โรเธนเบิร์กลั่นบอลโลก 94 ปลุกมะกันคลั่งลูกหนัง
อลัน โรเธนเบิร์ก อดีตประธานสหพันธ์ฟุตบอลสหรัฐฯ ย้อนความหลังถึงภารกิจสุดหินในการทำให้ชาติที่แทบไม่อินกับฟุตบอล หันมาหลงเสน่ห์เกมลูกหนังผ่านฟุตบอลโลก 1994 ที่กลายเป็นจุดเริ่มสำคัญของกระแสบอลในแดนลุงแซม
ย้อนกลับไปซัมเมอร์ปี 1990 โรเธนเบิร์กเพิ่งได้รับเลือกให้คุมยูเอสเอสเอฟ โดยมีทีมงานเต็มเวลาเพียง 6 คน และต้องเตรียมประเทศให้พร้อมเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในอีก 4 ปี ทั้งที่ลีกสูงสุดอาชีพหายไปตั้งแต่เอ็นเอเอสแอลล่มสลาย แถมทีมชาติสหรัฐฯ ยังพลาดฟุตบอลโลก 9 จาก 10 ครั้งก่อนหน้า
"สหพันธ์ไม่ได้ถูกบริหารแบบมืออาชีพ มันแทบจะเป็นองค์กรอาสาสมัครเสียมากกว่า" โรเธนเบิร์ก เริ่มกล่าว
เวลานั้นหลายฝ่ายมองว่าฟีฟ่าเลือกผิด หลังสหรัฐฯ ชนะ "แซมบ้า" บราซิล และ "สิงโตแอตลาส" โมร็อกโก ในการโหวตเจ้าภาพ ถึงขั้นมีตัวแทนบราซิลเหน็บว่า การเอาฟุตบอลโลกไปสหรัฐฯ ก็เหมือนเอาเวิลด์ซีรีส์ไปจัดที่บราซิล แต่โรเธนเบิร์กเชื่อว่าคนอเมริกันชอบงานใหญ่ และต้องทำให้ฟุตบอลโลกกลายเป็นอีเวนต์ที่ห้ามพลาด
"แรงบันดาลใจคือการทำให้คนอเมริกันเชื่อว่านี่คืองานที่พวกเขาพลาดไม่ได้ ถ้าทำได้ เราจะสร้างความตื่นตัว คนดูมหาศาล และรายได้ก้อนโต" อดีตบอสยูเอสเอสเอฟ กล่าวเสริม
แผนนั้นได้ผลแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ตั้งแต่การจับสลากที่ลาสเวกัสซึ่งใส่ความบันเทิงและคนดังเข้าไป ไปจนถึงพิธีเปิดที่มีโอปราห์ วินฟรีย์ และช็อตดังของไดอาน่า รอสส์ ก่อนทัวร์นาเมนต์จะโกยยอดขายตั๋วเกือบ 3.6 ล้านใบ มากสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก แม้จำนวนเกมน้อยกว่ายุคหลังหลายสมัย
ในสนาม ทีมชาติสหรัฐฯ หรือ "พญาอินทรี" เองก็ไม่ขายหน้า เมื่อคว้าชัยฟุตบอลโลกนัดแรกในรอบ 44 ปี ด้วยการชนะโคลอมเบีย ก่อนลิ่วเข้ารอบน็อกเอาต์ และพ่ายบราซิลแชมป์ท้ายทัวร์นาเมนต์แบบเฉือน 1-0 ซึ่งเพียงพอให้คนทั้งประเทศเริ่มมองฟุตบอลต่างจากเดิม
ความสำเร็จปี 1994 กลายเป็นเชื้อไฟให้เกิดเอ็มแอลเอส แม้ช่วงแรกลีกต้องลองผิดลองถูก ทั้งการดวลชู้ตเอาต์ตัดสินเกมเสมอและนาฬิกานับถอยหลัง 45 นาที แต่เมื่อทีมชาติสหรัฐฯ ทะลุถึงรอบ 8 ทีมฟุตบอลโลก 2002 กระแสก็พุ่งขึ้นอีกระลอก ก่อนพรีเมียร์ลีกเริ่มถ่ายทอดจริงจังในปี 2013 และช่วยมัดใจแฟนรุ่นใหม่
"ตอนพรีเมียร์ลีกเริ่มถ่ายทอดอย่างจริงจังในปี 2013 มันเปลี่ยนทุกอย่าง คนอเมริกันได้ติดตามประสบการณ์ชมฟุตบอลระดับสูงสุดเป็นครั้งแรก" โรเจอร์ เบนเน็ตต์ แห่ง Men In Blazers กล่าว
ปัจจุบันฟุตบอลแซงเบสบอลขึ้นเป็นกีฬายอดนิยมอันดับ 3 ของสหรัฐฯ ตามผลสำรวจล่าสุดของเดอะ อีโคโนมิสต์ ขณะที่เอ็มแอลเอสมีคนดูรวมเกิน 11 ล้านคนทั้งฤดูกาล 2024 และ 2025 เพิ่มขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ในรอบทศวรรษ และโรเธนเบิร์กเชื่อว่าฟุตบอลโลกหนนี้จะพาเกมลูกหนังในอเมริกาขยับขึ้นไปอีกขั้น
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Sky Sports Football