ผีกับ โรเมโร่ : บทเรียนราคาแพง และเหตุผลที่เราไม่ควร "รีบ" ปิดจ๊อบ
[Opinion] แมนฯ ยูไนเต็ด กับ คริสเตียน โรเมโร่: บทเรียนราคาแพง และเหตุผลที่เราไม่ควร "รีบ" ปิดจ๊อบ
โดย Marcustino (
https://shorturl.asia/bAKm9)
กลายเป็นกระแสร้อนแรงทันทีเมื่อ Gastón Edul สายข่าวระดับ Tier 1 ฝั่งอาร์เจนตินาของ TyC Sports ออกมารายงานสั้นๆ ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังให้ความสนใจและเตรียมยื่นข้อเสนอเพื่อคว้าตัว คริสเตียน โรเมโร่ ปราการหลังดีกรีแชมป์โลกของสเปอร์สไปร่วมทีม
มองแว่บแรก แฟนบอลหลายคนอาจจะตื่นเต้น เพราะนี่คือกองหลังระดับโลก ดุดัน และมีคาแรคเตอร์ผู้ชนะอย่างเต็มเปี่ยม
แต่ถ้าเราลองถอยออกมาหนึ่งก้าว ตัดความโรแมนติกที่ฉาบฉวยออกไป แล้วมองดู "ความจริง" ของสโมสรในตอนนี้...
คำถามสำคัญคือ นี่คือสิ่งที่เราต้องการในเวลานี้จริงๆ เหรอ? หรือเรากำลังจะเดินกลับเข้าสู่ "วงจรอุบาทว์ของการซื้อขาย" แบบเดิมๆ อีกครั้ง
1. ทางแยกที่เคยเลือกผิด และการเทเงินซ้ำซาก
หากยังจำกันได้ ย้อนกลับไปในวันที่เรากำลังต้องการเซนเตอร์แบ็ก ชื่อของดาวรุ่งพุ่งแรงที่มีโปรไฟล์การสเกาต์ที่ยอดเยี่ยมอย่าง คริสเตียน โรเมโร่ (สมัยอยู่ อตาลันต้า) หรือ กาเบรียล มากัลเญส (สมัยอยู่ ลีลล์) เคยอยู่ในเรดาร์ของทีมอย่างชัดเจน
พวกเขาคือตัวแทนของความสดใหม่ ความกระหาย และพร้อมจะเติบโตไปกับสโมสร
แต่สิ่งที่สโมสรเลือกในตอนนั้น คือการคว้าบิ๊กเนมโปรไฟล์หรูหราอย่าง ราฟาแอล วาราน และต่อด้วย คาเซมิโร่ มาร่วมทีม
สิ่งที่ตามมาคือความเสียหายทางเศรษฐศาสตร์ สโมสรต้องแบกรับค่าเหนื่อยมหาศาลระดับ 300,000+ ปอนด์ต่อสัปดาห์ สวนทางกับสภาพร่างกายที่เริ่มโรยราและมีอาการบาดเจ็บสะสม
สินทรัพย์เหล่านี้มี "มูลค่าทางการค้าเป็นศูนย์" ราคาตกทันทีตั้งแต่วันแรก ขายต่อไม่ได้ราคา
และเมื่อพวกเขาหมดสภาพ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ "เอฟเฟกต์โดมิโน่" ที่เราต้องวนลูปกลับมาเทเงินก้อนโตซ้ำในตำแหน่งเดิม แทนที่จะเอาเงินไปอุดรอยรั่วในจุดอื่น ทีมกลับต้องมานั่งล้างรอยแผลเดิมไม่จบไม่สิ้น
และในวันนี้เราก็กลับมามีข่าวกับ โรเมโร่ อีกครั้งในราคาที่แพงกว่าเดิม
2. โมเดล "อาร์เซนอล" : สร้างรากฐานให้แน่น ก่อนส่งตัวท็อปไปปิดจ๊อบ
ถ้าอยากเห็นภาพชัดๆ ว่าทีมที่เขาขับเคลื่อนด้วยระบบและโครงสร้างฟุตบอลที่ถูกต้องเขาทำกันอย่างไร ให้ลองดู อาร์เซนอล เป็นตัวอย่าง
