ดาวซัลโวโอลิมปิก
Status:

: 0 ใบ

: 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Apr 2017
ตอบ: 9582
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Jun 08, 2026 21:05
[RE: [MU] แมนยูได้เริ่มเจรจากับเวสต์แฮม ดีล Mateus Fernandes]
เมื่อพิจารณาจากที่แมนยูกำหนดกลางสามคนไว้เป็น Tier1 (แอนเดอสัน/โตนาลี่/ชูอาเมนี่) Tier2 (เอแดร์ซอน/มาเตอุส/สก๊อต/บาเลบา) และ Tier3 (ดาวรุ่งจากทีมแชมเปี้ยนชิพ) เรื่องนี้มันมองได้สองมุม
1. คว้ากลางมาให้ได้ก่อน 2 ตัว โดยเว้นตัวท็อปสุดไว้ เพื่อเวลาไปดีลตัวท็อปสุดนั้นจะได้ไม่ต้องร้อนรนให้เค้าขูดรีด เพราะงัยก็มีกลางที่เป็น Tier 2 ในมือถึงสองตัวแล้ว (เพราะดันได้ Tier2 อย่างเอแดร์ซอนในราคาเกือบจะ Tier 3)
หรือ
2. รีบเดินดีลตัว Tier 1 ให้จบเป็นลำดับสองต่อจากเอแดร์ซอน เพื่อที่...
2.1 เป็นจังหวะที่ทีมอื่นที่เล็งนักเตะไว้เหมือนกันไม่ทันตั้งตัว (แบบยังไม่ตัดสินใจเด็ดขาดว่าพร้อมทุ่มหลักเกือบ 100 ล้านกับคนนี้แน่แล้ว) ข้าจะไม่ร่วมโดดในสงครามราคาเพราะยังมีช้อยส์อื่นให้พิจารณาอยู่เต็มตลาด
2.2 เพื่อรีบเป็นฝ่ายเซ็ตบรรทัดฐานของราคาด้วยตัวเอง เพราะหากช้ากว่าการที่ซิตี้คว้าแอนเดอสัน จะโดนเอามาอ้างละโก่งสุดใจ เช่น หากดีลตอนนี้อย่างมากอาจพุ่งไป 100 ถ้วน แต่เกิดแอนเดอสันย้ายไปซิตี้จบ 120 ลป. นิวก็จะได้เอาเลข 120 มาอ้างอิงเป็นบรรทัดฐานทันที
2.3 เพื่อเป็นแต้มโคตรต่อสำหรับดีลที่สามอย่างมาเตอุส แบบถึงแมนยูไม่ได้ซื้อก็ไม่เป็นรัยเลย แต่ถ้าเวสแฮมไม่ขาย เวสแฮมก็เดือดร้อนจัดไปเอง
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ส่วนตัวแอบรู้สึกว่าข้อสองข้อดีเยอะกว่าเยอะเลย แต่ถ้าแมนยูเลือกช้อยส์ 1 มีโอกาสว่าแมนยูไม่ได้มุ่งมั่นจะเอากลางตัวท็อปสุดจริงๆ จังๆ หากต้องจ่ายระดับ 90-100 ลป. อาจมองว่า ไมนู + เอแดร์ซอน + มาเตอุส + ตัว Tier 2 อีกตัวอย่างบาเลบา หรือเก็บอูร์กาเต้ไว้เป็นสำรองลำดับสุดท้าย หรือถอยเมาท์มาบางเกม หรือไม่ก็ไปสอยตัว Tier 3 ที่เป็นตัวช้อยส์เด็กดาวรุ่งเลย
แก้ไขล่าสุดโดย Vincent Sephiroth เมื่อ Mon Jun 08, 2026 21:07, ทั้งหมด 1 ครั้ง