ผียอมมั้ย?! 'เลเอา' แบะท่าลุยพรีเมียร์ลีก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขยับตลาดซัมเมอร์แบบไม่รอช้า หลังดีล เอแดร์ซอน มิดฟิลด์ อตาลันต้า จ่อเป็นการเสริมทัพรายแรกของ "ปีศาจแดง" แต่ดูเหมือนงานของสโมสรยังไม่จบแค่แดนกลาง เพราะฝั่งซ้ายเกมรุกกำลังกลายเป็นอีกจุดที่ต้องเติมให้ไว
การกลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องมีขุมกำลังลึกพอสำหรับลุย 4 รายการในฤดูกาลหน้า โดยนอกจาก เอแดร์ซอน แล้ว สโมสรยังมองหามิดฟิลด์อีกอย่างน้อยหนึ่งรายที่สามารถเข้ามาแทน คาเซมิโร่ แบบพร้อมใช้งานทันที ซึ่งมีชื่อ คาร์ลอส บาเลบา, มาเตอุส แฟร์นันเดส, เอลเลียต แอนเดอร์สัน และ ชูอาเมนี่ อยู่ในเรดาร์
อย่างไรก็ตาม ปัญหาปีกซ้ายยังชัดเจนไม่แพ้กัน ไมเคิล คาร์ริค เคยยอมรับช่วงคุมทีมชั่วคราวว่า การหาผู้เล่นฝั่งซ้ายเป็นเรื่องที่ควรพิจารณา และเมื่อถูกถามย้ำ เขาก็ตอบว่าเป็นไปได้มากทีเดียวที่ ยูไนเต็ด ควรเสริมตำแหน่งนี้
ฤดูกาลที่ผ่านมา มาเธอุส คุนญ่า ทำผลงานได้ดีในปีแรกที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยยุค รูเบน อโมริม เขาถูกใช้ในบทบาทหนึ่งในสองหมายเลข 10 ก่อนที่คาร์ริคจะปรับจากระบบ 3-4-2-1 มาเป็น 4-2-3-1 ซึ่งเวิร์ก แต่ก็ทำให้ตัวเลือกของ "ผีแดง" ถูกบีบจนสุดเพดาน แถม พาทริค ดอร์กู ที่กำลังฉายแววทางซ้ายดันเจ็บจากเกมกับ อาร์เซน่อล
เมื่อ ราสมุส ฮอยลุนด์ ย้ายออกไปแล้ว คุนญ่าอาจต้องถูกใช้หมุนเวียนหลายบทบาท รวมถึงไปแย่งตำแหน่งกับ เบนจามิน เซสโก้ นั่นทำให้ ราฟาเอล เลเอา กลายเป็นชื่อที่น่าจับตา โดยปีกวัย 26 ปีของ เอซี มิลาน ยืนยันว่าอยากโบกมือลา "ปีศาจแดง-ดำ" หลังยิงไป 10 ประตูในฤดูกาลนี้
"ผมคว้าแชมป์มาแล้ว 2 รายการในอิตาลี และอยู่ที่นั่นมาพักใหญ่ ลีกกำลังพัฒนา แต่สำหรับสไตล์ฟุตบอลของผม ผมคิดว่าพรีเมียร์ลีกหรือลาลีกาจะช่วยดึงพรสวรรค์ของผมในฐานะนักเตะออกมาได้มากกว่า ถ้ามีโอกาสจากพรีเมียร์ลีกเข้ามา ผมคงมีความสุขมาก" เลเอา เริ่มกล่าว
"ผมคิดว่าผมสามารถเอาพรสวรรค์ของตัวเองไปวัดกับนักเตะที่นั่น ซึ่งมีระดับสูงมากได้ การเล่นในลีกแบบนั้นช่วยดึงสิ่งที่ดีที่สุดของนักเตะออกมา" ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส กล่าวต่อ
เลเอาเป็นปีกที่กล้ากระชากใส่กองหลัง และมีสภาพร่างกายแข็งแกร่งพอสำหรับพรีเมียร์ลีก ขณะที่ บรูโน่ แฟร์นันเดส กับ ดีโอโก้ ดาโลต์ อาจช่วยให้เขาปรับตัวในห้องแต่งตัวได้ง่ายขึ้น หาก ยูไนเต็ด เดินหน้าปิดดีลนี้จริง การได้ทั้ง เอแดร์ซอน และ เลเอา จะเป็นการเปิดตลาดที่ดูมีทรงไม่น้อยสำหรับ "ปีศาจแดง"
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Manchester Evening News