีเหตุผลที่จะต้องจ่ายราคาแบบปล้นกันชัด ๆ แล้วไปให้รางวัลคนที่ตั้งราคาแบบนี้ ถ้าคุณซื้อของในราคานี้ ความโง่ของคุณจะเปล่งประกายออกมาเอง"
อีกคอมเมนต์ทิ้งท้ายแบบแสบ ๆ ว่า "เกือบ 60 ดอลลาร์สำหรับฮอตด็อก 2 ชิ้นกับน้ำอัดลม 2 แก้ว คนตั้งราคาควรถูกพิจารณาคดีที่กรุงเฮก" งานนี้ฟุตบอลโลกเพิ่งเปิดฉาก แต่ราคาของกินในสนามเล่นเอาแฟนบอลหลายคนเริ่มคิดหนักว่าจะเข้าไปเชียร์สด หรือดูทางทีวีอยู่บ้านดีกว่า
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
GiveMeSport