บอลโลก 2026 มโหฬาร สหรัฐ คึกคักถล่ม ปารากวัย 4-1
ฟุตบอลโลก 2026 เกมที่ 4 ของทัวนาเม้นท์เป็น คิวของเจ้าภาพร่วมทีมที่ 3 อย่าง สหรัฐอเมริกา เปิดฉากลุยศึกนัดแรกกลุ่ม D ปะทะ ปารากวัย ตัวแทนจากอเมริกาใต้ โดยเกมนี้ลงเล่นกันที่ โซไฟ สเตเดียม (SoFi Stadium) สังเวียนความจุยักษ์ ณ เมืองลอสแอนเจลิส
โดยเกมนี้ทั้งสองทีมจัดผู้เล่นที่ดีที่สุดในการประเดิมสนาม โดยฝั่งสหรัฐฯ กุนซือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มีข่าวดีเมื่อ คริส ริชาร์ดส์ เซนเตอร์แบ็กตัวเก่งสลัดอาการบาดเจ็บผ่านฟิตลงสนามได้ทันเวลา พร้อมจัดทัพแนวรุกชุดเต็มนำโดย คริสเตียน พูลิซิช และ โฟลาริน บาโลกัน หัวหอกตัวเก่งจากโมนาโก
ขณะที่ฝั่งปารากวัย ความหวังทั้งหมดถูกฝากไว้ที่ ฮูลิโอ เอนซิโซ่ ดาวเตะจากสตราส์บูร์ก ที่หายจากอาการบาดเจ็บรบกวนก่อนทัวร์นาเมนต์ และพร้อมลงลากเลื้อยที่ลอสแอนเจลิส ก่อนที่เกมนี้เป็นเจ้าถิ่นที่เล่นได้โดดเด่นกว่า ด้วยการบดขยี้เอาชนะไปได้ท่วมท้น 4-1 คว้าสามแต้มแรกฟุตบอลโลกไปได้อย่างสวยงาม
เริ่มเกมมาเป็นเจ้าถิ่นที่บุกหนักตามฟอร์ม จนมาไม่ถึง 7 นาที แฟนเจ้าถิ่นก็ได้เฮลั่น! เมื่อ คริสเตียน พูลิซิช โชว์ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงจี้แหวกสองกองหลังปารากวัย ก่อนที่บอลจะไปแฉลบเท้าของ ดาเมียน โบบาดิญา กองหลังคู่แข่งเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง ส่งสหรัฐฯ นำเร็ว 1-0!
ประตูนี้นับเป็นสถิติยิงประตูที่เร็วที่สุดอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของทีมชาติสหรัฐฯ และยังเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีที่พวกเขาได้ประโยชน์จากคู่แข่งที่ทำเข้าประตูตัวเองในศึกเวิลด์คัพ ผ่านไป 20 นาทีแรก รูปเกมเป็นสหรัฐฯ ที่พับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียว โดยครองบอลเหนือกว่าปารากวัยแบบเบ็ดเสร็จเกือบ 75% ! ก่อนที่พวกเขามีโอกาสยิงประตูเพิ่มเป็น 2-0 แต่ถูกริบคืนเพราะเป็นตำแหน่งล้ำหน้า
หลังจากโดนริบประตูคืน เพราะถูกจับล้ำหน้าไปก่อนหน้านั้นไม่กี่อึดใจ โฟลาริน บาโลกัน ก็กลับมาแก้ตัวได้สำเร็จ คราวนี้ส่งบอลซุกก้นตาข่ายแบบถูกกติกา พาทัพแยงกี้หนีเป็น 2-0 ในนาทีที่ 31!
และนี่ถือเป็นประตูแรกในประวัติศาสตร์บนเวทีฟุตบอลโลกของบาโลกัน หลังจากที่เจ้าตัวเลือกเล่นให้ทีมชาติสหรัฐฯ แทนที่จะเป็นทีมชาติอังกฤษ
และเป็นเขาคนเดิม โฟลาริน บาโลกัน ที่มาบวกประตูเพิ่มให้กับเจ้าถิ่นอีกครั้งในช่วงทดเจ็บครึ่งแรก โดยเจ้าตัวซัดประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ช่วยให้สหรัฐอเมริกาทะยานหนีห่าง ปารากวัย ไปเป็น 3-0 ก่อนจบครึ่งแรกแบบสุดโหด!