อาร์เซนอลไม่ได้สร้างทีมด้วยการไปกว้านซื้อซูเปอร์สตาร์ค่าเหนื่อยแพงระยับมาแก้ผ้าเอาหน้ารอด
แต่พวกเขาเลือกทางสาย Scouting & Project มุ่งเน้นไปที่นักเตะ "อายุกำลังดี" (ช่วงอายุ 21-24 ปี) อย่าง กาเบรียล มากัลเญส, เบน ไวท์, มาร์ติน โอเดการ์ด หรือ วิลเลียม ซาลิบา
นักเตะเหล่านี้เข้ามาด้วยเพดานค่าเหนื่อยที่สมเหตุสมผล มีความกระหาย และที่สำคัญคือ "พวกเขาร่วมเติบโตและบ่มเพาะกระดูกบอลมาพร้อมๆ กัน"
จนกระทั่งระบบทีมลงตัว โครงสร้างแน่นปึ้กถึง 80-90% และพร้อมที่จะยกระดับไปล่าแชมป์เต็มตัว
เมื่อถึงเวลานั้นแหละ อาร์เซนอลถึงค่อยทำดีล "ปิดจ๊อบ" ด้วยการทุ่มเงินสถิติสโมสรคว้า ดีแคลน ไรซ์ มาร่วมทีม
ซึ่งมันปังทันทีเพราะ ไรซ์ ย้ายเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นท้ายๆในบ้านที่สร้างฐานรากไว้แข็งแกร่งอยู่แล้ว ไม่ใช่ย้ายมาแบกทีมเพียงลำพัง
3. ดีล "ปิดจ๊อบ" ในวันที่บ้านยังสร้างเสร็จแค่เสาเข็ม?
กลับมามองที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน องค์ประกอบทีมของเรายังห่างไกลคำว่าสมบูรณ์
แผงมิดฟิลด์ยังต้องเซ็ตระบบใหม่ แบ็กขวา-ซ้ายยังคงมีเครื่องหมายคำถาม กองหน้ายังต้องการเวลาพัฒน
การไปทุ่มเงินมหาศาลกับนักเตะสำเร็จรูปในวัยย่าง 28 ปีอย่าง โรเมโร่ ในตอนนี้ มันแทบไม่ต่างอะไรกับการเอาหลังคาหรูๆ ราคาแพงมามุงบนบ้านที่เสาเข็มยังสร้างไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ
จริงอยู่ว่าฟุตบอลยุคนี้ใครๆ ก็อยากได้ความสำเร็จแบบฟาสต์ฟู้ด ใครที่คิดว่ารอไม่ได้และอยากจะลองเสี่ยง "ทุ่มเงินเพื่อซื้อความสำเร็จระยะสั้น" ในเคสนี้ดู... ก็แล้วแต่ครับ มันไม่มีถูกผิด
แต่มันจะดีกว่าไหม ถ้าเราจะหันไปหาดีลนักเตะอายุน้อยที่โปรไฟล์ดี กระจายความเสี่ยง และเหลือเงินทุนไปอุดตำแหน่งอื่นให้ทีมมันสมดุลก่อน
บทสรุป: ส่วนตัวผม... ยังรอได้
สำหรับตัวผู้เขียนเอง ผมยังรอได้อีก 1-2 ปี เพื่อให้องค์ประกอบทีมมันสมบูรณ์กว่านี้ ผมอยากเห็นบอร์ดบริหารชุดใหม่สร้างทีมด้วยรากฐานที่ยั่งยืน วางระบบให้แน่น ปรับเพดานค่าเหนื่อยให้ฉลาด
และเมื่อถึงวันที่ทีมของเรานิ่งและพร้อมเหมือนอาร์เซนอลในวันนั้น วันนั้นแหละ... ค่อยทุ่มเงินระดับ 100 ล้านไปดึงตัวท็อปมา "ปิดกล่อง" เพื่อล่าแชมป์ก็ยังไม่สาย
ดีล คริสเตียน โรเมโร่ ในนาทีนี้... มันอาจจะเป็นดีลที่ดี แต่มันยัง "ไม่ใช่เวลาที่ใช่" สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครับ