อเมริกาจ่อแตก! บอลโลกจุดไฟยุคใหม่ลูกหนัง
ฟุตบอลโลกที่สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพร่วมกับเม็กซิโกและแคนาดา กำลังถูกมองว่าอาจเป็นจังหวะที่เกมลูกหนังชายเจาะตลาดอเมริกันได้แบบจริงจังเสียที หลังฟุตบอลหญิงปักหลักแข็งแรงมานานแล้ว
ทัวร์นาเมนต์นี้จะเป็นรายการใหญ่รายการที่ 3 ติดต่อกันที่สหรัฐฯ รับหน้าเสื่อต่อจากโคปา อเมริกา 2024 และฟุตบอลสโมสรโลก 2025 ขณะที่ยอดผู้ชมพรีเมียร์ลีกในแดนลุงแซมพุ่งขึ้นต่อเนื่อง โดยสุดสัปดาห์เปิดฤดูกาลล่าสุดทำสถิติคนดูสูงสุด และยอดเฉลี่ย 3 ปีหลังเพิ่มขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังออกมาเติมเชื้อไฟให้กระแสนี้ด้วยมุมมองที่เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย หลังจากเดิมแฟนบอล “พญาอินทรี” มักร้องว่าเกมนี้เรียกว่า “ซอคเกอร์” ในฟุตบอลโลกครั้งก่อน
"เมื่อมองสิ่งที่เกิดขึ้นกับฟุตบอลในสหรัฐฯ...ซอคเกอร์ในสหรัฐฯ...ถ้าคิดดูดีๆ มันไม่ควรถูกเรียกว่าฟุตบอลหรอกหรือ? นี่แหละฟุตบอล เราต้องหาชื่อใหม่ให้เกมของเอ็นเอฟแอลต่างหาก" ทรัมป์ เริ่มกล่าว
กระแสยุโรปบุกตลาดสหรัฐฯ เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ พรีเมียร์ลีกจัดซัมเมอร์ซีรีส์จนเกมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ดึงแฟนเข้าสนาม 82,566 คน ส่วนลิเวอร์พูล, ลีดส์ ยูไนเต็ด และซันเดอร์แลนด์ ก็มีคิวทัวร์ปรีซีซั่นที่นั่น ขณะที่ลาลีกาเคยวางแผนส่งบาร์ซ่าดวลบียาร์เรอัลที่ไมอามี่ในเกมลีกจริง ก่อนต้องพับโปรเจ็กต์เพราะโดนกระแสต้าน
ในประเทศเอง เอ็มแอลเอสมีลิโอเนล เมสซี่เป็นตัวชูโรงกับอินเตอร์ ไมอามี่ แต่ด้วยวัย 38 ปี ฟุตบอลสหรัฐฯ ยังต้องการสตาร์ท้องถิ่นที่ฉายแววขึ้นมาแบกกระแส โดยฤดูกาลที่ผ่านมา มีแข้งอเมริกันในพรีเมียร์ลีกเพียง 4 รายคือ คริส ริชาร์ดส์, ไทเลอร์ อดัมส์, แอนโทนี่ โรบินสัน และเบรนเดน แอรอนสัน
เกร็ก บรอว์ตัน ผู้อำนวยการกีฬาชาวอังกฤษของชิคาโก ไฟร์ เชื่อว่าฟุตบอลโลกหนนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดสหรัฐฯ
"สิ่งที่อเมริกาทำได้คือการจัดโชว์ มันจะดึงคนดูที่นี่ให้เข้ามามีส่วนร่วมจริงๆ และช่วยผลักดันแฟนบอลรุ่นใหม่ในอเมริกา" บรอว์ตัน กล่าวบ้าง
"ผมคิดว่ามันจะเป็นฟุตบอลโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ผมเชื่อแบบนั้นจริงๆ เมื่อเกมเริ่มขึ้นและประเด็นดราม่าถูกวางไว้ข้างสนาม มันจะเปล่งประกายมากๆ" ผู้บริหารชิคาโก ไฟร์ กล่าวเสริม
อีกด้านหนึ่ง อเมริกาไม่ได้แค่รับอิทธิพลจากฟุตบอล แต่กำลังส่งอิทธิพลกลับไปยังเกมลูกหนังโลกด้วย ทั้งรูปแบบโชว์พักครึ่งสไตล์เอ็นเอฟแอลในนัดชิงฟุตบอลโลก การพักดื่มน้ำบังคับทุกเกม รวมถึงเจ้าของสโมสรยุโรปจากสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น โดยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา มีถึง 11 จาก 20 ทีมที่มีเจ้าของใหญ่เป็นชาวอเมริกันหรือบริษัทอเมริกัน
หากฟุตบอลโลกครั้งนี้ปลุกคนอเมริกันให้หันมาซูฮกลูกหนังได้เต็มตัวจริง เกมนี้อาจไม่ได้แค่ “บุก” สหรัฐฯ สำเร็จ แต่ยังอาจเปิดยุคใหม่ที่อเมริกามีบทบาทกำหนดหน้าตาและทิศทางของฟุตบอลโลกมากกว่าที่เคย
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Sky Sports Football