หึ่งเกลเซอร์คิดขายหุ้น-'แรตคลิฟฟ์' สะเทือน
ตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของเสียงข้างมากของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวใหญ่ หลังมีรายงานว่าสมาชิกบางรายในครอบครัวเริ่มถกกันภายในเรื่องการขายหุ้นของสโมสรที่ถือครองมานานกว่า 2 ทศวรรษ งานนี้ทำเอาเซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของ “ปีศาจแดง” ต้องจับตาแบบใกล้ชิด
บลูมเบิร์กระบุว่า การพูดคุยยังไม่ได้เกิดขึ้นในนามครอบครัวทั้งหมด แต่เป็นการหารือระหว่างสมาชิกบางคน โดยมีความพยายามชวนรายอื่นให้เดินไปในทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ยังมีบางฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการขาย ซึ่งอาจทำให้ดีลใด ๆ ซับซ้อนขึ้นทันที
แรตคลิฟฟ์เข้ามาซื้อหุ้น 27.7 เปอร์เซ็นต์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยมูลค่า 1.25 พันล้านปอนด์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024 พร้อมรับบทดูแลงานด้านฟุตบอลของสโมสร ขณะที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ตระกูลเกลเซอร์จะพิจารณาข้อเสนอขายหุ้นก็ต่อเมื่อมีตัวเลขเกิน 5 พันล้านปอนด์
มูลค่าดังกล่าวเชื่อว่าโยงกับแผนสร้างสนามใหม่ความจุ 100,000 ที่นั่ง ซึ่งอาจดันมูลค่ารวมของ “ผีแดง” ให้พุ่งขึ้นอีก โดยปัจจุบัน อัฟราม และโจเอล เกลเซอร์ ยังนั่งเป็นประธานบริหารร่วม ส่วนเควิน, ไบรอัน, ดาร์ซี่ เกลเซอร์ แคสเซวิตซ์ และเอ็ดเวิร์ด เกลเซอร์ มีชื่อเป็นบอร์ดบริหาร
แม้แฟนบอลจำนวนไม่น้อยไม่ปลื้มตระกูลเกลเซอร์ แต่แรตคลิฟฟ์เคยออกมาชมเปาะความสัมพันธ์การทำงานระหว่างกันอย่างชัดเจน
"ต้องให้ความเป็นธรรมกับเกลเซอร์ พวกเขาเก่งมากในด้านการค้า คนที่ให้คำแนะนำผมบอกว่าแฟนบอลคงไม่อยากได้ยินเรื่องนี้ ดังนั้นผมต้องระวัง ผมโดนวิจารณ์เยอะถ้าสนับสนุนเกลเซอร์ แต่ความจริงคือพวกเขาเป็นคนดีมาก" แรตคลิฟฟ์ เริ่มกล่าว
"เรามีความร่วมมือแบบมืออาชีพมากกับครอบครัวเกลเซอร์ พวกเขาซื่อสัตย์และตรงไปตรงมาจริง ๆ ไม่เหมือนภาพที่คุณอ่านจากสื่อ และทั้งอัฟรามกับโจเอลก็มีแพสชันกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ กล่าวต่อ
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นี้เคยเจอแรงกระเพื่อม หลังแรตคลิฟฟ์ต้องขอโทษจากคำพูดเรื่องผู้อพยพที่ถูกวิจารณ์หนัก โดยเกลเซอร์กังวลว่าอาจกระทบต่อสปอนเซอร์และพาร์ตเนอร์เชิงพาณิชย์ รวมถึงแผนสนามใหม่ที่พวกเขาอยากให้เดินหน้า เพราะนั่นคือกุญแจสำคัญในการโกยมูลค่าเพิ่มของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในอนาคต
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Manchester Evening News