บอลโลก 2026 ร้อนเดือดขู่เผาแข้ง
ฟุตบอลโลก 2026 อาจไม่ได้วัดกันแค่แท็กติกหรือขุมกำลัง เมื่อทีมนักวิจัยเตือนว่า 14 จาก 16 สนามของทัวร์นาเมนต์มีโอกาสเจออุณหภูมิระดับอันตราย รวมถึงฐานเก็บตัวของทีมชาติอังกฤษที่แคนซัส ซิตี้ด้วย
ระดับที่ถูกมองว่าเสี่ยงคือ 28 องศาเซลเซียส ขณะที่ 4 สนามอาจพุ่งถึง 32 องศาในช่วงบ่ายร้อนจัด และบางพื้นที่ทางตอนใต้ของสหรัฐฯ กับตอนเหนือของเม็กซิโกอาจทะลุ 40 องศา ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ระดับโลกส่งจดหมายเปิดผนึกถึงฟีฟ่า โดยมองว่ามาตรการด้านความปลอดภัยจากความร้อนยัง “ไม่เพียงพอ”
ฟีฟ่าวางแผนรับมือไว้หลายทาง ทั้งเลื่อนเวลาเตะไปช่วงอากาศลดลง, ใช้สนามมีหลังคา, พักดื่มน้ำ และระบบทำความเย็นในสนาม แต่ปัญหาคือมีเพียงดัลลัส, ฮิวสตัน และแอตแลนต้า ที่มีระบบทำความเย็นจริงจัง ยิ่งภาพคลื่นความร้อนในศึกชิงแชมป์สโมสรโลก 2025 ยิ่งทำให้หลายฝ่ายเริ่มหวั่นว่ารายการนี้อาจเดือดกว่าที่คิด
การทดสอบในห้องควบคุมสภาพอากาศของมหาวิทยาลัยโรแฮมป์ตันจำลองสภาพที่แวนคูเวอร์และไมอามี่ ซึ่งเป็นเมืองร้อนสุดที่ “สิงโตคำราม” และ “สก๊อต” จะลงเล่น พบว่า โรมัน เคมป์ วิ่งบนลู่วิ่งแบบหยุด-ออกตัวคล้ายเกมฟุตบอล 24 นาทีแล้วอุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้น 1.1 องศาในสภาพแบบแวนคูเวอร์ และเพิ่ม 1.22 องศาในสภาพแบบไมอามี่
"ร้อนเหมือนอยู่ในซาวน่า คุณพอจะชินได้ แต่มันร้อนจริง ๆ ความแตกต่างมันมหาศาล น่าสนใจมากว่าแท็กติกของเกมจะเปลี่ยนไปแค่ไหน" เคมป์ เริ่มกล่าว
ดร.คริส ไทเลอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาสิ่งแวดล้อม อธิบายว่า อัตราการเต้นหัวใจสูงขึ้นเพราะเลือดถูกส่งไปที่ผิวหนังมากขึ้น นักเตะจึงต้องใช้ช่วงพักดื่มน้ำเพื่อเติมของเหลวและลดอุณหภูมิผิวให้เร็วที่สุด เช่น เสื้อกั๊กน้ำแข็งหรือปลอกคอเย็น ขณะที่งานวิจัยยังชี้ว่าความร้อนทำให้นักเตะวิ่งน้อยลง, ความเข้มข้นตก และอาจกระทบการตัดสินใจในสนาม
ฝั่งทีมชาติอังกฤษเตรียมแผนรับมือมาเกิน 12 เดือนแล้ว โดยสมาคมฟุตบอลอังกฤษสร้างห้องความร้อนเฉพาะทาง ให้นักเตะกลืนเม็ดวัดชีวภาพเพื่อติดตามอุณหภูมิภายในร่างกายและข้อมูลสำคัญระหว่างออกกำลัง ก่อนจัดอันดับการฟื้นตัวของแต่ละคน
"สภาพอากาศไม่ใช่ศัตรูใหญ่ที่สุดของเรา แต่มันไม่ใช่ข้อได้เปรียบ หลังจากฤดูกาลที่ยาวนานและหนักมากของนักเตะ เราไม่คุ้นกับความร้อน ความชื้น หรือแม้แต่ความสูงถ้าต้องเล่นในเม็กซิโก แต่เรารู้ปฏิกิริยาของนักเตะแต่ละคนต่อความร้อน และมีแผนทำความเย็นไว้แล้ว" โธมัส ทูเคิล กล่าว
ฟีฟ่ายืนยันว่าจะมีพักดื่มน้ำ 3 นาทีในนาทีที่ 22 และ 67 ทุกเกม พร้อมม้านั่งควบคุมอากาศสำหรับทีมงานและตัวสำรอง รวมถึงอนุญาตให้แฟนนำขวดน้ำปิดผนึกจากโรงงานเข้าสนามได้ อย่างไรก็ดี อย่างน้อย 5 นัดคาดว่าจะเตะในระดับดัชนีความร้อน WBGT 28 องศา ซึ่ง FIFPRO มองว่าไม่ปลอดภัย แม้กฎฟีฟ่าจะพิจารณาเลื่อนเกมเมื่อเกิน 32 องศาเท่านั้น
งานวิจัยล่าสุดยังชี้ว่าอังกฤษอาจได้เปรียบแบบซ่อน ๆ เพราะหลีกเลี่ยงเกมที่เจอสภาพร้อนและพื้นที่สูงหนักสุด ขณะที่ฝรั่งเศส, อุรุกวัย และเช็ก มีแนวโน้มเจอภาระสภาพแวดล้อมหนักกว่า งานนี้บอลโลกอาจไม่ได้ตัดสินกันแค่ใครเก่งกว่า แต่ใครทนร้อนกว่าและปรับตัวได้ไวกว่า
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Sky Sports Football