แพงเดือด! บอลโลก 2026 น้ำขวดเดียวเกือบ 6 ดอลลาร์
แฟนบอลที่เตรียมตีตั๋วไปชมฟุตบอลโลก 2026 อาจต้องเผื่อเงินในกระเป๋าเพิ่มไม่น้อย หลังราคาน้ำและอาหารในสนามถูกเปิดเผยออกมาแล้ว และทำเอาหลายคนถึงกับอึ้ง
ก่อนหน้านี้ ฟีฟ่าโดนทัวร์ลงหนักจากกรณีประกาศห้ามแฟนบอลนำขวดน้ำเข้าสนามในอเมริกาเหนือด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ก่อนจะกลับลำภายหลังเสียงวิจารณ์ถาโถม โดยอนุญาตให้นำน้ำดื่มแบบขวดพลาสติกอ่อน ปิดผนึกจากโรงงาน ขนาด 20 ออนซ์ หรือ 560 มิลลิลิตร เข้าไปได้คนละ 1 ขวด
"ผู้ชมแต่ละคนสามารถนำขวดน้ำพลาสติกอ่อนแบบใช้แล้วทิ้ง ปิดผนึกจากโรงงาน ขนาด 20 ออนซ์ หรือ 560 มิลลิลิตร เข้าสนามได้ 1 ขวด" ไฮโม เชียร์กี้ ประธานฝ่ายปฏิบัติการฟุตบอลโลก 2026 เริ่มกล่าว
"สิ่งที่ไม่ได้รับอนุญาตคือภาชนะใส่น้ำแบบแข็งที่ปิดซ้ำได้ เพราะอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย" เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขันกล่าวต่อ
ประเด็นนี้ยิ่งร้อนแรงขึ้น เพราะตลอดทัวร์นาเมนต์คาดว่าจะเจอสภาพอากาศร้อนจัด โดยเกือบครึ่งหนึ่งของโปรแกรมทั้งหมดมีโอกาส 50 เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิจะเกิน 28 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับที่มีผลต่อการสปรินต์ ระยะทางการวิ่ง และการฟื้นตัวของนักเตะ ขณะที่ทั้ง 104 นัดจะมีช่วงพักดื่มน้ำ 3 นาทีในกลางครึ่งแรกและครึ่งหลัง
อย่างไรก็ตาม หากแฟนบอลลืมนำขวดน้ำไปเอง ก็อาจต้องควักจ่ายแบบเจ็บตัว โดยป้ายราคาที่สนามซีแอตเทิล สเตเดี้ยม หรือ ลูเมน ฟิลด์ ซึ่งจุ 72,000 ที่นั่ง และจะใช้จัดเกมรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด ระบุว่าน้ำดื่มขนาด 20 ออนซ์ ราคา 5.99 ดอลลาร์ ส่วนขนาด 1 ลิตรอยู่ที่ 10.49 ดอลลาร์
ฝั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่เบา เบียร์อเมริกันขนาด 16 ออนซ์ หรือประมาณ 1 ไพน์ ราคา 17.99 ดอลลาร์ ขณะที่เบียร์คราฟต์หรือนำเข้าแพงกว่าอีกนิดที่ 18.99 ดอลลาร์ ส่วนของกินเล่นมีทั้งเพรทเซลนิ่มและป๊อปคอร์นราคา 13.49 ดอลลาร์ ไอศกรีมเม็ดกับสายไหม 11.99 ดอลลาร์ ชูโรส 10.99 ดอลลาร์ และถูกสุดคือถั่วถุงละ 8.99 ดอลลาร์
แฟนบอลในโซเชียลจวกกันยับหลังเห็นราคา โดยรายหนึ่งบอกว่า "เบียร์ราคา 13.50 ปอนด์นี่มันอาชญากรรมชัดๆ" ส่วนอีกรายเสริมว่า "ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลกกำลังขูดรีดแฟนบอล"
ฟุตบอลโลก 2026 จะเปิดฉากที่เอสตาดิโอ อัซเตก้า โดยเม็กซิโก "จังโก้" พบ แอฟริกาใต้ ซึ่งจากกระแสล่าสุด ดูเหมือนเรื่องในสนามอาจยังไม่เดือดเท่าราคาอาหารและเครื่องดื่มข้างสนามเสียแล้ว
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
GiveMeSport