บรูโน่' ร่างทอง-คาร์ริคต้องห้ามใช้งานเพลิน
บรูโน่ แฟร์นันด์ส กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มแรงสุดของชีวิต หลังเพิ่งทำลายสถิติแอสซิสต์สูงสุดต่อหนึ่งฤดูกาลของพรีเมียร์ลีก และเตรียมเป็นหัวใจสำคัญให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่บี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับอาร์เซน่อลในฤดูกาลหน้า รวมถึงการกลับไปลุยยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
กัปตันทีมชาวโปรตุกีสวัย 31 ปี เคยเกือบโบกมือลาโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อซัมเมอร์ก่อน และยังเคยชั่งใจเรื่องอนาคตช่วงกลางซีซั่น แต่สุดท้ายปิดฤดูกาลด้วยรางวัลส่วนตัวหลายรายการ พร้อมความรู้สึกว่าโมเมนตัมของ “ปีศาจแดง” กำลังค่อยๆ มา
ผลงาน 21 แอสซิสต์กับ 9 ประตูจาก 35 เกมพรีเมียร์ลีก คือหลักฐานชัดว่า บรูโน่ยังแบกทีมได้เต็มบ่า ก่อนจะไปลุยฟุตบอลโลกกับทีมชาติ “ฝอยทอง” ในสภาพที่กำลังมั่นใจสุดๆ
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการลงสนามของเขาน่าทึ่งพอๆ กับน่าห่วง นับตั้งแต่ย้ายจากสปอร์ติง ซีพี เมื่อเดือนมกราคม 2020 บรูโน่ลงเล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ดไปแล้ว 327 นัด และพลาดเพียง 17 เกมเท่านั้นตลอด 6 ปีครึ่ง
ปัญหาคือเขาจะอายุครบ 32 ปีในเดือนกันยายนนี้ และการโหมเล่นแทบทุกถ้วยแบบเดิมอาจเริ่มส่งผล ไมเคิล คาร์ริคจึงอาจต้องทำในสิ่งที่กุนซือก่อนหน้าแทบไม่เคยทำ นั่นคือบริหารนาทีของกัปตันทีมให้จริงจัง
ที่ผ่านมา บรูโน่ออกสตาร์ต 37 จาก 42 เกมยูโรป้าลีกของสโมสร, 21 จาก 25 เกมเอฟเอคัพ และยังลงเล่นคาราบาวคัพอีก 9 นัด รวมถึงซีซั่น 2024/25 ที่แมนฯ ยูไนเต็ดเข้าชิงยูโรป้าลีก เขาพลาดไปเกมเดียวเพราะติดโทษแบน และแทบเล่นครบทุกนาทีจากอีก 14 นัด ยกเว้นช่วงท้ายเกมเสมอปอร์โต้ที่โดนใบแดง
ฤดูกาลหน้าเขาไม่ควรถูกใช้งานในคาราบาวคัพตั้งแต่รอบต้นๆ หรืออย่างน้อยควรรอถึงรอบรองชนะเลิศ ส่วนเอฟเอคัพก็อาจพักได้จนถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ขณะที่ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รูปแบบใหม่มี 8 เกมลีกเฟส ซึ่งบางนัดกับทีมจากโถล่างก็น่าจะเป็นโอกาสให้เขานั่งสำรองหรือพักเต็มเกม
ทางเลือกเฉพาะหน้าคือมาเตอุส คุนญ่า เพลย์เมคเกอร์สายบุกที่มีโอกาสทำตัวเลขใกล้เคียงบรูโน่ที่สุด หรือเมสัน เมาท์ ที่แม้สถิติไม่หวือหวาเท่า แต่มีความฉลาดในการเปิดพื้นที่และปั้นเกม โดยเฉพาะหลังเคยเล่นบทบาทมิดฟิลด์ต่ำให้คาร์ริคช่วงท้ายซีซั่นและทำได้ดีในเกมชนะไบรท์ตันวันปิดฤดูกาล
ระยะยาว แมนฯ ยูไนเต็ดอาจต้องเหล่มองทายาทอย่างมอร์แกน โรเจอร์ส หรือมอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ แต่ตอนนี้ภารกิจเร่งด่วนคือใช้คุนญ่าและเมาท์ช่วยแบ่งเบาภาระ เพื่อยืดเวลาร่างทองของบรูโน่ให้อยู่กับ “ผีแดง” ให้นานที่สุด
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Manchester Evening News