JAS แบ่งจ่ายค่าลิขสิทธิ์ 3 งวด
ดีลลิขสิทธิ์จากชาติสุดท้ายในอาเซียน ‘บอลโลก 2026’ สู่ชาติแรกในอาเซียน ‘บอลโลก 2030’
JAS ปิดดีล 70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (2,300 ล้านบาท) คว้าลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 และ 2030 ‘โสรัชย์’ ชี้ ดีลนี้อาจไม่คุ้มในระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนระยะยาว ยัน คนไทยได้ดูฟรีมากกว่า 40 แมตช์ นัดเปิด-นัดชิงได้ดูฟรีแน่นอน เผย ประสานงานรัฐบาล ไม่ให้เกิดการแข่งขันตัดราคากัน ย้ำ ดำเนินการรูปแบบธุรกิจเต็มตัว ไม่ขอรับการสนับสนุนเพิ่มจากรัฐบาล
เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 11 มิ.ย. 69 ที่ Stadium 29 บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ถึงราคาดีลกับฟีฟ่า ภายหลัง “JAS” คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 อย่างเป็นทางการ ว่า ราคาดีลฟุตบอลโลก 2 ครั้งปี 2026 และ 2030 และทัวร์นาเม้นต์ทั้งหมดของฟีฟ่า ตั้งแต่วันนี้จนถึงปี 2030 ทั้งหมดอยู่ที่ 70 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,300 ล้านบาท)
ส่วนเรื่องความคุ้มทุน จริงๆ แล้วเรามองระยะยาว ถ้ามองระยะสั้น ดีลนี้เป็นดีลที่ไม่น่าสนใจ แต่ในการสร้างแบรนด์ไปกับโมโน เน็กซ์ และในการสร้างโพซิชันของเราในตลาด ตนคิดว่ามีความจำเป็น และเป็นประโยชน์กับโมโน เน็กซ์ และ JAS ในระยะยาว
ทั้งนี้ JAS มีโปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ใช้ไปแล้ว 1 ฤดูกาล ยังเหลืออีก 5 ฤดูกาล และเราขยายไปได้ 3 ประเทศ คือ เวียดนาม กัมพูชา และลาว และเราได้วอลเลย์บอลโลกแล้วไปอีก 6 ปีข้างหน้า และเราได้ ‘ฟุตบอลยูโร’ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีไฟนอลที่ประเทศอังกฤษใน 2 ปีข้างหน้า เพราะฉะนั้น เราพยามที่จะรวบรวมกีฬาที่น่าสนใจที่สุดและดีที่สุดสำหรับคนไทย และฟุตบอลโลกปฏิเสธไม่ได้ว่าในระดับชาติ เขาคือที่หนึ่ง
ส่วนในเรื่องของราคาลิขสิทธิ์กับร้านอาหารนั้น นายนวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จริงๆ แล้วเราไม่ได้ซีเรียสเรื่องลิขสิทธิ์ที่จะขายให้กับร้านอาหาร เราเปิดกว้างเพื่อให้ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศได้มีโอกาสได้รับชม และไม่ได้กังวลเรื่องของราคาว่าจะเท่าไหร่ อย่างไรก็มาคุยกัน แต่ถือว่าเป็นอะไรที่เข้าถึงได้ และวัตถุประสงค์หลักคือต้องการให้คนไทยทุกคน ทุกชนชั้น ได้มีโอกาสได้ดูฟุตบอลโลกด้วยกัน
เมื่อถามว่า ที่กล่าวบนเวที ดร.โสรัชย์ มีการกล่าวขอบคุณรัฐบาล ดร.โสรัชย์ กล่าวว่า จริงๆ ดีลฟุตบอลโลก เขาเสนอขายให้ เราคุยกันมากกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งมีการที่เรียกว่า ‘ทีมไทยแลนด์’ เพราะว่าเรามีการคุยผ่านคนที่เรารู้จัก และคอนเนคชันต่างๆ ว่าเราจะไม่ซื้อแข่งกัน และประสานกับสมาคมฟุตบอลฯ รวมถึงทุกหน่วยงาน เพราะไม่ต้องการให้มีการตัดราคากัน
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ JAS ทำคือ เมื่อรัฐบาลเจรจาและบอกว่าไม่พร้อมหรือไม่เหมาะสม เราก็เข้าแทน รัฐบาลก็ให้การสนับสนุน สมาคมฟุตบอลก็เป็นผู้คุยในระดับสูงในระดับเลขาธิการของฟีฟ่า ยืนยันว่ามีการประสานงานกันตลอดเวลา และไม่ทับเส้นกัน รวมถึงจะไม่มาแข่งกันเอง
ส่วนที่ กมธ.กีฬา อยากให้คนไทยได้ดูบอลโลกฟรี มีโอกาสที่จะสูงสุดได้กี่แมตช์ ดร.โสรัชย์ กล่าวว่า มากกว่า 1 แมตช์ต่อวันอยู่แล้ว นี่คือความตั้งใจของเรา คิดว่าบอลโลกคราวนี้ 104 แมตช์ น่าจะ 40 แมตช์ขึ้น ยืนยันว่านัดเปิดและนัดชิงชนะเลิศ ได้ดูฟรีแน่นอน
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้คนไทยคุ้นชินกับการดูบอลโลกฟรี จากนี้ไปจะเสียตังค์ดูแล้ว มองเรื่องนี้อย่างไร ดร.โสรัชย์ กล่าวว่า ตนคิดว่ามาตรการคนละครึ่งคราวนี้ 2026 เรามีมาตรการคนละครึ่ง พยายามให้ดูฟรีครึ่งนึง อีกครึ่งนึงก็ช่วยเราแล้วกัน เพราะเราพยายามอย่างที่สุดที่จะหามาให้ และหวังว่าประชาชนหรือผู้ที่ชื่นชอบในฟุตบอลจะเข้าใจ
เมื่อถามว่า อยากให้รัฐบาลสนับสนุนในเรื่องใดบ้างหรือไม่ ดร.โสรัชย์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นครั้งแรกที่ฟุตบอลโลกกลายเป็นธุรกิจที่ชัดเจน ซึ่งเหมือนในนานาประเทศ ซึ่งตนไม่ได้มองว่าผิดอะไร และสิ่งที่เราทำและที่รัฐบาลมีให้เรา สามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบกฎหมายเราก็พึงพอใจแล้ว คงไม่ได้อยากให้รัฐบาลจะต้องมาสนับสนุนอะไรทั้งสิ้น และเราพร้อมที่จะทำธุรกิจแบบเต็มรูปแบบ
ดร.โสรัชย์ กล่าวว่า หวังว่า ลักษณะของลูกค้ารายปีจะเพิ่มขึ้นมามากกว่า 500,000 ราย นอกจากนี้ ตนคิดว่าในราคา 70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นราคาที่เขาพอใจ เพราะว่าในการเจรจา ถ้าเราพิจารณาดีๆ ฟีฟ่าเป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมฟุตบอล คงไม่มีความสุขที่จะให้ประเทศไทยจอดำหรือประเทศไทยไม่มี ในขณะที่เราเสนอไปในตอนแรกอาจจะต่ำเกินไป แต่ในที่สุดก็มาเจอกันที่จุดสมดุลย์ของทั้งสองฝ่าย