เหลือเชื่อ! 'น้าทู' จากบาร์ฮิปฮอปสู่ฝันแชมป์โลก
ตอน เกล็น ฮ็อดเดิ้ล พาทีมชาติอังกฤษลุยฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส โธมัส ทูเคิ่ล ยังเป็นนักศึกษาที่ทำงานพิเศษในบาร์แห่งหนึ่งที่สตุ๊ตการ์ท แต่เกือบ 30 ปีต่อมา เขากลายเป็นนายใหญ่ “สิงโตคำราม” ที่ถูกฝากความหวังให้พาทีมซิวแชมป์โลก
กุนซือเยอรมันวัย 52 ปี ถูกยกให้เป็นหนึ่งในโค้ชสมองเพชรของวงการ หมกมุ่นกับรายละเอียดและการวิเคราะห์เกม ทว่าเส้นทางของเขาไม่ได้เริ่มจากห้องประชุมแท็กติกสุดหรู แต่เริ่มจากการเก็บแก้ว เสิร์ฟโต๊ะ และชงค็อกเทลในบาร์ที่เป็นแหล่งรวมตัวของสายฮิปฮอปเยอรมันยุคนั้น
ทูเคิ่ลเคยเล่นให้ เอสเอสวี อูล์ม ภายใต้การคุมทีมของ ราล์ฟ รังนิก ก่อนอาการบาดเจ็บกระดูกอ่อนหัวเข่าจะดับฝันการเป็นนักเตะบุนเดสลีกา เขาเจ็บหนักจนแทบขึ้นลงบันไดไม่ไหว และหลังผ่าตัดตอนอายุ 23 ปี สุดท้ายต้องแขวนสตั๊ด พร้อมยอมรับว่าตอนนั้นเงินในบัญชีแทบไม่เหลือ
“ตอนผมรู้ว่าเขาทำงานในบาร์ที่สตุ๊ตการ์ทเพื่อหาเลี้ยงชีพ ผมแทบไม่อยากเชื่อ ผมโทรหาเขาแล้วถามว่า ‘นายทำอะไรอยู่?’ เขาบอกว่า ‘ผมต้องทำงานหาเงิน’ ผมเลยบอกว่า ‘โธมัส ได้โปรด ทำไมไม่มาทำงานกับเราที่สตุ๊ตการ์ท เป็นโค้ชทีมเยาวชนล่ะ?’” รังนิก เริ่มกล่าว
จุดเปลี่ยนมาเมื่อ อูล์ม อดีตต้นสังกัดของเขาเลื่อนชั้นสู่บุนเดสลีกา ทูเคิ่ลได้ยินข่าวระหว่างเข้าเวรที่บาร์และออกอาการหัวเสีย เพราะรู้สึกว่าทีมเก่ากำลังใช้ชีวิตในฝันที่เขาเคยอยากไปให้ถึง ไม่นานหลังจากนั้น เขาโบกมือลางานบาร์ แล้วกลับเข้าสู่ฟุตบอลเต็มตัว
ที่สตุ๊ตการ์ท ทูเคิ่ลเริ่มจากทีมรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ก่อนขยับไปเป็นผู้ช่วยของ ฮันส์-มาร์ติน ไคลท์ช ในชุดยู-19 ซึ่งต่อมามีแข้งอย่าง ซามี่ เคดิร่า และ มาริโอ โกเมซ แจ้งเกิด โดย เคดิร่า ยังอยู่ในทีมที่คว้าแชมป์เยอรมันยู-19 เมื่อปี 2005 ด้วย
ไคลท์ชเคยชื่นชมทูเคิ่ลว่าเป็น “คนที่มีสายตาเหมือนเอ็กซ์เรย์” เพราะแผนการเล่นของเขามักได้ผล ชำแหละคู่แข่งและหาทางแก้เกมได้อย่างเฉียบขาด ตอนนี้แฟนบอลอังกฤษคงหวังว่าสายตาแบบนั้นยังคมพอ หลังโผทีมล่าสุดของเขาทำให้หลายคนเลิกคิ้ว ก่อนภารกิจใหญ่สุดคือพา “สิงโตสามตัว” ทวงแชมป์โลกกลับบ้าน
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
BBC Sport