เปิดโผโคตรโหด! วินนี่ชี้ 5 แข้งที่ยังต้องเกรง
วินนี่ โจนส์ หนึ่งในสัญลักษณ์สายบู๊ของลูกหนังอังกฤษ เคยเปิดชื่อ 5 คู่แข่งที่เขายอมรับว่าโหดที่สุดเท่าที่เคยดวลมา แม้เจ้าตัวจะขึ้นชื่อเรื่องเกมหนัก ชนจริง และพร้อมทำทุกอย่างเพื่อปั่นหัวคู่แข่งในสนาม
ภาพจำระดับตำนานของอดีตกองกลางวิมเบิลดัน คือจังหวะปะทะกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เมื่อเขาเล่นงานพอล แกสคอยน์แบบถึงเนื้อถึงตัว จนกลายเป็นรูปดังที่สะท้อนสไตล์ของ “แก๊งบ้า” วิมเบิลดัน ได้ชัดเจน แต่ในยุคนั้น โจนส์ไม่ใช่คนเดียวที่ทำให้คู่แข่งต้องระวังตัวทุกวินาที
คนแรกที่ถูกยกชื่อคือ ไบรอัน ร็อบสัน กัปตันจอมแกร่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งรอย คีน เคยซูฮกว่าเป็นผู้นำตัวจริง แข็งแกร่ง และกล้าหาญสุดๆ ร็อบสันถึงขั้นลงเล่นฟุตบอลโลก 1982 ทั้งที่ไหล่หลุด และเพื่อนร่วมทีมมักบอกว่าเวลาเขาเข้าบอล 50/50 มันแทบจะกลายเป็น 80/20 ฝั่งเขาเสมอ
รายต่อมาคือ สตีฟ แม็คมาฮอน ห้องเครื่องลิเวอร์พูลยุคปลายทศวรรษ 80 ที่ช่วย “หงส์แดง” กวาด 3 แชมป์ลีก และ 2 เอฟเอคัพ พร้อมความดุดันเต็มกระเป๋า เขาเคยฝากแผลให้โจนส์ที่เวมบลีย์ด้วยศอกใส่แก้ม ก่อนมาเอาคืนเต็มๆ ที่แอนฟิลด์เมื่อการเข้าบอลแบบเปิดปุ่มทำให้เท้าโจนส์ต้องเย็บ 8 เข็ม
เทอร์รี่ เฮอร์ล็อค ก็ไม่พลาดติดโผ หลังโดนไล่ออก 13 ครั้ง และรับใบเหลืองเกิน 100 ใบตลอดอาชีพ ดาวเตะรายนี้ถูกมองว่าเหมือนบอดี้การ์ดไนต์คลับมากกว่านักฟุตบอล แถมสายตาของเขาอย่างเดียวก็ทำคู่แข่งเสียสมาธิได้แล้ว
แน่นอนว่า รอย คีน ต้องมีชื่ออยู่ในลิสต์นี้ อดีตกัปตัน “ปีศาจแดง” ไม่ได้มีแค่ฝีเท้าระดับท็อป แต่ยังมีลูกหนักที่ทำให้ทั้งเพื่อนร่วมทีมและคู่แข่งต้องยำเกรง โดยเฉพาะจังหวะใส่อัลฟ์-อิงเก้ ฮาลันด์ ที่ถูกพูดถึงว่าเป็นหนึ่งในการเข้าสกัดที่โหดสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก
คนสุดท้ายคือ คาร์ลตัน พาลเมอร์ ซึ่งอาจไม่ใช่สายโหดแบบเฮอร์ล็อคหรือคีน แต่โจนส์มองว่าเขาใหญ่ แข็งแรง และวิ่งเร็วเสียจนตามไม่ทัน
"ยุคของผมมีนักเตะดีๆ เยอะมาก คุณรู้เลยว่าทุกเกมต้องเจอศึกหนัก ถ้าให้เลือกคนที่โหดที่สุด ผมจะเลือกไบรอัน ร็อบสัน, สตีฟ แม็คมาฮอน, เทอร์รี่ เฮอร์ล็อค, รอย คีน และคาร์ลตัน พาลเมอร์ ทำไมต้องคาร์ลตันน่ะเหรอ? เขาตัวใหญ่มาก เขาวิ่งหนีคุณไปแล้วคุณไม่มีทางตามทัน!" โจนส์ เริ่มกล่าว
ที่น่าสนใจคือชื่อของ ดันแคน เฟอร์กูสัน กลับหลุดโผ ทั้งที่หลายคนคาดว่าน่าจะติดแน่ๆ งานนี้ทำเอาแฟนบอลสายฮาร์ดแมนมีเรื่องให้เถียงกันต่อยาวๆ
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
GiveMeSport