เมสซี่ร่างสุดท้าย-เดินน้อยแต่เห็นก่อนใคร!
หากอาร์เจนติน่าจะป้องกันแชมป์โลกให้ได้เป็นชาติแรกนับตั้งแต่ปี 1962 แทบไม่ต้องเดาว่า ลิโอเนล เมสซี่ จะยังเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง แม้วันนี้เขาอายุ 38 ปี และกำลังเตรียมลุยฟุตบอลโลกสมัยที่ 6 เทียบสถิติร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ กีเยร์โม่ โอชัว
เส้นทางของเมสซี่ไม่ใช่แค่การโรยราตามวัย แต่คือการเปลี่ยนตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากไอ้หนูริมเส้นของบาร์เซโลน่า ที่เคยลากเลื้อยจากฝั่งขวา ตัดเข้าในแล้วเล่นงานแนวรับ กลายเป็นตัวคุมเกมที่คู่แข่งยังไล่จับไม่ทัน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในยุคเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อเมสซี่ถูกขยับจากปีกขวาเข้ามาเล่นบท “ฟอลส์ไนน์” เกมลาลีกาที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว เมื่อ 2 พฤษภาคม 2009 จบด้วยการที่ “เจ้าบุญทุ่ม” บุกถล่มเรอัล มาดริด 6-2 และแท็กติกนั้นแทบเขียนแผนที่ฟุตบอลยุโรปใหม่
หลังจากนั้น เมสซี่กลายเป็นตัวปัญหาไร้คำตอบ ระหว่างปี 2011-2013 เขากดไป 96 ประตูจาก 69 นัดในลาลีกา พร้อมโกยบัลลงดอร์แบบต่อเนื่อง ก่อนสะสมได้ทั้งหมด 8 สมัย ตั้งแต่ครั้งแรกตอนอายุ 22 จนครั้งล่าสุดในวัย 36 ปี
"เมื่อก่อนผมไม่ค่อยสนใจแท็กติกมากนัก แต่กับกวาร์ดิโอล่า ผมได้เรียนรู้อย่างมหาศาล ผมเริ่มเข้าใจพื้นที่ การครองบอล และวิธีที่เกมฟุตบอลทำงานจริงๆ" เมสซี่ เริ่มกล่าวกับ ฮวน ปาโบล วาร์สกี้ เมื่อปี 2024
เมื่อชาบีอำลาบาร์เซโลน่าในปี 2015 และอันเดรส อิเนียสต้าออกจากทีมอีก 3 ปีต่อมา เมสซี่ต้องแบกทีมหนักขึ้น เขาไม่ได้เป็นแค่คนจบสกอร์ แต่ถอยลงมาปั้นเกม จัดจังหวะ และทำให้เพื่อนเล่นง่ายขึ้น ฤดูกาล 2019-20 เขาทำ 25 ประตู กับ 22 แอสซิสต์ในลาลีกา
กับทีมชาติอาร์เจนติน่า เส้นทางก็เต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งแพ้นัดชิงฟุตบอลโลก 2014 และโคปา อเมริกา 2015, 2016 ก่อนปลดล็อกด้วยแชมป์โคปา อเมริกา 2021 ที่มาราคาน่า แล้วตามด้วยฟุตบอลโลก 2022 ที่ “ฟ้าขาว” เถลิงแชมป์อย่างยิ่งใหญ่
วันนี้ในสีเสื้ออินเตอร์ ไมอามี่ และช่วงโคปา อเมริกา 2024 เมสซี่อาจเดินมากกว่าวิ่ง แต่ไม่ใช่เพราะหมดสภาพ เขาอ่านเกม เก็บแรง และเลือกจังหวะเชือดให้แม่นกว่าเดิม
"เมสซี่เวอร์ชันสุดท้าย มักเป็นเมสซี่เวอร์ชันที่ดีที่สุดเสมอ" ปาโบล ไอมาร์ เคยกล่าวไว้ และดูเหมือนคำพูดนั้นยังไม่เก่าเลย
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
BBC Sport