ภารกิจไวกิ้ง! 'ฮาแลนด์' แบกนอร์เวย์คืนบอลโลก
ครั้งสุดท้ายที่นอร์เวย์ได้เล่นฟุตบอลโลก เออร์ลิง ฮาแลนด์ ยังไม่ลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ดาวยิงวัย 25 ปีช่วยพา “ไวกิ้ง” คว้าตั๋วกลับสู่เวทีใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 หลังระเบิดฟอร์มกดไป 16 ประตูจาก 8 นัดในรอบคัดเลือก
ฮาแลนด์เกิดที่เมืองลีดส์ เมื่อปี 2000 ตอนที่ อัลฟ์-อิงเก้ ฮาแลนด์ ผู้เป็นพ่อค้าแข้งอยู่ในอังกฤษ ทำให้เขามีสิทธิ์เลือกเล่นให้ “สิงโตคำราม” ได้เช่นกัน แต่ครอบครัวย้ายกลับไปยังเมืองไบรน์ในนอร์เวย์ตอนเขาอายุ 3 ขวบ และสายเลือดบ้านเกิดก็ชัดเจนเกินกว่าจะเปลี่ยนใจ
“กับนักเตะแบบเขา พวกเขาค่อนข้างชัดเจนว่าอยากเล่นให้ที่ไหน เขารู้สึกผูกพันกับประเทศที่เขาเล่นให้ตอนนี้ และเราก็ต้องเคารพเรื่องนั้นเสมอ” แกเร็ธ เซาธ์เกต เริ่มกล่าวเมื่อถูกถามถึงโอกาสที่ฮาแลนด์จะเล่นให้อังกฤษ
เส้นทางของหัวหอกรายนี้ถูกปั้นมาตั้งแต่ทีมเยาวชนของไบรน์ ก่อนย้ายไปโมลด์ในปี 2017 ภายใต้การดูแลของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จากนั้นชื่อของเขาเริ่มฉายแววกับเรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ต่อด้วยโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก่อนซบแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในปี 2022 และกวาดแชมป์ระดับสโมสรกับ “เรือใบสีฟ้า” จนครบเครื่อง
แม้จะเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ฮาแลนด์ยังกลับนอร์เวย์อยู่เสมอ มีบ้านหลายแห่งในประเทศ รวมถึงอพาร์ตเมนต์ในออสโล และเคยพูดถึงความฝันอยากทำฟาร์มหลังแขวนสตั๊ด เสื้อทีมชาติของเขายังใช้ชื่อ เบราต์ ฮาแลนด์ เพื่อให้เกียรติทั้งนามสกุลแม่และพ่อ
“ฮาแลนด์มีความหมายทุกอย่างต่อนอร์เวย์ สำหรับชาติที่มีประชากรแค่ราว 5.5 ล้านคน การสร้างหนึ่งในนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลกขึ้นมาได้ มันยิ่งใหญ่มาก” อันเดรียส คอร์สซุนด์ นักข่าวฟุตบอลนอร์เวย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นอร์เวย์ชุดนี้ไม่ได้มีแค่ฮาแลนด์ แม้สถิติ 55 ประตูจาก 49 นัดในทีมชาติจะดูเหมือนเขาแบกทีมแทบทั้งหลัง แต่มาร์ติน โอเดการ์ด ของอาร์เซน่อล, คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์, ยอร์เก้น สตรานด์ ลาร์เซ่น และออสการ์ บ็อบบ์ ต่างเป็นขุมกำลังสำคัญของเจเนอเรชั่นที่หลายคนมองว่าเป็นยุคทอง
หลังพลาดยูโร 2024 ฮาแลนด์กำลังจะได้สัมผัสฟุตบอลโลกครั้งแรกในชีวิต โดยนอร์เวย์มีคิวเปิดรอบแบ่งกลุ่มพบอิรักวันที่ 16 มิถุนายน และคราวนี้ภารกิจ 28 ปีของ “ไวกิ้ง” จะไม่ได้อยู่แค่ในความหวังอีกต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
BBC Sport