น้าทูงานเข้า! 'สิงโต' พึ่งเคนหนักเกิน
โธมัส ทูเคิ่ล อาจไม่ได้กังวลจนเกินเหตุ แต่โจทย์ใหญ่ของทีมชาติอังกฤษเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ “สิงโตคำราม” ถูกตั้งคำถามว่าพึ่งพาประตูของ แฮร์รี่ เคน มากเกินไปหรือไม่ ก่อนเดินหน้าสู่เป้าหมายใหญ่ในฟุตบอลโลก 2026
อังกฤษเพิ่งอุ่นเครื่องชนะนิวซีแลนด์ที่แทมปา โดยได้ประตูชัยจากลูกโหม่งสุดฉลาดของ เคน ซึ่งยังอยู่ในฟอร์มร้อนแรง หลังซัดไป 61 ประตูรวมทุกรายการให้ บาเยิร์น มิวนิค ในฤดูกาลนี้ และอาจมีลุ้นถึงบัลลงดอร์ หากพาทีมชาติคว้าแชมป์เมเจอร์แรกนับตั้งแต่ปี 1966
อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือถ้าวันหนึ่ง เคน ถูกจับตาย หรือเกิดเจ็บขึ้นมา อังกฤษจะเหลือใครเป็นคนตัดสินเกม แนวรุกสำรองอย่าง โอลลี่ วัตกินส์ และ ไอแวน โทนี่ย์ มีคุณภาพ แต่ยังไม่ใช่ระดับเดียวกับกัปตันทีม โดยทั้งคู่ต่างใช้โอกาสในเกมกับนิวซีแลนด์ได้ไม่คมพอ
ประเด็นจึงไปตกที่ตัวริมเส้นและเบอร์ 10 รอบตัว เคน มากกว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงให้ทีมชาติไป 18 ประตูจาก 71 นัด แต่ยังดูขาดความมั่นใจ ส่วน บูกาโย่ ซาก้า มีสถิติ 14 ประตูจาก 48 นัด ขณะที่ แอนโธนี่ กอร์ดอน, โนนี่ มาดูเอเก้, จู๊ด เบลลิ่งแฮม, เอเบเรชี่ เอเซ่ และ มอร์แกน โรเจอร์ส ยังต้องยกระดับการจบสกอร์ให้มากกว่านี้
"ตัวเลขล้วนๆ ของผู้เล่นริมเส้นและตำแหน่งอื่นๆ ยังไม่ใช่ตัวเลขที่โดดเด่นอย่างที่เราคาดหวัง" ทูเคิ่ล เริ่มกล่าวไว้เมื่อเดือนมีนาคม
เกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายกับคอสตาริกาจึงเป็นโอกาสสำคัญให้คนรอบตัว เคน ได้เรียกความมั่นใจ โดยเฉพาะ เบลลิ่งแฮม ที่ยังไม่กดประตูภายใต้ยุคของ ทูเคิ่ล และการประสานงานกับดาวยิงกัปตันทีมก็ยังไม่เข้าที่ ทั้งคู่เล่นร่วมกันมา 4 นัดในยุคกุนซือเยอรมัน และโดยรวมในสีเสื้ออังกฤษ เคยมีส่วนร่วมกันแค่ 1 ประตูจาก 38 เกม
ทูเคิ่ลต้องการแนวรุกที่สร้างความแตกต่างได้มากกว่าแค่รอให้ เคน โขกตุงหรือซัดปิดงาน และแม้จะมีเสียงถกเถียงเรื่องแผนมากมาย คนที่ดูเหมาะสุดในการก้าวขึ้นมาแบกโจทย์นี้ ยังหนีไม่พ้น เบลลิ่งแฮม
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
The Guardian Sport