ครึ่งหลัง สหรัฐฯ เปลี่ยนเอากัปตัน อเมริกา อย่าง คริสเตียน พูลิซิช ออกเพื่อให้ได้พัก ทำให้รูปเกมของเจ้าถิ่นลดประสิทธิ์ภาพลงไปอย่างเ็นได้ชัด แต่ก็ไม่ส่งผลมากเท่าไหร่ เพราะปารากวัยก็ไม่ได้เร่งเคลื่อนบุกหนักเพื่อทวงประตูคืน
แต่ด้วยรูปเกมที่ผ่อนคลายลงนี้เองที่ทำให้ สหรัฐฯ มีเผลอไปบ้าง ทำให้ปารากวัยมีโอกาสทวงประตูตีไข่แตกคืนได้ในนาทีที่ 73 จาก เมาริซิโอ ตัวสำรองที่วิ่งเข้าชาร์จจังหวะแรกจากการแอสซิสต์ของ ฮูลิโอ เอ็นซิโซ ส่งบอลผ่านมือ แมตต์ ฟรีส นายด่านสหรัฐฯ เข้าไปเป็น 3-1 เป็นการจุดประกายความหวังในการคัมแบ็กของปารากวัย
แต่แล้วทุกอย่างถูกดับลงในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อ โจวานนี เรย์นา โชว์ทักษะระดับเวิลด์คลาส ปั่นบอลด้วยเทคนิคยิงไซต์ก้อย เสียบตาข่ายอย่างสวยงาม เป็นประตูปิดท้ายให้สหรัฐอเมริกาคว้าชัย 4-1 เก็บสามคะแนนแรกฟุตบอลโลกหนนี้ได้อย่างสวยงาม พร้อมส่งสัญญาณว่าพวกเขามีศักยภาพมากพอที่จะเป็นหนึ่งในทีมม้ามืดของฟุตบอลโลก 2026 ที่จัดขึ้นบนแผ่นดินของตัวเอง
สำหรับสถิติที่น่าสนใจในเกมนี้
ปารากวัย ส่งผู้เล่นตัวจริงที่มีอายุน้อยที่สุดในการประเดิมฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1998 ด้วยอายุเฉลี่ย 26 ปี 347 วัน
ทิม รีม ปราการหลังจอมเก๋าของสหรัฐฯ ในวัย 38 ปี 250 วัน เป็นนักเตะอายุมากที่สุดที่เคยลงเล่นให้ทีมชาติสหรัฐฯ ในฟุตบอลโลก
สหรัฐฯ สร้างสถิติยิงประตูได้ตั้งแต่นาที 6.48 ซึ่งเป็นประตูที่เร็วที่สุดอันดับ 3 ของชาติเจ้าภาพในเกมเปิดสนามฟุตบอลโลก ต่อจาก ฝรั่งเศส ปี 1938 (35 วินาที) และ เยอรมนี ปี 2006 (5 นาที 8 วินาที)
เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สหรัฐฯ ยิงนำคู่แข่งถึง 3 ประตูในครึ่งแรกของการแข่งขันฟุตบอลโลก
คริสเตียน พูลิซิช เป็นหัวใจสำคัญของเกมรุก โดยทำสถิติเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งมากที่สุดร่วมในครึ่งแรก 3 ครั้ง และสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมมากที่สุดร่วม 2 ครั้ง
โฟลาริน บาโลกุน กลายเป็นนักเตะสหรัฐฯ คนที่สองในประวัติศาสตร์ที่ยิงได้มากกว่า 1 ประตูในเกมฟุตบอลโลก ต่อจาก เบิร์ต พาเทอนอด ที่เคยทำแฮตทริกใส่ปารากวัยเมื่อปี 1930