[RE: รีวิว ความแต่งต่างของมารยาทบนถนนที่ ญี่ปุ่น vs ที่ไทย(กรุงเทพ)]
อันนี้โดยส่วนตัวที่เคยเจอมา เรากับญี่ปุ่นมีความต่างกันตรงวัฒนธรรม Empathy (ความเข้าอกเข้าใจ/ใจเขาใจเรา) ที่มองกันคนละมุม
นอกเหนือจากกฏหมายและการบังคับใช้ที่เข้มงวด วัฒนธรรมของญี่ปุ่น(ส่วนใหญ่)คือจะไม่ทำในสิ่งที่เมื่อตัวเองถูกทำแล้วไม่ชอบ
(ทุกอย่างเลยนะ เช่น เราไม่ชอบโดนขโมยของ ไม่ชอบโดนแซงคิว ไม่ชอบให้ใครมาทำบ้านเราสกปรก ไม่ชอบใครมาเอาเปรียบ)
พฤติกรรมเลยออกมาในรูปแบบความเป็นระเบียบ และความเกรงใจคนรอบข้าง ยกตัวอย่างชัดที่สุดคือการเข้าคิว ไม่ว่าจะคน หรือรถ
ผมเคยเจอแถวต่อคิวเครื่องกดน้ำ(แบบที่หิ้วแกลลอนมากดน้ำเปล่า) เจอคนนึงแบกมา 3-4 แกลลอนใหญ่พะรุงพะรังมาเข้าแถว
วิธีที่เค้าทำคือพอกดเต็ม 1 แกลลอนเค้าออกจากแถวแล้วไปต่อใหม่ (แถวยาวหลายคนอยู่) วนซ้ำไปเรื่อยๆทีละแกลลอนจนครบ
พื้นฐานคือเราเองก็ไม่ชอบต่อคิวนาน ไม่ชอบโดนเอาเปรียบ (กดทีนึงจนคุ้ม คนอื่นก็รอไปเหอะ) งั้นเราก็อย่าทำพฤติกรรมนี้ให้เค้าด่า
เมื่อต่างคนต่างคิดแบบนี้ มันก็เลยไม่มีหรอกพวกมักง่าย เอาสบาย เวลาขับรถติดแยกรอเลี้ยว แล้วเปิดเลนใหม่รอแทรกตอนเค้าเลี้ยว
ง่ายๆคือ Emphathy ของเค้าคือเอาคนถูกกระทำเป็นศูนย์กลาง คนโดนเอาเปรียบไม่มีใครชอบ ใจเขาใจเรา เราก็เลยไม่ทำสิ่งที่ไม่ชอบ
ส่วนของไทย เหมือนเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง (ส่วนใหญ่ ไม่ได้เหมารวม) แทนที่จะมองว่าคนโดนไม่ชอบอะไร กลับใช้ตัวเองเนี่ยแหละ
คิดเองว่าเอาน่ะ แค่นิดๆหน่อยๆเอง คนโดนแทรก,โดนแซงเค้าต้องมี Empathy เข้าใจเราว่าเราเดือดร้อน เรารีบ มีน้ำใจให้เราอยู่แล้ว
พอเวลาเจอคนจริง เจอคนไม่ยอม ด่าเข้าให้..มันก็เลยมีประโยควิเศษ "ทำไมแค่นี้ ไม่มีน้ำใจ (คนไทยรึป้าววว)" ให้เห็นกันเป็นประจำ
เมื่อมันสะสมนานๆเข้า แล้วไม่มีใครมาจัดการ ไม่มีตำรวจ,กล้อง ไม่มีใบสั่ง ทำแล้วไม่มีใครโดนลงโทษ (นานๆถึงจะเจอคนจริงซักที)
แทนที่จะกลัวคนอื่นไม่พอใจที่โดนเอาเปรียบ กลายเป็นว่าเราเองกลัวโดนเอาเปรียบซะเอง มันทำได้ เราก็แทรกบ้างวะ เดี๋ยวเสียเปรียบ
มันก็เลยเละเทะ อีรุงตุงนัง แบบที่เห็น
ปล.ย้ำอีกทีว่าส่วนใหญ่ ตามที่เคยเจอมานะ (ไม่เหมารวม) เดี๋ยวจะโดนข้อหาเลียไข่ยุ่น ชังชาติ บลาๆๆๆอีก