ฟันธงบอลโลก! 'โด้' ลุ้นปิดตำนานท้าชน 'เมสซี่'
ศึกฟุตบอลโลก 2026 ใกล้เปิดฉากวันที่ 11 มิถุนายน โดยมี 48 ชาติไล่ล่าถ้วยแชมป์โลก ก่อนชิงดำวันที่ 19 กรกฎาคม ที่เมตไลฟ์ สเตเดี้ยม นครนิวยอร์ก และหนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตาคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะพาโปรตุเกสผงาดแชมป์โลกสมัยแรกได้หรือไม่
โรนัลโด้ในวัย 41 ปีถูกมองว่ายังมีโอกาสเขียนบทส่งท้ายระดับเทพ หากพา “ฝอยทอง” ซิวถ้วยใบเดียวที่ยังขาดในเส้นทางทีมชาติ โดยรอบตัวเขามีขุมกำลังแน่นปึ้ก ทั้งบรูโน่ แฟร์นันด์ส, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, ราฟาเอล เลเอา รวมถึงแก๊งเปแอสเชอย่าง ชูเอา เนเวส, นูโน่ เมนเดส, กอนซาโล่ รามอส และวิตินญ่า
โปรตุเกสยังเพิ่งโชว์ของด้วยการคว้าแชมป์เนชั่นส์ ลีก 2025 หลังปราบสเปนในนัดชิง ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าทีมของโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ มีทั้งคุณภาพ ประสบการณ์ และเส้นเรื่องที่พร้อมดัน โรนัลโด้ ไปชนความสำเร็จของลิโอเนล เมสซี่ ที่พา “ฟ้าขาว” เถลิงแชมป์เมื่อปี 2022
ฝรั่งเศสก็ยังถูกมองข้ามไม่ได้ หลังเป็นแชมป์โลกปี 2018 และรองแชมป์ปี 2022 โดยดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ มีแนวรุกจัดจ้านทั้งไมเคิล โอลิเซ่, อุสมาน เดมเบเล่, เดซิเร่ ดูเอ้ และคีเลียน เอ็มบั๊ปเป้ ส่วนแนวรับมีวิลเลี่ยม ซาลิบา กับดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เป็นกำแพงหลัก หาก “ตราไก่” จัดสมดุลทีมลงตัว ก็พร้อมลุ้นถึงแชมป์
สเปนในฐานะแชมป์ยุโรปและทีมอันดับ 2 ของโลกตามแรงกิ้งฟีฟ่า ถูกยกเป็นอีกเต็งสำคัญ “กระทิงดุ” มีทั้งดาวเตะจากอาร์เซน่อลและบาร์เซโลน่า รวมถึงไอ้หนู ลามีน ยามาล วัย 18 ปี ที่ถูกจับตาว่าอาจเป็นดาวรุ่งแห่งทัวร์นาเมนต์ แต่โจทย์ใหญ่คือการล้างอาถรรพ์ หลังไม่เคยผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกนับตั้งแต่แชมป์ปี 2010
อังกฤษภายใต้โธมัส ทูเคิ่ลก็ถูกฟันธงว่ามีลุ้นจริงจัง เพราะ “สิงโตคำราม” มีทีมที่ถูกเลือกมาให้เหมาะกับสภาพการแข่งขัน พร้อมแฮร์รี่ เคน ที่กดไป 61 ประตูในฤดูกาลนี้ และกำลังพกความมั่นใจจากบาเยิร์น มิวนิคเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์
ส่วนบราซิลยุคคาร์โล อันเชล็อตติถูกมองเป็นม้ามืดแบบแปลกหู แม้ “แซมบ้า” จะครองแชมป์โลกมากสุดในประวัติศาสตร์ โดยทีมชุดนี้อาจไม่ได้หวือหวาแบบยุคโยกย้ายส่ายสะโพก แต่มีคาเซมิโร่ประคองแดนกลาง กาเบรียลกับมาร์กินญอสคุมหลังบ้าน และแนวรุกอย่างวินิซิอุสกับราฟินญ่าพร้อมฝากแผลคู่แข่ง
นอกเหนือจากตัวเต็ง ยังมีชื่อเอกวาดอร์ที่ถูกยกให้เป็นทีมอันตรายในรอบน็อกเอาต์ ด้วยเกมรับแข็งแกร่ง เสียเพียง 8 ประตูจาก 16 นัดคัดบอลโลกหลังสุด และเคยหยุดทั้งบราซิลกับอาร์เจนตินาแบบไม่เสียประตูมาแล้ว
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Sky Sports Football