เดือดก่อนบอลโลก! 'ทรัมป์' แจงดราม่าวีซ่า
บรรยากาศก่อนฟุตบอลโลก 2026 เริ่มระอุแบบไม่ค่อยสวย หลังประเด็นตรวจคนเข้าเมืองและวีซ่าในสหรัฐฯ กลายเป็นดราม่าลุกลาม จนโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องออกมาชี้แจงด้วยตัวเอง
แม้ทัวร์นาเมนต์นี้จะมีเม็กซิโกและแคนาดาร่วมเป็นเจ้าภาพ แต่เกมส่วนใหญ่จะลงเล่นในแดน “พญาอินทรี” โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเตะ สตาฟฟ์ และเจ้าหน้าที่เริ่มทยอยเดินทางเข้าเมือง ก่อนเกิดเหตุหลายกรณีที่ทำเอาแฟนบอลของขึ้นกันเป็นแถว
เคสที่ถูกพูดถึงมากสุดคือ โอมาร์ อาร์ตัน ผู้ตัดสินชาวโซมาเลีย ซึ่งถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้รับวีซ่าแล้ว โดยเจ้าตัวถูกแจ้งว่าเกี่ยวข้องกับ “ข้อกังวลด้านการตรวจสอบประวัติ” ก่อนมีรายงานตามมาว่า เขามีชื่อเหมือนผู้นำกลุ่มติดอาวุธอัล ชาบับ
ไม่ใช่แค่นั้น แคมป์ทีมชาติเซเนกัล หรือ “สิงโตแห่งเตรังก้า” ยังเจอเจ้าหน้าที่สนามบินตรวจเช็กบนลานจอดเครื่องบิน ก่อนขึ้นไฟลท์จากราลีห์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ไปซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส ทำให้แฟนบอลทัวร์ลงหนัก พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมถึงถูกปฏิบัติราวกับเป็นอาชญากร
ฝั่งแฟนบอลก็เซ็งไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกองเชียร์อิหร่าน หรือ “นักรบเปอร์เซีย” ที่ไม่พอใจอย่างหนัก หลังมีการยืนยันว่าโควตาตั๋วทั้งหมดของพวกเขาถูกเพิกถอนก่อนทัวร์นาเมนต์
“เรากำลังทำงานเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาก เพื่อให้แน่ใจว่าคนที่เหมาะสมจะได้เข้ามาในประเทศของเรา” ทรัมป์ เริ่มกล่าวระหว่างแถลงข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ เมื่อถูกถามถึงความกังวลว่าผู้คนอาจเดินทางมาดูฟุตบอลโลกได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
ด้านจานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า ยอมรับว่าการจัดการเอกสารของผู้มีบัตรรับรองกว่า 300,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากนอกสหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย พร้อมย้ำว่าความปลอดภัยต้องมาก่อน แต่ฟีฟ่ากำลังหาทางออกให้ดีที่สุด
“มันไม่ง่ายเลยเมื่อคุณมีคนที่ได้รับการรับรอง 300,000 คน ส่วนใหญ่มาจากนอกสหรัฐฯ ที่ต้องผ่านกระบวนการและการตรวจสอบ เราอยู่ในโลกที่ค่อนข้างดุดัน และความปลอดภัยต้องมาก่อนทุกอย่าง” อินฟานติโน่ กล่าวบ้าง
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
GiveMeSport